ป้ายคำว่า ‘สวน 15 นาที’ ปรากฏอยู่ตามมุมต่างๆ ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่สวนหย่อมข้างทาง ริมกำแพง ใต้ทางด่วน เกาะกลางถนน ไปจนถึงพื้นที่เล็กๆ หน้าชุมชนหรืออาคารราชการ บางแห่งมีเพียงแปลงไม้ดอก ไม้พุ่ม และป้ายชื่อ บางแห่งมีม้านั่ง ลานกิจกรรม ทางเดิน สนามเด็กเล่น หรือพื้นที่ใต้ร่มไม้ที่คนเริ่มใช้เป็นที่นั่งพักจริง
นี่คือภาพของนโยบาย ‘สวน 15 นาที’ หนึ่งในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนก่อน ที่ตั้งต้นจากปัญหาใหญ่ของเมืองคือ กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวเพียง 2.6% ของพื้นที่ทั้งหมด และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กระจุกตัวอยู่ไม่กี่จุด ทำให้คนจำนวนมากต้องเดินทางไกล กว่าจะได้สัมผัสสวนสาธารณะ
แนวคิดของสวน 15 นาทีคือ การเพิ่มสวนสาธารณะขนาดเล็ก หรือพื้นที่สีเขียวในระดับละแวกบ้าน ให้ประชาชนเข้าถึงได้ภายในเวลาเดินไม่เกิน 15 นาที หรือราว 800 เมตร ไม่จำเป็นต้องเป็นสวนใหญ่ แต่ใช้พื้นที่ว่าง พื้นที่รกร้าง พื้นที่ใต้โครงสร้างพื้นฐาน ริมทางเท้า หรือพื้นที่หน้าอาคาร มาปรับเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้คนเมืองใช้พักผ่อน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมเบาๆ ได้ในชีวิตประจำวัน
สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เคยรายงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ว่า กทม.ตั้งเป้ามีสวน 15 นาที 500 แห่งภายในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ยุคชัชชาติ บอกกับ The Momentum ว่า สวน 15 นาทีในวาระแรกที่ชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม. อยากได้ทั้งหมด 500 สวน ขณะนี้ได้แล้ว 471 สวน ยังเหลืออีก 29 สวน ที่ต้องทำต่อ
คำถามคือ เมื่อสวน 15 นาทีทยอยเกิดขึ้นจริงตามพื้นที่ต่างๆ แล้ว นโยบายนี้ ‘ใช้ได้จริง’ หรือไม่
จากภาพสำรวจของ The Momentum พบว่า สวน 15 นาทีมีรูปแบบหลากหลาย เช่น บริเวณต้นซอยสุทธิสาร-รัชดา หรือสวนหย่อมสุทธิสาร เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กริมทางเท้า มีการจัดแปลงต้นไม้ เพิ่มไม้ดอก ไม้พุ่ม และทำให้มุมถนนที่เคยเป็นเพียงพื้นที่ทางผ่านดูร่มรื่นขึ้น ข้อดีคือ ใช้งบไม่มาก ปรับพื้นที่ได้เร็ว และช่วยเติมสีเขียวในจุดที่เมืองขาดหาย แต่ข้อจำกัดคือ พื้นที่ลักษณะนี้ยังอาจทำหน้าที่เป็น ‘ภูมิทัศน์’ มากกว่า ‘สวน’ เพราะคนอาจเดินผ่าน มองเห็น หรือพักสายตาได้ แต่ยังไม่ใช่พื้นที่ที่นั่งใช้เวลาหรือทำกิจกรรมได้จริ
ขณะที่บางแห่ง เช่น สวนการเคหะสร้างสุข สวนสามย่าน หรือสวนป่าเอกมัย เริ่มเห็นบทบาทของสวนในฐานะพื้นที่สาธารณะมากขึ้น มีลานกิจกรรม ทางเดิน ร่มไม้ ม้านั่ง หรือพื้นที่เปิด ที่คนเข้ามานั่งพัก กินอาหาร สนทนา ใช้โทรศัพท์ หรือพบปะกันหลังเลิกเรียนและเลิกงาน
งานศึกษาของ Stockholm Environment Institute (SEI) ที่สำรวจการใช้สวน 15 นาทีในกรุงเทพฯ พบว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ในสวนลักษณะนี้ เป็นกิจกรรมเบา เช่น นั่งพัก ดื่มเครื่องดื่ม รับประทานของว่าง หรือพบปะพูดคุย ขณะที่กิจกรรมออกกำลังกายยังมีจำกัด เพราะหลายแห่งมีพื้นที่เล็ก และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการออกกำลังกายหนัก โดยช่วงเวลาที่มีผู้ใช้มากคือช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น ซึ่งอากาศไม่ร้อนเท่ากลางวัน
ดังนั้น หากวัดด้วยคำถามว่า “สวน 15 นาที ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองได้ไหม” คำตอบคือ ใช้ได้จริงในระดับหนึ่ง เพราะทำให้พื้นที่เล็กๆ ที่เคยถูกมองข้ามกลับมามีบทบาท และทำให้คนเมืองเห็นสีเขียวใกล้ตัวมากขึ้น แต่หากวัดด้วยคำถามว่า เป็นพื้นที่ที่ใช้จริงได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของสวนแต่ละแห่ง เพราะหลายคนก็ยังไม่นับว่า เกาะกลางถนนหรือกลางวงเวียน 22 กรกฎาฯ เป็นสวน 15 นาที
ทวิดาซึ่งครั้งนี้เป็นหนึ่งใน ‘ทีมชัชชาติ’ กล่าวว่า นโยบายหาเสียงครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มสวนอีก 29 แห่งแล้ว จะเพิ่ม ‘สวนป่าล้อมเมือง’ เพื่อให้ได้สวนขนาดใหญ่มากขึ้น ไม่ได้มีแต่สวนเล็กๆ ที่เข้าถึงได้ใน 15 นาที หลังจากนี้จะมีสวนใหญ่ที่ช่วยในเรื่องอุณหภูมิ ฝุ่น เครื่องออกกำลังกาย เพื่อพักผ่อนหย่อนใจต่อไป
แล้วสวน 15 นาทีใกล้บ้านคุณล่ะ ใช้ได้จริงแค่ไหน
Tags: สวน 15 นาที, พื้นที่พักผ่อน, นโยบาย, พื้นที่สาธารณะ, สวนสาธารณะ, ชัชชาติ, สวน



