วันนี้ (16 กันยายน 2569) ในการอภิปรายรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาเรื่องฮั้ว สว. ถูกกล่าวหาเรื่องนี้มาถึง 2 ปีแล้วว่า เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สว.ในปี 2567 ว่าเป็นกระบวนการฮั้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พาดพิงกระทั่งกรรมการบริหาร จึงอยากถาม กกต.ว่า เชื่อหรือไม่ว่ากระบวนการนี้มีอยู่จริง

ภราดรระบุว่า หาก กกต.เชื่อว่ากระบวนการนี้มีอยู่จริง เพราะเหตุใดการลงมติโดย กกต. 7 คน ในวันที่ 14 กันยายน 2569 จึงเลือกลงมติของ กกต.แยกเป็น 7 ข้อกล่าวหา ไม่ลงมติแบบเป็นก้อนใหญ่ ไม่ลงมติว่ามีการฮั้วหรือไม่ ซึ่งกระบวนการลงมติเช่นนี้ นั่นหมายความว่า กกต.ไม่เชื่อว่ามีกระบวนการฮั้ว

“ท่านบอกว่ามีกระบวนการ ได้ สว.เป็นเข่ง ผมก็ต้องสอบถามไปอีกว่า ได้มีการสอบสวนหรือไม่ว่า มีกระบวนการใส่ร้ายป้ายสี สร้างภาพว่าพวกผมเป็นผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด”

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ภราดรระบุว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้แจ้งไปที่ กกต.ว่ามีมูล ให้ กกต.นำไปดำเนินการ สุดท้าย กกต.ไม่รับ เพราะเป็นคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่ของ DSI ที่ต้องดำเนินการ เมื่อ กกต.บอกแบบนี้ DSI จึงได้ไปประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษขึ้นมาเพื่อตั้งข้อกล่าวหา ลากให้เป็นคดีพิเศษให้ได้ เพื่อให้ DSI มีอำนาจเข้ามาทำ ไปตั้งข้อกล่าวหาเป็นคดีฟอกเงิน อั้งยี่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568

ด้วยเหตุนี้ แปลว่า DSI เริ่มยื่นให้ กกต.เข้ามาทำคดีตั้งแต่ยังไม่มีอำนาจ และเริ่มทำคดีนี้ตั้งแต่ยังไม่มีอำนาจสอบสวน จึงต้องตั้งคำถามว่าต้นทางชอบธรรมหรือไม่

ภราดรยังตั้งคำถามไปยัง กกต.​อีกว่า เพราะเหตุใดในเมื่อ กกต.รับเรื่องแล้ว จึงต้องตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีก และเมื่อตั้งแล้ว ก็ไปดึงเจ้าหน้าที่ของ DSI เข้ามาร่วมพิจารณาอีก ซึ่งภราดรตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามนำสำนวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ DSI เข้ามายัดในคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 เพื่อสร้างภาพให้เห็นว่ามีกระบวนการแบบนี้

“ทำไมเขาต้องกลับคำให้การ เพราะมีเจ้าหน้าที่ DSI คนหนึ่งเป็นผู้สอบพยาน 16/ 26 ไปข่มขู่เขา เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา และเขาต้องได้รับโทษ หากไม่ให้ความร่วมมือกับ กกต.และ DSI และไปสร้างเรื่องให้พยานปากนั้นไปให้การแบบหนึ่งแบบใด เพื่อใส่ร้ายพวกผม

“หลายคนบอกว่าการทำต้องเกิดในจังหวัดเล็กๆ เพราะควบคุมกันง่าย ถามว่า คุณแนน (แนน บุณย์ธิดา สมชัย) อยู่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดเล็กไหม แล้วทำไมคุณแนนถูกใส่เป็นผู้ถูกกล่าวหา คุณสิริพงศ์ (สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) อยู่จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้แทน 9 คน จังหวัดเล็กไหม ทำไมเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพราะพวกนี้เป็นกรรมการบริหารพรรค เขากล่าวหาเฉพาะคนเป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะจะให้พรรคเข้าไปมีส่วนร่วม แล้วนำไปสู่การยุบพรรคใช่ไหม”

ภราดรกล่าวอีกว่า ต้องถามไปยัง กกต.ว่าเคยสังเกตกระบวนการเหล่านี้หรือไม่ว่า มีกระบวนการอย่างหนึ่งอย่างใดในการใส่ร้ายป้ายสี โดยถ้า กกต.เห็นว่ามีกระบวนการจริง ทำไมไม่ลงมติอีกหนึ่งแบบ ทำไมไปลงมติรายบุคคล

“ผมมีความเชื่อมโยงมากกว่านั้น คนที่ไปสอบพยานในคณะอนุกรรมการชุดที่ 16/26 คือ นายเอกรินทร์ ดอนดง เป็นใคร นายเอกรินทร์เป็นหน้าห้องของผู้สมัคร สว.ที่ไม่ได้รับเลือกตั้งที่จังหวัดสมุทรปราการ”

ภราดรยังระบุอีกด้วยว่า ในกระบวนการสอบสวน ยังมีการบังคับขู่เข็ญให้พยานเห็นว่ามีกระบวนการ แล้ว สว.ที่สอบตกคนดังกล่าว ก็เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกับผู้มีอำนาจในขณะนั้นท่านหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ ภราดรระบุว่า หากเป็นเช่นนี้ เชื่อมโยงได้ไหมว่าตั้งใจใส่ร้ายพวกตนเอง และมีการตั้งธงว่าต้องยุบพรรคภูมิใจไทยให้ได้

ขณะเดียวกัน ประเด็น ‘โพยฮั้ว’ ภราดรตั้งคำถามว่า เคยสงสัยไหมว่าโพยนี้ถูกส่งให้ถึงมือ กกต.ตอนไหน ส่งถึงเมื่อตอนเลือกตั้งเสร็จแล้ว ตอนรู้แล้วว่า 200 คน มีนาย ก ค ง ครบถ้วน จึงจะมีเรื่องโพยออกมาใช่หรือไม่

“แล้วท่านเคยไปดูไหมว่าโพยนี้จริงหรือปลอม ทำขึ้นมาหลังมีการเลือกตั้งเสร็จแล้วหรือไม่ ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าโพยนี้เกิดขึ้นในสนามเลือกตั้งที่เมืองทองวันนั้น เพราะผู้ร้องที่ยื่นให้กับท่านเก็บได้ในห้องน้ำ บนพื้นที่มีการเลือกตั้ง สงสัยได้ไหมว่าโพยนี้ทำขึ้นมาหลังได้รับการชนะเลือกตั้ง ถ้าเขาใส่เลขทีหลังให้เหมือนๆ กันสัก 40-50 โพย ทำให้ท่านเชื่อได้ ท่านสงสัยไหม”

Tags: , , ,