สงครามกำลังมากัดกินชีวิตผู้คนทั่วโลกอีกครั้ง หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลกระทบที่เห็นได้ชัดอย่างแรกจากสงครามในตะวันออกกลาง คือราคาน้ำมันในตลาดโลกที่แพงขึ้น ต่อให้เราจะไม่ได้นั่งอยู่กลางไฟสงครามที่อิหร่าน แต่ผู้คนทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ไปด้วย ยังไม่นับสายการบินต่างๆ ที่ไม่สามารถบินได้อย่างปกติเนื่องจากสงคราม เส้นทางการบินยุโรป-เอเชียต้องเปลี่ยนเส้นทางหลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง 

สงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน กำลังลากยาวเข้าใกล้ 1 เดือน หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (​Donald Trump) ของสหรัฐฯ ประกาศโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงที่ระบุว่า อิหร่านกำลังพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ที่สามารถยิงได้ไกลถึงสหรัฐอเมริกา โดยกองทัพของสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีทางอากาศโจมตีกรุงเตหะรานและพื้นที่อื่นๆ ของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง 

เพียงไม่กี่ชั่วโมงของสงคราม สำนักข่าว IRNA สื่อของรัฐบาลอิหร่านออกรายงานในวันที่ 1 มีนาคม 2026 ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่านวัย 86 ปี ถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล การโจมตีแบบล็อกเป้าที่ทำเนียบผู้นำบ้านพักของคาเมเนอีในกรุงเตหะรานยังทำให้ภรรยาของคาเมเนอี ลูกสาว ลูกเขย หลานสาว ที่ปรึกษาคนสนิท และผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิตลงจากเหตุการณ์นี้

5 วันหลังการโจมตีครั้งใหญ่ของกองทัพของสหรัฐฯ และอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านกว่า 1,097 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 181 คน และมีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 900 คน โดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ​ระบุว่า 2 วันแรกของการโจมตีชาวอิหร่านเดินทางอพยพออกจากกรุงเตหะรานแล้วกว่า 1 แสนค1 นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของการสูญเสียที่พอจะประเมินเป็นตัวเลขได้ ยังไม่นับยอดผู้เสียชีวิต ผู้อพยพ และคนที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามครั้งนี้ในอีกหลายประเทศของตะวันออกกลาง และพลเรือนของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเอง

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2026 ต้นสัปดาห์ที่ 2 ของการสู้รบมีรายงานว่า เกิด ‘ปรากฏการณ์ฝนสีดำ’ ขึ้นเหนือท้องฟ้าในกรุงเตหะรานของอิหร่าน หลังอิสราเอลล็อกเป้าโจมตีคลังเก็บน้ำมัน ทำให้แทบทั้งเมืองของกรุงเตหะรานถูกปกคลุมด้วยท้องฟ้าสีดำ น้ำฝนที่ตกลงมาหลังการโจมตีคลังเก็บน้ำมันปนเปื้อนคราบสีดำ มีการระบุว่า นี่คือ ‘ฝนพิษ’ ที่มีความเป็นกรดสูง สามารถทำให้ผิวหนังเกิดแผลไหม้ และก่อความเสียหายต่อปอดได้ หากประชาชนสัมผัสกับน้ำฝนนั้2 

หลายอย่างในสงครามครั้งนี้ย้ำเตือนให้นึกถึง ‘สงครามเวียดนาม’ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1955-1975 แม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ตัวเปิดของสงครามเวียดนามเหมือนสงครามที่กำลังดำเนินไปกับอิหร่าน แต่สหรัฐฯ เองก็เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพยายามแสดงอำนาจในแถบอินโดจีนแทนที่ฝรั่งเศส จนสหรัฐฯ กลายมาเป็นคู่ต่อสู้หลักของกองทัพคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ สงครามครั้งนั้นถูกเรียกว่าเป็น ‘สงครามอเมริกัน’ ในเวียดนาม ระยะเวลาที่ยืดเยื้อกว่า 20 ปีของสงคราม คร่าชีวิตคนเวียดนามไปราว 2 ล้านคน ทหารอเมริกันอีกกว่า 5.8 หมื่นคน 

