สังเกตไหมว่าช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ ซีรีส์วายจำนวนไม่น้อยใช้อดีตเป็นฉากหลัง แต่ซีรีส์เหล่านี้ไม่ใช่ซีรีส์วายพีเรียดธรรมดา เพราะเนื้อหาพาย้อนไปดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง

เริ่มจาก Shine ซีรีส์เกย์คุณภาพ การันตีด้วยรางวัลหลายสาขา เล่าเรื่องในช่วงปี 2512 เมื่อ นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) มนุษย์คนแรกก้าวเท้าเหยียบดวงจันทร์ ปีเดียวกันนั้นก็พลันเกิดเหตุการณ์ทั้งความรักและการประท้วง นักดนตรีฮิปปี้รักกับอาจารย์หนุ่มนักเรียนนอก และกลุ่มนักศึกษาที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับระบอบเผด็จการ เปรียบดั่งคลื่นระลอกแรกซัดเข้าฝั่ง ก่อนที่ 4 ปีถัดมาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในวันมหาวิปโยค 14 ตุลา 2516 ซึ่งมีประชาชนออกมาประท้วงจำนวนมาก

ภาพสถานการณ์การเมืองใน Shine ย้ำเตือนให้คนไทยเห็นความสำคัญของประชาธิปไตย ย้อนกลับไปยังช่วงเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง 2475 โดยส่วนเสี้ยวของเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ถูกบอกเล่าอย่างไม่ลงลึกในละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา จากช่องวัน ซึ่งเล่าชีวิตอดีตนางละครหลวง 2 คน กินเวลาตั้งแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลงจนถึงวันที่ประเทศปกครองด้วยระบอบปัจจุบัน

สอดสร้อยมาลาเดินทางมาถึงช่วงท้ายเรื่องแล้ว แต่ช่องวันก็ไม่ปล่อยให้พักหายใจ ยังส่งซีรีส์ อรุณรุ่ง ซึ่งไทม์ไลน์อยู่ในปี 2475 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง เกิดความรักขึ้นระหว่างสมาชิกคณะราษฎรกับหม่อมเจ้า ซึ่งเคยมีสถานะเป็นนายกับบ่าวในเรือน

ตัดมาที่ผลงานซีรีส์ Viu Original ใหม่ล่าสุดอย่าง แสงดาว แสงศรัทธา (When Light Fades) เนื้อหาไม่พ้นเดือนตุลาคม ทว่าเป็นเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 อันน่าสลดจากการสังหารหมู่นักศึกษา และจำนวนไม่น้อยต้องหลบหนีเข้าป่า

ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมซีรีส์วายหันมาเล่าผ่านฉากหลังประวัติศาสตร์การเมือง คำตอบอาจเป็นเพราะว่า ในอดีตที่ผ่านมา คือยุคที่ถูกกดทับทางเสรีภาพ รวมถึงด้านเพศสภาพ มันจึงทวีความเข้มข้นให้คนอยากติดตาม คอยลุ้น และเอาใจช่วยตัวละครกว่าเรื่องรักในยุคปัจจุบันที่เปิดกว้างให้ทุกเพศแล้ว

ทั้ง 4 เรื่องที่กล่าวไป แม้แกนหลักคือความรัก ความสัมพันธ์ ความปรารถนาในห้วงเวลาแสนขมขื่น แต่อุปสรรคขนาดมหึมาของตัวละครผูกพันเกี่ยวโยงกับสังคมการเมือง วิกฤตความขัดแย้งย่อมไม่เอื้ออาทรให้ความรักดำเนินอย่างราบรื่น อีกทั้งยังไม่ปรานีต่อคนรักเพศเดียวกัน นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้คนดูสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในประวัติศาสตร์การเมืองช่วงนั้น

แน่นอนว่าซีรีส์ไม่ใช่ตำราเรียนหรืองานวิชาการที่บอกเล่าข้อมูลอันน่าเชื่อถืออย่างหนักแน่น และเชื่อว่าคนดูปัจจุบันมีการคิดเชิงวิพากษ์มากพอจะแยกแยะเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์กับฉากที่ซีรีส์นำเสนอ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการตั้งคำถามและถกเถียงกันในโซเชียลมีเดีย ทั้งเหตุการณ์ 2475, 14 ตุลาฯ และ 6 ตุลาฯ ตั้งแต่ซีรีส์ Shine และสอดสร้อยมาลา ฉายทางทีวีและแพลตฟอร์มสตรีมมิง

สุดท้ายแล้ว ซีรีส์เหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่ในฐานะสื่อบันเทิงเพื่อความฟิน แต่ทำหน้าที่เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่เข้าใกล้ประวัติศาสตร์การเมืองมากขึ้น ชวนให้กลับไปค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งแล้วนำมาเปรียบเทียบ มากกว่าการสงสัยว่าซีรีส์นำเสนอความจริงหรือแต่งเติม คือการที่คนไทยได้ศึกษาแล้วตั้งคำถามกับอดีตด้วยตัวเอง

Tags: , , , , , , , ,