เมื่อวานนี้ (26 เมษายน 2026) สำนักข่าว CBS รายงานว่า โคล โทมัส อัลเลน (Cole Tomas Allen) มือปืนผู้ก่อเหตุ บุกงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย ให้การกับเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า เขาต้องการที่จะลอบสังหารผู้นำสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงอีกหลายคน
ท็อดด์ บลานช์ (Todd Blanche) รักษาการอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว CBS เพิ่มเติมว่า ชายคนดังกล่าวเดินทางโดยรถไฟจากนครลอสแอนเจลิสไปยังนครชิคาโก ก่อนที่จะต่อรถไฟมายังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเข้าพักที่โรงแรมวอชิงตันฮิลตัน (Washington Hilton) โดยพบว่า ผู้ต้องสงสัยพกอาวุธหลายชนิด ประกอบด้วยปืนพก ปืนลูกซอง และมีดสั้น
ภายหลังผู้ก่อเหตุเปิดฉากยิงปืนราว 1-2 นัด บริเวณนอกห้องจัดเลี้ยง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้มีการยิงตอบโต้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเข้าควบคุมตัวใกล้บริเวณบันไดด้านข้างห้องจัดเลี้ยง
รักษาการอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุจะปรากฏตัวต่อศาลเพื่อให้ปากคำในวันนี้ (27 เมษายน 2026)
ด้านทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News ว่า อัลเลนเป็นพวกต่อต้านศาสนาคริสต์ พร้อมเรียกเขาว่าเป็น ‘ผู้ป่วยทางจิต’
ขณะที่สำนักข่าว New York Post รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยเขียนบันทึกส่งให้กับครอบครัวก่อนลงมือก่อเหตุไม่นานว่า “เป้าหมายของผมจะเรียงจากลำดับสูงสุดไล่ไปจนถึงลำดับต่ำสุด”
ขณะที่สำนักข่าว The New York Times รายงานเพิ่มเติมว่า บันทึกที่อัลเลนส่งให้กับครอบครัวมีความยาวประมาณ 1,000 คำ และแม้ว่าจะไม่ได้มีการกล่าวถึงชื่อทรัมป์โดยตรง แต่เนื้อความแสดงถึงความโกรธแค้นต่อผู้นำสหรัฐฯ และคณะรัฐบาลอย่างชัดเจน
ในเนื้อความของบันทึกตอนหนึ่งระบุว่า “ผมไม่สามารถปล่อยให้คนทรยศเหล่านี้ลากผมไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเลวร้ายที่พวกเขาทำ”
ทั่วโลกมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
• สหรัฐอเมริกา
เหวยเจีย เจียง (Weijia Jiang) ผู้สื่อข่าวอาวุโสชาวอเมริกันเชื้อสายจีนของสำนักข่าว CBS และประธานสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ซึ่งนั่งอยู่ข้างทรัมป์ขณะเกิดเหตุ เน้นย้ำว่า เมื่อเกิดวิกฤตหรือเหตุฉุกเฉิน หน้าที่ของสื่อมวลชนคือการพุ่งเข้าหาเหตุการณ์นั้น ไม่ใช่การวิ่งหนี
เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า “ในค่ำคืนที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญกับเสรีภาพ ในอีกด้านหนึ่งเราอย่าลืมคำนึงถึงความเปราะบางของเสรีภาพด้วยเช่นกัน”
นอกจากนี้เจียงยังยืนยันอีกว่า งานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวจะกลับมาจัดอีกครั้ง อย่างน้อยก็ในช่วงระยะเวลาภายใน 1 เดือนนับจากนี้
• สหราชอาณาจักร
เคียร์ สตาร์เมอร์ (Sir Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ระบุว่า เขารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอประณามการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่า “ความรุนแรงใดๆ ที่เกิดขึ้นต่อสถาบันประชาธิปไตยและเสรีภาพของสื่อมวลชน ต้องได้รับการประณามอย่างถึงที่สุด”
ขณะที่ คริสเตียน เทอร์เนอร์ (Sir Christian Turner) เอกอัครราชทูตของสหราชอาณาจักรประจำสหรัฐฯ ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตสหราชอาณาจักรบางส่วนเข้าร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งชื่นชมการทำงานและการตอบสนองที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสหรัฐฯ
• สเปน
เปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) นายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งทรัมป์มักวิพากษ์วิจารณ์เขาในประเด็นเรื่องสงครามตะวันออกกลางอยู่บ่อยครั้ง กล่าวประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อผู้นำสหรัฐฯ
“ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก มนุษยชาติจะก้าวไปข้างหน้าได้ก็ต่อเมื่อยึดถือในประชาธิปไตย ความร่วมมือ และสันติภาพ” นายกรัฐมนตรีสเปนกล่าว
• อิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า เขาและภรรยารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์การลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์ และรู้สึกโล่งใจเมื่อทราบว่า ทรัมป์และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ปลอดภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ไอแซก เฮอร์โซก (Isaac Herzog) ประธานาธิบดีอิสราเอล รู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งถูกผู้ต้องหายิงระหว่างการปะทะ ปลอดภัยและกำลังฟื้นตัวอย่างดี
“จากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ เราขออธิษฐานให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบรรดาผู้นำของสหรัฐฯ ปลอดภัยจากการโจมตีอันร้ายแรงในครั้งนี้” ประธานาธิบดีอิสราเอลกล่าว
ขณะที่กิเดียน ซาอาร์ (Gideon Sa’ar) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลจะอยู่เคียงข้างสหรัฐฯ และประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมกล่าวว่า อิสราเอลรับไม่ได้กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นและประณามต่อการกระทำดังกล่าว
• เลบานอน
สำนักประธานาธิบดีเลบานอนได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า โจเซฟ อูน (Joseph Aoun) ประธานาธิบดีเลบานอน ได้ส่งข้อความถึงผู้นำสหรัฐฯ โดยตรงเพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตอนหนึ่งของข้อความระบุว่า เลบานอนประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกรูปแบบ และขออวยพรให้สหรัฐฯ มีความมั่นคงและความปลอดภัย
• ปากีสถาน
เชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif) นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ในฐานะผู้นำไกล่เกลี่ยยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ระบุว่า เขารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและโล่งใจที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนปลอดภัย
“คำอธิษฐานและคำขอของผมส่งไปยังผู้นำสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว ผมขออวยพรให้เขายังคงปลอดภัย” ชารีฟกล่าว
ขณะที่ อิสฮัก ดาร์ (Ishaq Dar) รองนายกรัฐมนตรีปากีสถาน แสดงความรู้สึกดีใจที่ ทรัมป์และเมลาเนีย ทรัมป์ (Melania Trump) สุภาพสตรีหมายเลข 1 ปลอดภัย
รองนายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวเสริมว่า “เราขอประณามความรุนแรงทั้งปวงที่เป็นศัตรูต่อการทูตและอารยธรรมของมนุษยชาติ”
ที่มา:
– https://edition.cnn.com/2026/04/25/politics/live-news/trump-white-house-correspondents-dinner
Tags: Us, สหรัฐฯ, สมาคมผู้สื่อข่าว, ลอบยิง, วอชิงตันฮิลตัน, มือปืน, ความรุนแรง, Trump, โดนัลด์ ทรัมป์, ทำเนียบขาว, ทรัมป์



