บนชั้น 2 ของ Lido Connect ยังมีร้านล้างและสแกนฟิล์มแห่งหนึ่งชื่อ XANAP เปิดให้บริการมาแล้วหลายปี ภายในร้านยังเป็นพนักงานคนเดิมที่หลายคนคุ้นหน้า ทว่าวันนี้พวกเขาสวมหมวกอีกใบหนึ่งคือการเป็นหุ้นส่วนร้าน
ปัจจุบัน XANAP บริหารโดย ปลาย-เนตรรัต จิระศิลป์, ณัฐ-ณัฐธิดา บุญอุ้ม, เกซ-พรชนก มุ่งธัญญา, จีน-ณภัทร กิติวรนันท์นกุล และกาย-แทนกาย รัตนพันโทวงษ์ จากพนักงานร้าน 5 คนที่รวมเงินกันซื้อกิจการ และยังทำงานล้างฟิล์มด้วยกันจนวันนี้
The Momentum ชวนคุยถึงความทรงจำในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ทั้ง 5 คน ตกลงปลงใจกันเป็นหุ้นส่วนของร้าน เมื่อพนักงานผู้ชำนาญในการล้างฟิล์มต้องอัปสกิลการบริหาร เพื่อให้ร้านอยู่รอดโดยไม่ได้หวังกอบโกยกำไร ความท้าทายของงานล้างฟิล์มมีอะไรบ้าง และถามถึงกลุ่มลูกค้า Gen Z ที่เป็นอนาคตของกล้องฟิล์มกับร้านล้างฟิล์ม โดยมีปลายกับกายเป็นตัวแทนร้านเพื่อพูดคุยเรื่องเหล่านี้
จากพนักงานสู่เจ้าของร้าน กับเป้าหมายอยู่ได้อย่างมั่นคง
ร้านล้างฟิล์ม XANAP เริ่มก่อตั้งปี 2561 เดิมทีเปิดที่สามย่านอยู่ 1 ปี ก่อนจะขยับขยายย้ายมา Lido Connect ช่วงกล้องฟิล์มบูมมากที่สุด ณัฐ ปลาย เกซ กาย และจีน ทยอยเข้ามาเป็นพนักงานร้านทีละคน 
กระทั่งปี 2568 ความนิยมฟิล์มไม่มากเท่าช่วงแรก หุ้นส่วนชุดเก่าตัดสินใจว่าจะเลิกกิจการ พนักงานส่วนหนึ่งเลือกที่จะแยกย้ายไปเติบโตในเส้นทางอื่นๆ พนักงานที่เหลือทั้ง 5 คน จึงประชุมกันว่าจะรวมเงินซื้อกิจการเพราะยังอยากทำงานล้างฟิล์มที่นี่ต่อไป ถึงวันนี้ก็เกิน 1 ปีแล้วที่พวกเขามีสถานะเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและหุ้นส่วนธุรกิจ
“ตอนนั้นคุยกันว่า ถ้าพวกเรา 5 คน เป็นเจ้าของร้านและทำกันเอง ไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่มแล้ว ได้กำไรมาแล้วหารกัน ต่อให้ยอดมันถดถอยไปกว่าเดิม คิดว่ามันน่าจะอยู่ได้” กายกล่าว
กลุ่มคนที่เข้ามาใช้บริการล้างฟิล์มมีทั้งลูกค้าเก่าและหน้าใหม่ รวมถึงชาวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าต่างชาติตามมาจากรีวิวบนเว็บไซต์ต่างๆ เพราะหนึ่งในข้อได้เปรียบของ XANAP คือทำเลที่ตั้งในย่านกลางเมืองซึ่งเดินทางสะดวก โดยปลายเสริมว่า นักท่องเที่ยวหลายประเทศยังคงชื่นชอบการเก็บภาพด้วยกล้องฟิล์มอยู่ อีกทั้งค่าล้างฟิล์มในไทยก็มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
ลูกค้ามากหน้าหลายตาสะท้อนว่า โลกยังต้องการร้านล้างฟิล์มอยู่ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายตอนนี้ไม่ใช่การกอบโกยกำไร แต่เป็นการทำอย่างไรให้ร้านอยู่ได้อย่างมั่นคง
“ฟิล์มสี 135 ม้วนละ 180 บาท ส่วนฟิล์มหนังขาวดำม้วนละ 260 บาท เพราะต้องล้างฟิล์มด้วยมือ ทุกวันนี้ที่ร้านอยู่ได้เพราะค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมไม่ได้สูง เพราะเราทำเองได้ พอประหยัดตรงนี้ เราเลยรู้สึกว่าราคานี้ก็อยู่ได้ ไม่ได้อยากทำกำไรสูงมาก แค่อยู่ได้อย่างมั่นคงก็พอ และยังอยากให้คนเข้ามาในวงการฟิล์มได้ง่าย มีคนในคอมมูนิตี้เยอะๆ เพราะหลายคนเริ่มเล่นกล้องฟิล์มเพราะราคาถูกกว่าการซื้อกล้องดิจิทัล” กายเล่า
ช่วงปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของทั้ง 5 คน มีวันที่ XANAP เคยล้างฟิล์มมากกว่า 200 ม้วน ซึ่งในช่วงนี้กำลังเข้าสู่โลว์ซีซัน จึงมีฟิล์มที่ต้องล้างวันละ 40-50 ม้วน อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือช่วงรับปริญญาจะเป็นช่วงที่คนหยิบกล้องฟิล์มขึ้นมาเก็บภาพประทับใจอีกครั้ง และมีลูกค้าแวะเวียนเอาฟิล์มมาฝากล้างจำนวนมาก
งานล้างฟิล์มคือการดูแลความทรงจำของลูกค้า
ตั้งแต่ทำงานกับเจ้าของเก่าจนวันที่เข้ามาบริหารเอง สิ่งที่ยังคงไว้คือคติในการบริการลูกค้า ซึ่งยึดถือความจริงใจเป็นสำคัญ
