จากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร ไม่เพียงคร่าชีวิตลูกค้า แต่ยังพรากสมาชิกวง ‘ทศกัณฐ์’ จำนวน 4 คน กลุ่มคนที่ทำงานมอบความบันเทิงให้ผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยว สรรค์สร้างบรรยากาศร้าน แต่ไม่มีใครคาดมาก่อนว่า ค่ำคืนนั้นจะเป็นการเล่นดนตรีครั้งสุดท้ายในชีวิตพวกเขา
โศกนาฏกรรมดังกล่าวเผยให้เห็นความไม่ปลอดภัยของร้านอาหาร ร้านเหล้าเบียร์ และสถานเริงรมย์ ทว่านอกจากอันตรายที่เกิดกับนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการแล้ว เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนชีวิตของคนทำงานในธุรกิจกลางคืนอย่างนักดนตรี ซึ่งยืนอยู่บนความเสี่ยงในสถานที่เดียวกัน อีกทั้งยังต้องแบกรับความเสี่ยงนั้นเอาไว้เพื่อทำงานหาเลี้ยงชีพ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการเวลากลางคืน เพราะภาพเหตุการณ์ซานติก้าผับ เมื่อปี 2552 ยังฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทย จนถึงเหตุไฟไหม้ร้านเมาน์เทนบี จังหวัดชลบุรี ในปี 2565 หลายคนจึงกังวลกับมาตรฐานความปลอดภัยของร้านต่างๆ
และในมุมมองของนักดนตรีที่ต้องเดินทางไปยังสถานประกอบการเพื่อทำงานและใช้เวลาในร้านหลายชั่วโมง ก็ยืนยันว่าหลายแห่งมีมาตรการความปลอดภัยไม่รัดกุมพอ ซ้ำร้ายยังเสี่ยงต่ออันตรายมากกว่าเดิม
เมื่อการยืนร้องเพลงบนเวทีเปรียบเสมือนการเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนเส้นด้าย ศิลปินอย่าง ‘กิต Three Man down’ (กิต-กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์) จึงก้าวออกมาเรียกร้องผ่าน Facebook ของเขา โดยใจความสำคัญระบุให้สถานบันเทิงหรืองานเฟสติวัลดูแลจัดการมาตรฐานความปลอดภัยในหลายด้าน ทั้งระบบไฟฟ้า โครงสร้างเวที การระบายอากาศ อาวุธ วัตถุอันตราย ตลอดจนเอฟเฟกต์พลุและควันบนเวที ซึ่งเป็นสาเหตุให้เขาได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง
กิตยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบรรดาศิลปินพยายามสื่อสารประเด็นเหล่านี้มาโดยตลอด แต่ไม่เป็นผล ทั้งนี้ ศิลปิน เช่น โอม Cocktail (โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ), กบ Big Ass (กบ-ขจรเดช พรมรักษา) และ TIMETHAI (ธามไท แพลงศิลป์) ไปจนถึงผู้กำกับอย่าง เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ก็เข้ามาสนับสนุนกิต และแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
ยามศิลปินทำการแสดงบนเวที ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและอันตรายหลายครั้ง อย่างเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เจ๋ง Big Ass (เจ๋ง-เดชา โคนาโล) ประสบอุบัติเหตุร่วงตกทะลุเวที เนื่องจากเวทีไม่แข็งแรง หรือโบกี้ไลอ้อน (โบกี้-ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ) ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการสูดดมควันบุหรี่จากผู้มารับชมการแสดง
“ความปลอดภัยยังเป็นอันดับแรกเสมอที่ต้องใส่ใจ ถึงแม้วงการคอนเสิร์ตจะพัฒนามาได้ไกลกว่าเดิมมากแล้ว แต่ยังมีหลายอย่างที่ยังพัฒนาได้อีก มาร่วมมือร่วมใจกันสร้างมาตรฐานนี้ให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่อย่าให้เกิดบ่อยๆ เลย” กบ Big Ass ระบุ
ในขณะเดียวกัน โอม Cocktail กล่าวว่า “การตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิต โดยเฉพาะจากผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ หรือตกอยู่ในความเสี่ยงโดยตรง ไม่ควรโดนวิพากษ์ว่าเป็นความเรื่องมาก ในทุกวิชาวิชาชีพมีปัจจัยรายล้อมต่างกัน และในแต่ละงานก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป อยากให้รับฟังผู้ปฏิบัติงานด้วย ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรืออยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม”
เมื่อพูดถึงคำว่าศิลปิน นักดนตรี ไม่ได้มีแค่วงโด่งดังเป็นที่รู้จัก เพราะยังมีนักดนตรีอาชีพจำนวนมากที่ทำงานในสถานบันเทิง ซึ่งมีอำนาจต่อรองน้อย บางคนไม่มีสิทธิเลือกร้านที่จะไปเล่น ไม่มีสิทธิเลือกรับงาน เพราะนั่นหมายความว่า พวกเขากำลังปฏิเสธรายได้ที่จะเข้ามา จึงต้องยอมแบกความเสี่ยงในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
โดยความเสี่ยงนั้นเกิดได้ตั้งแต่เวทีชำรุด ไฟฟ้าช็อตจากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน หรืออย่างกรณีเพลิงไหม้ที่ประตูหนีไฟมีปัญหา
หลายคนทราบดีว่า อันตรายไม่ได้เลือกเกิดเฉพาะเวลากลางคืน ความเสี่ยงทั้งหลายในชีวิตนั้นประสบพบเจอได้ตลอดทุกช่วงเวลา เพราะแม้จะเล่นดนตรีในพื้นที่เปิดโล่ง มีแสงสว่างจ้า ก็ใช่ว่าจะหลีกพ้นทุกภยันตราย ดังนั้นการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของสถานที่และเวทีจัดแสดง อาจเป็นคำตอบหนึ่งเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในเชิงกายภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหต
สุดท้ายนี้ มิติที่ยังขาดหายไปคือความปลอดภัยทางใจ และสิ่งที่ควรตั้งคำถามต่อไปคือ หากเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดแล้ว จะมีบทบัญญัติใดที่จะมาเป็นเบาะรองรับ คุ้มครองชีวิตของเหล่านักดนตรีอย่างเป็นระบบ เมื่อวันนี้นักดนตรีคืออาชีพอิสระ และศิลปินหลายคนยังรู้สึกว่าตนเองมีสวัสดิภาพในการทำงานไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานเสียด้วยซ้ำ
อ้างอิง:
– https://www.facebook.com/share/p/1H2TDPqMAV/
– https://www.facebook.com/share/p/1BcTZWSF8b/
Tags: สถานบันทิง, นักดนตรี, Entertainment




