‘หัวล้านอกขนแต่เกิดมา’ นี่คือคำบรรยายลักษณะของขุนช้าง จากเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เมื่อถูกหยิบมาทำเป็นละครโทรทัศน์และคงไว้ซึ่งรูปพรรณตามแบบฉบับเสภา จึงไม่พ้นต้องเป็นชายหัวล้านกบาลใส ร่างใหญ่ลงพุง เป็นภาพจำมานานหลายทศวรรษ
ทว่าตัวละครอย่างขุนช้างผู้ที่โดนเหยียดหยามรูปลักษณ์จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เมื่อได้ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มารับบทบาทนี้ ในภาพยนตร์ อัศจรรย์วันทอง (In the Name of Love)
“ตอนแรกกดดัน เพราะยังไม่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ภาพขุนช้างในหัวเราเหมือนกับทุกคนเลย อาจจะต้องหัวล้าน ตัวอ้วน เราเลยคิดว่าจะเล่นออกมาได้ดีไหม หรือถ่ายทอดออกมาให้ทุกคนเชื่อได้หรือเปล่า แต่พอได้ฟังว่าเป็นเวอร์ชันดัดแปลง มีการเอานวัตกรรมยุคปัจจุบันเข้าไปใช้ในโลกนิยาย ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ฟังแล้วรู้สึกน่าจะสนุก” กลัฟเล่า
“สำหรับอัศจรรย์วันทอง ดัดแปลงมาจากเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่ทุกคนรู้จัก แต่เส้นเรื่องและวิธีการเอาตัวรอดของนางวันทองจะแตกต่างออกไป เพราะนางวันทองเป็นคนปัจจุบัน และเป็นนักเขียนที่หลุดเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกนิยาย เมื่อมีความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและนิยายค่อนข้างลึก เขารู้เรื่องราวว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาจะพยายามหาทางแก้ไข เพื่อให้ตอนสุดท้ายไม่ไปจบที่การประหารเหมือนในนิยาย” กลัฟเล่าเรื่องย่อ
เมื่อตกลงปลงใจรับบทขุนช้าง กลัฟต้องทำการบ้านกับคาแรกเตอร์อย่างหนัก อันดับแรก เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ย้อนยุคไปไกลกว่าบทที่เขาเคยเล่นมา บุคลิกท่าทาง กิริยา และน้ำเสียงของตัวละคร จึงต้องปรับให้ตรงตามยุคสมัย
“ประเทศไทยทำขุนช้างขุนแผนออกมาหลายเวอร์ชันมาก เราก็ได้เห็นขุนช้างในเวอร์ชันที่คนไทยชอบ ส่วนในมุมของเรา ด้วยความที่เป็นการดัดแปลง คาแรกเตอร์ภายนอกของขุนช้างก็จะเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เรื่องการวางตัว ท่าทางต่างๆ เราก็จะดีไซน์ให้มีความเท่มากขึ้น เพื่อให้เข้ากับรูปร่างภายนอกของตัวขุนช้างด้วย”
ขุนช้างในเรื่องอัศจรรย์วันทอง อาจเป็นขุนช้างคนแรกที่ตรงตามมาตรฐานความงาม แต่กลัฟบอกว่าแม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูดีน่าคบหา ทว่าจิตใจยังคงเปราะบาง
“มีหนึ่งอย่างที่เราพยายามจะเก็บเอาไว้ไม่ให้เปลี่ยนไปจากเดิม คือเรื่องความไม่มั่นใจ มันเป็นพื้นฐานในใจลึกๆ ของตัวขุนช้างเลย ต่อให้เวอร์ชันนี้จะเปลี่ยนโฉมไปแล้ว ผมยาว ผอม รวย ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เขาก็เคยเป็นเด็กอ้วนคนหนึ่งที่หัวล้านตั้งแต่เด็ก ต่อให้โตมายิ่งใหญ่ เขาก็จะมีความรู้สึกนี้เล็กๆ อยู่ในใจว่าต่อให้ฉันจะหล่อ จะรวยยังไง แต่ฉันก็ยังเป็นแค่เด็กอ้วนคนนั้นที่ไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเอง เหมือนเป็นการพยายามทำให้ตัวเองดูดี เพื่อกลบความไม่มั่นใจในวัยเด็กของตัวเองมากกว่า”
เมื่อเขากล่าวถึงการตีความตัวละคร แล้วมองย้อนกลับมายังตนเอง เขาบอกว่านี่เป็นมุมที่เขารู้สึกคล้ายกับขุนช้าง
“ตอนเด็กๆ เราเป็นเด็กหน้าตาออกไปทางลูกครึ่ง ผมสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาล ผู้ใหญ่หลายคนเวลามาเจอก็ชอบชมว่าหล่อ แต่เราจะเป็นประเภทที่ไม่เอา อย่ามาชม ใครชมเราก็จะวิ่งหนี วิ่งไปกอดแม่ มันเป็นความรู้สึกที่เราไม่ได้มั่นใจว่าตัวเองหล่อ”
