วันหยุดทั้งทีจะนอนอยู่บ้านให้สบายใจ แต่ทำไมไม่เคยได้พักผ่อนเต็มที่
เชื่อว่าหลายคนกำลังประสบปัญหาเสียงในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนในบ้านคุยโทรศัพท์กับญาติมิตรตลอดทั้งวัน เสียงตะโกนคุยกันระหว่างคนชั้นบนกับคนชั้นล่าง โทรทัศน์ที่เปิดเสียงดังทั้งวัน หรือเพื่อนบ้านแวะเวียนมาชวนคนในบ้านเราคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ แม้เราจะนอนเฉยๆ ไม่ได้ลุกจากเตียงไปทำอะไรเลย แต่เสียงทั้งหมดดันเล็ดลอดเข้าหูจนไม่มีช่วงเวลาสงบสุข
แม้จะเคยชินกับบ้านเสียงดัง แต่รู้สึกเหมือนโดนดูดพลังชีวิตอยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยเรียน วัยทำงาน ที่ใช้ชีวิตนอกบ้านตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ต่อสู้กับปัจจัยภายนอกมากมายจนเหนื่อยล้าและหมดแรง พอกลับถึงบ้านแล้วอยากนอนพักชาร์จพลังเงียบๆ แต่ดันเจอมลพิษทางเสียงจากคนในครอบครัวที่เลี่ยงไม่ได้เสียอย่างนั้น
โดยปัญหาแท้จริงของเสียงในบ้านคือ ระดับเสียงที่ดังเกินไปและมีเสียงตลอดเวลา มากไปกว่านั้น แม้จะเติบโตมาในบ้านเสียงดัง แต่บางคนก็มีภาวะไวต่อเสียงมากกว่าสมาชิกคนอื่นในครอบครัว ทำให้เกิดความเครียดไม่ว่าจะเสียงดังมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการอยู่ในบ้านที่มีปัญหาเรื่องเสียงจนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้
สำหรับคนที่รักครอบครัว ยังไม่อยากแยกตัวออกมาหาบ้านใหม่อยู่คนเดียว สิ่งที่ต้องทำคือ หาวิธีอยู่รอดในครอบครัวเสียงดัง และทำให้บ้านยังเป็นที่พักใจแสนสุขสงบ โดยเริ่มแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อน อันดับแรกคือ ปิดกั้นเสียงให้มาเข้าหูน้อยที่สุด
ที่อุดหูช่วยได้
หลายคนอาจใช้หูฟังเปิดเพลง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาที่คนในบ้านเสียงดัง แม้หลายครั้งไม่ได้อยากฟังเพลงอะไรเลยด้วยซ้ำ ซึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ได้แก่ ที่อุดหู (Earplugs) ปัจจุบันหลายแบรนด์พัฒนาจนมีรุ่นที่สามารถป้องกันเสียงรบกวนที่น่ารำคาญ แต่เสียงยังลอดผ่านได้ ใส่แล้วพูดคุยได้ปกติ ทั้งยังมีรุ่นที่ใส่ได้ทั้งวันโดยไม่เจ็บหู รวมถึงใส่นอนได้ด้วย
สร้างห้องนอนกันเสียง
เชื่อว่าบางคนขลุกอยู่บนเตียงเช้าจรดเย็นเพื่อพักผ่อน การปรับปรุงห้องนอนให้เป็นเซฟโซนอย่างแท้จริงทโดยไม่มีเสียงดังเข้ามารบกวนจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่หลายคนอยากลองทำ ซึ่งการทำห้องนอนกันเสียงไม่จำเป็นต้องรีโนเวตใหม่ทั้งห้อง อาจเริ่มแค่เพิ่มเฟอร์นิเจอร์ในห้องเพื่อดูดซับเสียง หรือหาซื้อแผ่นกันเสียง มีให้เลือกหลายเกรด หลายราคา และมีแบบติดตั้งเองได้ แนะนำให้ปรึกษาช่างหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าบ้านเราควรใช้แบบไหน หรือถ้าใครมีงบประมาณ ควรจ้างช่างติดฉนวนกันเสียงหรือบุผนังกันเสียง เพราะอาจเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่ากว่าลองทำเอง
กำหนดช่วงเวลาเสียงดัง
การสร้างกติกาใหม่ในบ้านอย่างกำหนดวันเวลาไม่ให้เสียงดังเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะมันคือการขอร้องให้สมาชิกปรับเปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมที่ทำมาอย่างยาวนาน และไม่การันตีว่าจะเปลี่ยนนิสัยได้ เพราะฉะนั้น ควรเริ่มจากการเปิดใจ ทำความเข้าใจอีกฝ่ายว่าเขาเสียงดังเพราะอะไร และอธิบายว่าเรารู้สึกอย่างไรที่ได้ยินเสียงดังๆ ทั้งวัน และกำหนดช่วงเวลางดเสียงดังในวันหยุด อาจเป็นในช่วงเช้าหรือบ่ายก็ได้
อย่างไรก็ตาม ควรบอกสมาชิกให้รู้ว่า นี่ไม่ใช่คำสั่งให้เลิกเสียงดัง แต่เป็นการขอความเมตตาให้ลดเสียง เพื่อให้มีช่วงเวลาสงบสุขบ้าง
ถ้าไม่ไหวให้ออกมา
วิธีการพูดคุยเจรจาและประนีประนอมอาจได้ผลกับหลายบ้าน แต่บางครอบครัวก็ไม่สัมฤทธิ์ผล แถมได้ผลลัพธ์ที่แย่ลงกว่าเดิม เพราะสมาชิกในครอบครัวก็เคยชินกับการพูดเสียงดังจนแก้ไม่ได้ ดังนั้น หากไม่ไหวกับเสียงในบ้าน ควรออกมาหาที่พักสงบๆ อย่างคาเฟ่ หรือขอไปอยู่บ้านเพื่อน และหากรู้สึกว่าเสียงในบ้านทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น วิตกกังวล เริ่มมีอาการขี้ตกใจและนอนไม่หลับ นี่เป็นสัญญาณว่าถึงจุดที่ต้องย้ายออกมา ควรพิจารณาหาที่อยู่ใหม่เพื่อรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจของตัวเอง
สุดท้ายนี้ บ้านไม่จำเป็นต้องเงียบจนไร้เสียง หลายคนรักที่บ้านของตัวเองมีเสียงพูดคุย ชอบเสียงหัวเราะที่มีชีวิตชีวาของสมาชิกในครอบครัว แต่ในขณะเดียวกัน เสียงที่ดังเกินไปก็ทำให้เหนื่อยล้า ควรมีพื้นที่สักมุมในบ้านหรือมีช่วงเวลาที่ได้พักอย่างสงบ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากให้คนในครอบครัวเข้าใจและมอบให้กันได้ไม่ยาก
อ้างอิง:
– https://www.bbc.com/future/article/20250804-inside-the-brains-of-noise-sensitive-people
Tags: Family Tips, เสียงในบ้าน, ครอบครัวเสียงดัง