เช่นกันในสงครามเวียดนามเกิดปรากฏการณ์ ‘ฝนเหลือง’ จาก Agent Orange สารเคมีกำจัดวัชพืชที่มีส่วนประกอบของไดออกซิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ หลังกองทัพสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินโปรยสารเคมีดังกล่าวในเขตป่าและทุ่งนาของเวียดนาม เพื่อทำลายที่ซ่อนทหารเวียดกง บางรายงานระบุว่า มีการใช้ Agent Orange จำนวนกว่า 2 หมื่นตัน บางรายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ใช้สารเคมีดังกล่าวถึง 50 ล้านลิตร จำนวนมหาศาลของ Agent Orange ทิ้งการปนเปื้อนของไดออกซินไว้ในเวียดนามจนถึงปัจจุบัน และมีผู้คนอีกกว่า 3 ล้านคนที่ต้องทนทุกข์จากปัญหาสุขภาพเพราะสารเคมีนี้ 

‘มาร์ธา รอสเลอร์’ ศิลปินที่หยิบชีวิตผู้คนจาก ‘สงครามเวียดนาม’ มาอยู่ในบ้านสวยงามของชาวอเมริกัน

มาร์ธา รอสเลอร์ (Martha Rosler) ศิลปินหญิงชาวอเมริกัน เธอเกิดที่นิวยอร์กในปี 1943 รอสเลอร์สร้างผลงานศิลปะของตัวเองผ่านวิดีโอ ภาพถ่าย ข้อความ ศิลปะจัดวาง (Installation Art) ไปจนถึง Performance Art ผลงานของรอสเลอร์โฟกัสไปที่ประเด็นพื้นที่สาธารณะ สำรวจชีวิตประจำวันของผู้คน สื่อต่างๆ สถาปัตยกรรม และสภาพแวดล้อมในเมืองที่เธอพบเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อผู้หญิง รอสเลอร์เป็นคนที่มีความตื่นตัวต่อประเด็นทางสังคมและการเมือง เธอเริ่มเข้าร่วมการประท้วงเรียกร้องสิทธิพลเมืองและการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น

มาร์ธา รอสเลอร์ ในเดือนมีนาคม 1980 ภาพจาก Tate Gallery UK

ผลงานหนึ่งที่โดดเด่นของรอสเลอร์คือ ‘House Beautiful: Bringing the War Home’ ซีรีส์ภาพคอลลาจทางการเมืองที่ทรงพลังในปี 1967-1972 เธอใช้เวลาหลายปีในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านสงคราม ที่เธอต้องการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของรัฐบาลอเมริกาในสงครามเวียดนาม รอสเลอร์ใช้เทคนิคการปะติดปะต่อภาพแบบคอลลาจเชื่อมโยงภาพผู้คนในสงครามเวียดนามและบ้านที่สวยงามของชนชั้นกลางอเมริกันเข้าด้วยกัน ในช่วงเวลาที่กองทัพสหรัฐฯ พยายามแทรกแซงสงครามเวียดนามอย่างหนัก

House Beautiful: Bringing the War Home ภาพจาก https://www.martharosler.net/house-beautiful 

รอสเลอร์ยังเสียดสีกับช่วงเวลาที่สงครามเวียดนามถูกเรียกว่าเป็น ‘The Living Room War’ เนื่องจากชาวอเมริกันนั่งดูการนองเลือดที่กำลังเกิดขึ้นในสงครามเวียดนามผ่านหน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่นกันทุกวัน ไม่ต่างอะไรกับการที่สงครามเวียดนามวนเวียนอยู่ในบ้านอันสวยงามและสงบสุขของพวกเขา รอสเลอร์จึงหยิบเอาภาพผู้คน ภาพทหาร และภาพสถานที่ในสงครามเวียดนามจากนิตยสาร LIFE Magazine มาปะติดปะต่อเข้ากับภาพบ้านของชาวอเมริกันผู้มั่งคั่งที่นำมาจากนิตยสาร House Beautiful ด้วยความที่อยากชวนให้ผู้ชมทบผลงานนี้ได้ทวนความหมายของคำว่า ‘ที่นี่’ และ ‘ที่นั่น’ ในภาพอีกครั้ง 

