วันนี้ (16 มิถุนายน 2026) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กับสื่อระบุว่า รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งผู้ประนอมชาวแอฟริกาใต้และเยอรมันให้เข้าร่วม ‘กระบวนการประนอมภาคบังคับ’ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ในประเด็นข้อพิพาททางทะเลกับประเทศกัมพูชา
ก่อนหน้านี้ กัมพูชาประกาศเริ่มต้นใช้กระบวนการดังกล่าว โดยส่งหนังสืออย่างเป็นทางการให้กับประเทศไทยและองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิก ‘MOU44’ ซึ่งเป็นบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อใช้เป็นกรอบในการเจรจาและแก้ไขปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (Overlapping Claims Area: OCA) บริเวณอ่าวไทยที่มีขนาดประมาณ 2.6 หมื่นตารางกิโลเมตร
ทั้งนี้ ทั้ง 2 ประเทศได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2001
สำหรับกระบวนการประนอมภาคบังคับ ปรัก สุคน (Prak Sokhonn) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้แต่งตั้ง ปีเตอร์ ทักโซ-เยนเซน (Peter Taksøe-Jensen) อดีตนักการทูตอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศชาวเดนมาร์ก และอดีตประธานคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเลระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต รวมถึง ฌอง-มาร์ค ทูเวนิน (Jean-Marc Thouvenin) นักกฎหมายและนักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ประนอมของฝ่ายกัมพูชา
ขณะที่ประเทศไทยแต่งตั้ง รูดิเกอร์ โวล์ฟรุม (Rüdiger Wolfrum) นักกฎหมายและนักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศชาวเยอรมัน และอัลเบิร์ต ฮอฟฟ์แมน (Albert Hoffman) นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศชาวแอฟริกาใต้ เป็นผู้ประนอมของฝ่ายไทย
สำหรับกระบวนการต่อไป ผู้ประนอมทั้ง 4 คน จากทั้ง 2 ประเทศจะต้องมาพบกันภายใน 30 วัน เพื่อทำการเลือกประธานคณะกรรมการการประนอมคนที่ 5 ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยอย่างเป็นทางการ
อนึ่ง กระบวนการประนอมภาคบังคับเป็นหนึ่งในกระบวนการเจรจาภายใต้กฎหมาย UNCLOS โดยจะเริ่มต้นจากการแต่งตั้งคณะกรรมการการประนอมขึ้นมาเพื่อตรวจข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาททางทะเล และจัดทำข้อเสนอที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายให้กับประเทศคู่พิพาท รวมถึงจัดทำรายงานส่งไปให้ยังองค์การสหประชาชาติ
ก่อนหน้านี้ กระบวนการประนอมภาคบังคับถูกใช้ในกรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลีย โดยติมอร์-เลสเตประกาศใช้กระบวนการดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2016 ซึ่งได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังรัฐบาลออสเตรเลีย และได้รับการตอบตกลงเข้าร่วมกระบวนในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
หลังจากการเจรจาดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปี ทั้ง 2 ประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลได้สำเร็จ โดยมีการลงนามในสนธิสัญญากำหนดเขตแดนทางทะเล ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ เมื่อต้นปี 2018
ปรัก สุคนระบุว่า กัมพูชาตัดสินใจประกาศใช้กระบวนการดังกล่าว เนื่องจากเป็นกรอบการทำงานที่เป็นธรรม อีกทั้งยังอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และกัมพูชายึดมั่นมาโดยตลอด โดยเขาเชื่อว่า กระบวนการประนอมภาคบังคับจะสามารถแก้ไขข้อพิพาทในพื้นที่ OCA ที่ยืดเยื้อมามากกว่า 2 ทศวรรษได้สำเร็จ
นอกจากนี้ รมว.กต.กัมพูชายังแสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของประเทศไทยที่จะเข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าว โดยระบุว่า นี่คือสัญญาณเชิงบวกของการเริ่มต้นการเจรจา
“กัมพูชายินดีที่ประเทศไทยเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เราขอให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมด้วยใจสุจริต เพื่อประชาชนของเรา และเพื่อภูมิภาคของเรา โดยมีทั่วโลกกำลังเฝ้าเป็นพยาน” ปรัก สุคนกล่าว
ที่มา:
– https://www.khmertimeskh.com/501920751/unclos-conciliation-offers-cambodia-thailand-path-to-peace/
Tags: Thailand, กัมพูชา, ไทย, Cambodia, กฎหมายระหว่างประเทศ, UNCLOS, MOU44, ข้อพิพาททางทะเล, การประนอมภาคบังคับ




