แม้เทรนด์อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพูดถึง ‘บ้านสีเขียว’ หลายคนอาจยังนึกไม่ออกว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง เพราะบ้านที่ยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการมีต้นไม้เยอะหรือติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงคุณภาพอากาศ การควบคุมอุณหภูมิ ความปลอดภัยของวัสดุ ตลอดจนการใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การอยู่อาศัยดีต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดตัว ‘SC Green Mark’ มาตรฐานอาคารเขียวที่ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องกว่า 2 ปี โดยร่วมมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ภายใต้มูลนิธิอาคารเขียวไทย นำแนวทางการพัฒนาอาคารเขียวระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย พร้อมผนึกพันธมิตรกว่า 100 ราย ทั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด ‘ดีต่อโลก ดีต่อคุณ’

มาตรฐานดังกล่าวเริ่มนำร่องใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก โดยนำแนวคิด Passive Design มาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ทั้งการจัดวางช่องแสงเพื่อใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ การออกแบบช่องระบายอากาศ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในบ้านนำร่องแห่งนี้ SC นำเสนอ ‘13 Touchpoints’ หรือ 13 จุดกรีนที่จับต้องได้จริง ผ่านวัสดุ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมจากพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาโครงการ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างบ้านไปจนถึงระบบและเทคโนโลยีภายในบ้าน ดังนี้

 1. โครงสร้างเหล็กคุณภาพสูง ลดการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง

เหล็ก TATA TISCON จากทาทา สตีล ผลิตด้วยเทคโนโลยี Electric Arc Furnace (EAF) ที่ใช้เหล็กรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบ พร้อมบริการ Cut & Bend ช่วยลดเศษวัสดุจากการก่อสร้างและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 2. คอนกรีตคาร์บอนต่ำ ลดผลกระทบโดยไม่ลดทอนคุณภาพ

เลือกใช้ ‘อินทรีเพชร Easy Flow’ ปูนซีเมนต์ไฮโดรลิกประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดการปล่อย CO₂ และสนับสนุนการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 3. ผนังอิฐมวลเบา ช่วยให้บ้านเย็นและประหยัดพลังงาน

อิฐมวลเบา Low Carbon จาก Q-Con มีฉลาก CFP (Carbon Footprint Product) และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบาย และช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟได้ประมาณ 30%

 4. แสงสว่างที่ตอบโจทย์การใช้งานและประหยัดพลังงาน

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แสงสว่างจาก ATON และ Philips ที่ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานที่ยาวนาน การใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า และการลดของเสียในกระบวนการผลิต

 5. สีบ้านที่ช่วยลดขั้นตอนและการใช้ทรัพยากร

สีพรีเมียมจาก TOA และ 4Seasons 2in1 ซึ่งเป็นทั้งสีทับหน้าและรองพื้นในตัว ช่วยลดขั้นตอนการทาสี การใช้น้ำ เวลา และคาร์บอน พร้อมคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์ได้สูงสุด 97.6% ช่วยลดอุณหภูมิผนังและการใช้พลังงานภายในบ้าน

 6. ฉนวนกันความร้อน ลดภาระเครื่องปรับอากาศ

ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน 95% ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-4 องศาเซลเซียส และประหยัดไฟจากเครื่องปรับอากาศได้ถึง 47%

 7. ถังเก็บน้ำที่คำนึงถึงการใช้งานและการหมุนเวียนทรัพยากร

ถังเก็บน้ำ DOS ผลิตจากวัสดุ Food Grade มีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยสำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย อีกทั้งวัสดุยังนำกลับมารีไซเคิลได้ ช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

 8. เครื่องเติมอากาศ ยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน

ระบบเติมอากาศจาก SCG ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างต่อเนื่อง พร้อมคุณสมบัติกำจัดหรือยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างน้อย 99% ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

 9. พื้นลดแรงกระแทก เพิ่มความปลอดภัยให้ทุกวัย

พื้นกระเบื้องยาง UNIX Shock Absorption Floor (SAF) ช่วยซับแรงกระแทกและลดความรุนแรงจากการหกล้ม เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ ทำความสะอาดง่าย และมีการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EPD และ SGBC ระดับ Excellent

 10. โซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน

โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่จาก Vasticity Assets ติดตั้งให้ทุกหลังในโครงการนำร่อง พร้อมเตรียมระบบให้รองรับการติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานสะอาด และลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งพลังงานทั่วไป

 11. บ้านอัจฉริยะ เพิ่มความสะดวกและจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่า

ระบบ RueJai Home Panel จาก RINTECH Smart Home Solution ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยควบคุมระบบไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านได้ผ่านหน้าจอควบคุมหรือสมาร์ตโฟน

 12. เตรียมระบบรองรับ EV Charger ตั้งแต่การออกแบบบ้าน

บ้านนำร่องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับติดตั้ง EV Charger เพื่อรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ ผ่านระบบไฟฟ้า 3 เฟส โดยมีผลงานของ B.Grimm Technology จัดแสดงภายในบ้าน

 13. โซลูชันห้องน้ำ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นำเสนอนวัตกรรมสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำจาก American Standard, GROHE และ INAX ภายใต้แนวคิด Zero Carbon และ Circular Living รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน Cradle to Cradle และความมุ่งมั่นด้านการลดคาร์บอนและการจัดการทรัพยากรน้ำ

ทั้งนี้ SC Green Mark ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามาตรฐานอาคารเขียวของ SC โดยบริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปีข้างหน้า ให้อาคารในทุกธุรกิจจำนวน 4,000 อาคารผ่านมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งกำหนดเกณฑ์การประเมิน 2 ขั้นตอน ได้แก่ การผ่านข้อกำหนดพื้นฐาน (Pre-requisite) ครบทุกข้อ และการผ่านการประเมินตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนด

การประเมินครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ ‘ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม’ เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารทุกประเภทของ SC ตั้งแต่บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า ไปจนถึงอาคารสำนักงาน ตอบโจทย์ความยั่งยืนควบคู่กับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารได้อย่างแท้จริง

Tags: , , , , , , , ,