ผลงานภาพตัดต่อเชิงเคลื่อนไหวทางการเมืองของรอสเลอร์บางครั้งจึงเห็นผู้หญิงเวียดนามที่สูญเสียขาจากสงครามมายืนอยู่ในหรูของชาวอเมริกัน หรือมีผู้ชายเวียดนามอุ้มเด็กน้อยที่บาดเจ็บตัวเปื้อนเลือดอยู่ตรงบันไดข้างห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างสะอาดและสวยงาม บางภาพก็มีแม่บ้านอเมริกันยืนดูดฝุ่นอยู่ในห้อง ที่เมื่อเปิดม่านออกไปก็พบทหารอเมริกันอยู่กลางดงสงคราม รอสเลอร์พยายามเผยให้เห็นขอบเขตของประสบการณ์ร่วมจากสงครามที่ถูกหล่อหลอมโดยภาพจากสื่3

House Beautiful: Bringing the War Home ภาพจาก https://www.martharosler.net/house-beautiful 

รอสเลอร์พยายามอย่างหนักมากในการทำให้ผู้คนเห็นว่าสงครามในอีกซีกโลกไม่ได้อยู่ไกลตัวจากชีวิตคนธรรมดา รอสเลอร์เคยพูดว่า เธอไม่ได้มอง House Beautiful: Bringing the War Home ในฐานะผลงานศิลปะ แต่เธอต้องการให้มันเป็น ‘การปลุกระดมต่อต้านสงคราม’ (Antiwar Agitation) ในช่วงแรกเธอได้ถ่ายเอกสารผลงานของตัวเองเพื่อแจกจ่ายในระหว่างการประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนามอีกด้วย4

การหยิบเอาผลงานของรอสเลอร์กลับมาดูอีกครั้งในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผลงานของรอสเลอร์กลายเป็นผลงานร่วมสมัยอย่างน่าตกใจ ในปี 2026 ที่สงครามอันมีกองทัพสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งยังคงดำเนินไป เพียงแค่ย้ายพื้นที่จากเวียดนามในเอเชียตะวันเฉียงใต้ไปสู่อิหร่านในตะวันออกกลาง ภาพระเบิด ภาพผู้คนบาดเจ็บ ภาพบ้านเมืองถูกทำลายยังถูกส่งผ่านให้เห็นทางทีวีและโซเชียลมีเดีย ชาวอเมริกันกลับมานั่งดูความเป็นไปของสงครามผ่านหน้าจอในห้องนั่งเล่นหรือจากโทรศัพท์มือถือของพวกเขา ราวกับ Bringing the War Home อีกครั้ง ทั้งที่ผ่านมากว่า 50 ปี นับแต่วันที่รอสเลอร์สร้างผลงานชิ้นนี้ แต่สงครามก็ยังวนกลับมาอีกครั้ง

อ้างอิง

1 ไทยพีบีเอส, 5 วัน สหรัฐฯ – อิสราเอลโจมตีในอิหร่าน ยอดเสียชีวิต 1,097 คน ที่มา https://www.thaipbs.or.th/news/content/502947 

2 เดอะสแตนดาร์ด, ‘ฝนสีดำ’ ในอิหร่านคืออะไร รู้จักวิกฤตสิ่งแวดล้อมกลางสงคราม เมื่อเหตุโจมตีคลังน้ำมันทำท้องฟ้ากลายเป็นพิษ ที่มา https://thestandard.co/iran-black-rain-oil-attack/ 

3 Martha Rosler, “House Beautiful: Bringing the War Home 1967–72” ที่มา https://www.martharosler.net/house-beautiful

4 Smithsonian American Art Museum, “Artist Martha Roller ที่มา https://americanart.si.edu/artist/martha-rosler-29225 

Tags: , , , , ,