“รู้สึกว่ามีความคล้ายขุนช้าง คือไม่มั่นใจในหน้าตา ส่วนเราจริงๆ ต่อให้หลายคนจะมองว่าน่ารักยังไง ตอนเด็กเราก็ไม่ได้มั่นใจว่าตัวเองหล่อหรือน่ารักขนาดนั้น อาจจะเป็นที่พื้นฐานนิสัยส่วนตัวด้วย ไม่ชอบอยู่ด้านหน้า ถ้าเป็นขบวนการ Power Rangers เราจะไม่ชอบสีแดง แต่จะชอบเป็นสีน้ำเงินไม่ก็สีดำ ที่คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลังมากกว่า พอมีคนมาให้ความสนใจ เราก็จะไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่ชอบถูกจับจ้อง ไม่ชอบถูกตัดสิน” กลัฟสะท้อนถึงวัยเด็ก
นอกจากนี้ ขุนช้างในเวอร์ชันใหม่ยังถูกเล่าในมุมของความรัก
“ทุกคนจะรู้แค่ว่าขุนช้างรักนางวันทองมาก รวยและพร้อมทุ่มทุกอย่าง แต่หลายคนอาจไม่ได้ดูถึงมุมที่มีความท็อกซิก รักมากไปจนสุดท้ายกลายเป็นความอึดอัด ซึ่งจะได้เห็นมุมมองความรักของขุนช้างที่เปลี่ยนไป”
กลับมาที่ตัวตนของกลัฟ แม้ตอนเด็กจะไม่ชอบเป็นผู้ยืนด้านหน้า แต่เขาเล่าว่าเขามีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล
“ยังอยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนเดิม รู้สึกว่าเป็นได้แค่ความฝัน เพราะไม่สามารถกลับไปทำอาชีพนักฟุตบอลได้แน่นอน 100% แล้ว เป็นความฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ตอนเด็กๆ อยากทำสิ่งนี้ แต่บางทีเขาอาจจะไม่ได้มีโอกาสหรือศักยภาพเท่าคนอื่น”
เมื่อถามว่าอยากเล่นตำแหน่งไหน เขาตอบว่าได้ทุกตำแหน่ง
“ถ้าให้เลือกจริงๆ อาจจะเป็นเกมรุกตำแหน่งไหนก็ได้” นักแสดงตอบ
ถึงจะไม่เป็นนักฟุตบอล แต่ปัจจุบันนี้เขาเป็นนักแสดงที่สั่งสมประสบการณ์มากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา กลัฟมีโอกาสได้ร่วมงานแสดงซีรีส์กับ TV Tokyo ของประเทศญี่ปุ่น
“เราประทับใจการไปอยู่ที่ญี่ปุ่น 20 กว่าวันมาก เพราะเหมือนเราได้ไปใช้ชีวิต ได้นอนต่างที่ ได้ไปทำงานที่เราทำอยู่ประจำที่ไทย แต่พอย้ายไปทำที่นั่น มันก็มีความแปลกและความสนุกในแต่ละวัน ส่วนเรื่องที่รู้สึกว่าแตกต่าง คือการถ่ายทำที่ประเทศญี่ปุ่นจะซ้อมเยอะมาก ประมาณ 3-4 รอบก่อนจะถ่ายจริง เราก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับบ้านเขา แล้วสุดท้ายงานก็ออกมาแฮปปี้” เขาเล่าประสบการณ์
นอกจากงานด้านการแสดง ทุกวันนี้ยังได้เห็นภาพกลัฟอยู่คู่กับแบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ แน่นอนว่าหน้าที่ของเขาคือการนำเสนอไอเทมต่างๆ ให้โดดเด่น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ถ้าต้องนำเสนอเนื้อแท้ของตัวเองจริงๆ กลัฟอยากนำเสนอตัวตนด้านไหน
“อยากนำเสนอความสบายของตัวเอง จริงๆ มุมนี้หลายคนน่าจะมีโอกาสได้เห็นไปแล้ว แต่มันเป็นมุมตั้งแต่ก่อนที่เราจะเริ่มทำงานในวงการ พอมาทำงานในวงการ ความสบายหรือความชิลในตัวตนเรามันแอบหายไป เราต้องเข้มงวดตลอดเวลา ต้องคิดตลอดว่าต่อไปต้องทำอะไร เลยอยากให้ทุกคนได้เห็นความชิลในตัวเรา วันที่เราไม่ได้ทำงาน หรือไม่ได้ต้องนั่งอยู่หน้ากล้องตลอดเวลา” กลัฟกล่าวทิ้งท้าย
และสามารถรับชมกลัฟกับบทขุนช้างใน อัศจรรย์วันทอง (In the Name of Love) ได้ที่โรงภาพยนตร์วันนี้
Tags: อัศจรรย์วันทอง, gulfkanawut, In the Name of Love, กลัฟ คณาวุฒิ, คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, ขุนช้างขุนแผน, ขุนช้าง, Entertainment



