วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุตอนหนึ่งว่า ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าแจ้งความ ณ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินการคดีตามกฎหมายกรณี iLaw เผยแพร่เอกสารความเห็นของ ครรชิต เจริญอินทร์ ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

“การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย” เอกสารข่าวของ กกต.ระบุ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุว่าครรชิตได้แจ้งความไปยังกองปราบฯ ให้ดำเนินคดีกับ iLaw ในเรื่องใด 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 iLaw เผยแพร่ความเห็นของครรชิตระบุว่า ครรชิตได้ทำเอกสารสรุปความเห็นไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 โดยเสนอให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว.อย่างน้อย 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย และยังพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้สมัคร สว.อีกอย่างน้อย 17 กรณีทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งอดีตนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยบางส่วน

สำหรับตัวเลข สว. 136 คน เป็นไปตามรายงานการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของ กกต.ที่ให้สั่งฟ้อง สว. 136 คน รวมถึงนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายอื่นๆ รวม 229 คน 

อย่างไรก็ตาม วันถัดมาคือวันที่ 16 กันยายน กกต.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กกต.ชุดใหญ่ กระทั่งวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ กกต.ชุดใหญ่ให้ยกคำร้องทั้งหมด

ขณะที่วันนี้ iLaw ยังได้โพสต์ความเห็นของเลขาฯ กกต. ระบุถึงกรณีที่มีการวางแผนประชุมตามโรงแรมต่างๆ เพื่อนำหมายเลขผู้สมัคร สว.บรรจุไว้ในโพยสำหรับใช้เลือก สว.ระดับประเทศ ซึ่งจัดทำเป็นตารางไว้ในหน้าท้ายของเอกสาร สว.3 และพบว่ามีการลงคะแนนให้ผู้สมัครเรียงลำดับคล้ายกันไปในทางเดียวกับโพยที่พบ  

“จากการไต่สวนพยานที่เป็นนักคณิตศาสตร์และนักสถิติ 3 คน ยืนยันตรงกันว่า จากการวิเคราะห์บัตรลงคะแนนกลุ่มต่างๆ โอกาสที่ผู้สมัครแต่ละรายจะลงคะแนนในลักษณะเป็นกลุ่มคะแนนที่เหมือนกันตามหลักความน่าจะเป็น เป็นไปได้น้อย หรือแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นโดยบังเอิญเลย จึงมีนัยว่าการลงคะแนนอาจมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ โพยฮั้วที่ได้จากการไต่สวนก็เป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า หมายเลขประจำตัวผู้สมัครของ สว.ผู้ถูกสั่งฟ้อง 136 คน ปรากฏอยู่ในโพยฮั้ว โดยมีพยานบุคคลหลายคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุยืนยันสอดคล้องกับหลักฐานที่ปรากฏ”  

ด้วยเหตุนี้ ความเห็นของเลขาฯ กกต.จึงเห็นควรให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว. 136 คนที่มีหมายเลขปรากฏตามโพย แต่ไม่มีความเห็นให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา

Tags: , ,