วันนี้ (21 พฤษภาคม 2569) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวตอนหนึ่ง ย้ำจุดยืนของพรรคประชาชนกรณีองคมนตรีเข้าร่วมประชุมแก้ภัยแล้งที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตอนหนึ่งว่า ต้องคงหลักการที่ถูกต้องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั่นคือนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ไม่ควรนำตัวแทนของสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องนโยบายสาธารณะ
ขณะเดียวกัน ทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดชอบ หากเกิดเหตุการณ์ตัดสินใจใดๆ ผิดพลาดขึ้นมา ก็อาจกระทบกระเทือนสถาบันฯ ได้
“ผมเข้าใจดีว่าหลายๆ ส่วนมีการแสดงความเห็นว่า การประชุมในลักษณะนี้ที่มีองคมนตรีเข้าร่วม ดำเนินการมาแล้วนานหลายปี อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าต้องถอยออกมา ถามหลักการให้ตรงกันก่อน ฉะนั้น คำถามต้องส่งตรงไปถึงนายกฯ อนุทินว่า คิดเห็นอย่างไร การกระทำของตัวเองถูกต้องหรือไม่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ถึงแม้จะมีการให้เหตุผลว่า องคมนตรีมาประชุมเพื่อให้สติ หรือเรื่องแสดงความเห็น ความเป็นห่วง หรือด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ แต่ถ้ามาร่วมประชุมโดยตรง หากเกิดการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายผิดพลาด อาจกระทบกระเทือนต่อองคมนตรี ซึ่งถูกแต่งตั้งโดยองค์พระมหากษัตริย์ได้ และอาจส่งผลสะเทือนโดยตรงต่อพระมหากษัตริย์
“จริงๆ เราอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองนี้ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร จะต้องเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการทุกอย่าง ต้องป้องกันไม่ให้สาธารณะมีข้อคิดเห็นใดๆ ที่อาจกระทบกระเทือนถึงพระองค์ท่านได้ นายกฯ จึงต้องรับผิดชอบในการดำเนินนโยบายสาธารณะทุกๆ เรื่อง
“เป็นหลักการพื้นฐานของประเทศที่อยู่ใต้ระบอบการปกครองแบบนี้ จริงๆ คนที่เป็นนายกฯ ไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำแล้ว อีก 1 กรณีก็คือ พอดำรงตำแหน่งในฐานะนายกฯ ก็ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง”
หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวอีกว่า หากประเทศนี้จะคงระบอบนี้ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทยอย่างมั่นคงสถาพร การทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการดำเนินนโยบายสาธารณะนั้น เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของฝ่ายบริหาร และเป็นสิ่งที่นายกฯ พึงกระทำ
ขณะเดียวกัน เมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถามว่า กรณี ‘โครงการในพระราชดำริ’ องคมนตรีอาจมีความเกี่ยวข้องด้วย ณัฐพงษ์ระบุว่า ทุกโครงการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในพระราชดำริ หรือโครงการใดๆ ก็ตาม ตราบใดที่ดำเนินการโดยใช้เงินและงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดรับชอบโดยตรง และนายกฯ จะต้องรับผิดรับชอบโดยตรง ขณะเดียวกัน ทุกโครงการต้องมีผลได้ผลเสีย สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่ควรต้องมาอยู่ตรงกลางในเรื่องที่อาจมีข้อคิดเห็นในสังคม
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกข่าวชี้แจงเมื่อค่ำวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่า การประชุมร่วมกันระหว่างองคมนตรีกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแก้ปัญหาภัยธรรมชาติและภัยแล้ง ดำเนินต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปี 2559
Tags: องคมนตรี, ภัยแล้ง, พรรคประชาชน



