วันนี้ (7 เมษายน 2569) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีมติให้ใช้กลไกตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ลดค่าการกลั่นของโรงกลั่น ในส่วนของน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ในราคา 2 บาทต่อลิตร
เอกนัฏระบุว่า สถานการณ์เช่นนี้เข้าใจดีว่า ราคาน้ำมันส่วนหนึ่งแพงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง แต่ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นถูกทำให้มีราคาถูกลงด้วยกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการนำเงินของอนาคตมาชดเชย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานะของกองทุนน้ำมันฯ ติดลบไปแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งทุกวันนี้ยังมีการชดเชยราคาน้ำมัน หรือกล่าวง่ายๆ คือ ‘เอากองทุนมาแบก’ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลประมาณวันละ 1,000 ล้านบาท
“พอเรามาดูตัวเลขเราเห็นว่า กลไกการกำหนดราคาน้ำมันของไทยนั้นเป็นกลไกไม่ปกติ โรงกลั่นในฐานะผู้ประกอบการต้องมาช่วยกันรับผิดชอบ แบกภาระของราคาน้ำมันที่เพิ่มผิดปกติในเวลานี้”
โดยที่ประชุมมีมติให้ใช้กลไกตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) กำหนดราคาหน้าโรงกลั่น“ต่อจากนี้ไปจะใช้กลไกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก คือเราจะกำหนดราคาอ้างอิงตามสิงคโปร์มากำหนดตัวลด (Discount) คือลดตั้งแต่หน้าโรงกลั่น ถ้าใช้วิธีนี้ก็จะไม่เป็นภาระต่อกองทุนน้ำมันฯ เพราะเป็นการมาลดราคาที่โรงกลั่นขายเข้าน้ำมันระบบผู้ค้าแทน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว
เอกนัฏระบุเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นมติของที่ประชุม กบง.ได้ศึกษาดูตัวเลขเดือนมีนาคมพบว่า สามารถลดราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ได้ 2 บาทต่อลิตร ขณะที่เดือนเมษายนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะสามารถลดลงให้ได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตรหรือไม่
“ผมขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้ประกอบที่เป็นโรงกลั่น ผมเข้าใจว่าได้รับสัญญาณว่ามีส่วนหนึ่งที่ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับมาตรการลักษณะนี้ โดยกรรมการบริหารนโยบายพลังงานยืนยันว่า สิ่งที่สำคัญคือการบริหารไม่ให้เกิดความขาดแคลน
“เพราะฉะนั้นการลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อรายได้ของโรงกลั่นแน่นอน แต่เราก็จะดูแลกำกับไม่ให้กระทบกับสภาพคล่องของโรงกลั่น ในการซื้อวัตถุดิบซึ่งคือน้ำมันดิบเข้ามากลั่นให้คนไทยได้ใช้” เอกนัฏย้ำ
ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไปภายหลังมีมติของ กบง.แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนในการร่างเป็นกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ภายในวันพรุ่งนี้ (8 เมษายน 2569) หลังจากนั้นก็จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาว่า ส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาทต่อลิตรจะนำไปลดราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันได้อย่างไรต่อไป
เอกนัฏยังกล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องลดการพึ่งพา ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะเห็นแล้วว่าเมื่อเกิดวิกฤตขึ้น ประเทศไทยไม่สามารถยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ดังนั้นนโยบายของรัฐบาล คือการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่คนไทยผลิตได้เอง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ประสานไปที่สถานีบริการน้ำมันให้เร่งติดตั้งหัวจ่ายสำหรับน้ำมันดีเซล B20 ให้กับกลุ่มรถบรรทุก อีกทั้งจะชดเชยให้น้ำมันดีเซล B20 เป็นกรณีพิเศษ เพื่อลดภาระต้นทุนที่จะส่งต่อไปให้สินค้าอุปโภคบริโภคต่อไป
Tags: ค่ากลั่นน้ำมัน, เอกนัฏ, พลังงาน, น้ำมัน, น้ำมันแพง, โรงกลั่น