“เรื่องความจริงใจและการทำงานของลูกค้าให้ออกมาดีที่สุด แต่เมื่อเกิดปัญหา เราต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่และอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ”
ปัญหาในแต่ละวันของร้านล้างฟิล์มแตกต่างกันออกไป บางครั้งเป็นเรื่องไม่คาดคิด หรือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากทุกวันเราทำงานกับเครื่องจักรที่บางตัวมีอายุถึง 60 ปี จึงมีปัญหาทางเทคนิคให้เรียนรู้และแก้ไขอยู่เสมอ
เพราะงานล้างฟิล์มคือการดูแลความทรงจำของเจ้าของภาพ เมื่อถามว่า มีภาพถ่ายหรือม้วนฟิล์มของลูกค้าชิ้นไหนที่ยังจำได้เป็นพิเศษ และทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ร้านทำมีความหมาย
“จริงๆ มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกประทับใจ แต่ถ้าให้นึก จะนึกถึงลูกค้าท่านหนึ่ง เขาล้างฟิล์มที่ร้านมาตั้งแต่ปีแรก เราเห็นลูกของเขาตั้งแต่ยังเด็กจนโต แล้ววันหนึ่งลูกเขาก็ถือกล้องฟิล์ม ถ่ายรูปเองเป็นแล้ว เรารู้สึกดีมาก เหมือนได้เห็นการเติบโตของครอบครัวหนึ่งผ่านฟิล์ม
“อีกท่านคือลูกค้าวัยเกษียณ ที่นำฟิล์มเก่ามาสแกนเรื่อยๆ ทำให้เราได้เห็นส่วนหนึ่งในความทรงจำช่วงวัยรุ่นของเขา เราอาจจะรู้จักเขาแค่ตอนมายืนหน้าร้าน แต่พอได้เห็นฟิล์มเก่าที่เขาเอามาสแกน ก็เหมือนได้เห็นความทรงจำดีๆ ในชีวิตของเขาด้วย” ปลายเสริม
อนาคตของฟิล์มและร้าน XANAP
ช่วงประมาณปี 2560 จะเห็นความนิยมกล้องและภาพถ่ายฟิล์มในกลุ่มวัยรุ่นยุคนั้นค่อนข้างมาก มีร้านล้างฟิล์มเกิดขึ้นใหม่ในช่วงเวลานั้นหลายร้าน เมื่อถามว่าทุกวันนี้กระแสของกล้องฟิล์มเป็นอย่างไร ทีม XANAP เล่าว่า เทรนด์ Y2K ไม่เพียงทำให้วัยรุ่นตามซื้อกล้องดิจิทัล แต่ยังช่วยปลุกความสนใจกล้องฟิล์มด้วย
“รู้สึกว่าเด็กมัธยมมีความสนใจเยอะมาก แต่ก็เหมือนกับยุคเราที่ไม่ใช่ทุกกลุ่มคน แล้วก็มีคอมมูนิตี้ของเพื่อนเขา เราก็พยายามจะสนับสนุนน้องๆ ทุกคนเท่าที่จะทำได้ เวลามีเด็กๆ มาถาม จะชอบมาก”
กายเสริมต่อว่า ข้อดีของคน Gen Z หรือ Gen Alpha ที่สนใจโลกของฟิล์ม มักจะศึกษาข้อมูลที่หาได้จากออนไลน์จนความรู้มากพอสมควร และยังยินดีให้คำแนะนำ หากมีคนรุ่นใหม่เข้ามาชวนพูดคุยเรื่องกล้องฟิล์ม
และเมื่อถามว่า หากมองไปข้างหน้าอีก 5-10 ปี อยากเห็น XANAP เติบโตไปในทิศทางไหน พวกเขาตอบว่า
“ถ้าร้านยังอยู่ได้แบบทุกวันนี้ แล้วทุกคนยังมีความสุข พวกเราก็มีความสุข แต่ก็พยายามหาวิธีทำให้ร้านมีรายได้เพิ่ม โดยไม่กระทบลูกค้าหรือคนในวงการ ตราบใดที่ยังมีคนชอบฟิล์ม เราจะยังให้บริการต่อ”
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาจเป็นปัจจัยที่น่ากังวลสำหรับสาย Manual
“สิ่งที่น่ากลัวคือ AI เพราะเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันแต่งภาพหลายตัวที่ทำภาพให้เหมือนถ่ายจากกล้องฟิล์มได้ โดยที่ราคาสมัครรายเดือนถูกกว่าราคาฟิล์มเสียอีก ทำให้ความสนุกและเสน่ห์ในการเรียนรู้ระบบ Manual จากการถ่ายฟิล์มจริงๆ หายไป แต่เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ชอบหลักการทำงานของกล้องฟิล์ม หรือภาพที่ได้จากการล้างฟิล์มอยู่”
เจ้าของร้าน XANAP ในวันนี้ เป็นทั้งคนล้างฟิล์มและคนรักกล้องฟิล์ม ในขณะที่คนมองฟิล์มเป็นเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป จึงน่าสนใจว่าทำไมพวกเขายังรักฟิล์มอยู่ และมันให้อะไรกับชีวิตพวกเขา
“ฟิล์มมันให้ความช้า ทำอะไรต้องคิดมากขึ้น ฟิล์มคือการคำนวณทั้งเรื่องแสง สมดุล และการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายฟิล์ม การล้างฟิล์ม หรือการบริหารร้าน มันคือเรื่องเดียวกัน คือการคำนวณและตัดสินใจให้ดีที่สุด” ทีม XANAP ทิ้งท้าย




