ยังจำได้ไหมว่า สมัยเรียนมัธยมหรือสมัยมหาวิทยาลัย เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ เพื่อนคนไหนรีบชิงกลับบ้านเร็วที่สุด ในขณะที่กำลังแผดเสียงร้องเพลงในตู้คาราโอเกะ หรือกินข้าวกินขนมยังไม่หมดจาน เพื่อนคนนั้นมักโดนที่บ้านโทรตามให้รีบกลับ จนทำเอาเพื่อนที่เหลือรู้สึกหงอยตามๆ กันไป เพราะเพื่อนมี ‘เคอร์ฟิว’
หลายครอบครัวกำหนดเวลา ‘เคอร์ฟิว’ ให้ลูกวัยรุ่น ทั้งเพื่อฝึกฝนวินัยในการอยู่ร่วมบ้าน และเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ไม่ให้กลับถึงบ้านดึกแล้วต้องเผชิญอันตราย โดยแต่ละครอบครัวอาจขีดเส้นเวลาแตกต่างกันออกไปตามช่วงวัยของลูก อย่างไรก็ตาม เคอร์ฟิวสำหรับวัยรุ่นถือเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับหลายบ้านเคอร์ฟิวกลายเป็นปัญหา เพราะพ่อแม่ไม่ยอมปล่อยวาง แม้ลูกจะบรรลุนิติภาวะหรือมีงานทำแล้วก็ตาม
ปัญหาเรื่องเวลาเคอร์ฟิว ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนไทยเท่านั้น โดย Your Teen เว็บไซต์สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกวัยรุ่น จากสหรัฐฯ พูดถึงข้อดีข้อเสียของเคอร์ฟิวสำหรับลูกวัยรุ่น โดยระบุว่า
“การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวอาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้งได้ วัยรุ่นบางคนอาจมองว่า เป็นการควบคุมที่จำกัดอิสรภาพ และประสบการณ์ทางสังคมของพวกเขา นอกจากนี้ การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวที่เข้มงวดเกินไป อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับวัยรุ่นตึงเครียด นำไปสู่การต่อต้านและการหลอกลวงได้”
การต่อต้านอาจเริ่มตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น จากการโกหกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับพ่อแม่ เช่น ต้องทำงานกลุ่มกับเพื่อนถึงดึก จนถึงวัยทำงานก็อาจโกหกว่า การสังสรรค์คืนนี้สำคัญมาก หัวหน้ารั้งไว้ไม่ให้กลับ
โดยสถานการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับวัยรุ่นตอนปลาย หรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ที่ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ เมื่อออกไปสังสรรค์หลังเลิกเรียนหรือหลังเลิกงานตอนพระอาทิตย์ตกดิน ช่วงหัวค่ำก็มีสายเรียกเข้า หรือแชตเด้งตามให้กลับบ้านได้แล้ว ครั้นจะไม่ทำตามคำบัญชาของครอบครัวก็กลัวจะมีปัญหาตามมาทีหลัง เลยต้องรีบปลีกตัวออกมา แม้ว่าจะยังอยากสนุกต่อก็ตาม
สำหรับคนที่ค้นพบตัวเองแล้วว่า ชอบเข้าสังคมหลังเลิกงาน ชอบกินดื่มในยามค่ำคืน เคอร์ฟิวจึงเป็นปัญหาชีวิต เมื่อหันไปมองคนรอบข้างที่ไม่มีเคอร์ฟิว ก็ได้แต่ตั้งคำถามว่า เมื่อไรจะเราจะปลดแอกตัวเองได้เสียที ดังนั้นหลายคนจึงมีความฝันที่จะย้ายออกจากบ้าน แยกจากพ่อแม่มาอยู่คนเดียว จะได้ไม่มีเวลาเคอร์ฟิวมาทำให้ลำบากอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม การแยกบ้านอาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาได้สำเร็จ 100% ในกรณีที่พ่อแม่กำหนดเคอร์ฟิว เพราะเป็นห่วงเป็นใยมากจนเกินไป หรือไม่ไว้วางใจลูก สุดท้ายแล้วต่อให้อยู่บ้านคนละหลัง ก็ไม่วายโดนโทรบอกให้รีบกลับไปนอนอยู่ดี
เพราะฉะนั้น จึงไม่มีวิธีไหนแก้ปัญหาเคอร์ฟิวในวัยผู้ใหญ่ได้ดีกว่าการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ในขณะที่ลูกควรสื่อสารกับพ่อแม่ว่า โตเป็นผู้ใหญ่แล้วและอยากออกไปสนุกตามวัย อยากเข้าสังคม ไม่อยากโดนจำกัดเวลา ฝ่ายพ่อแม่เองก็ควรทำความเข้าใจลูก และอาจลองพูดคุยกับคนรอบตัวหลายๆ คนที่มีลูกวัยใกล้กันว่าปฏิบัติกับลูกอย่างไร
สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าการให้อิสระก็เป็นส่วนหนึ่งการเลี้ยงดูลูก และเมื่อถึงเวลาที่ควรปล่อยวางให้ลูกไปค้นหาตัวตน ได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง
ที่มา:
– https://www.scarymommy.com/parenting/boundaries-kids-in-their-twenties-living-at-home
– https://www.justanswer.com/parenting/0cwow-adult-children-living-home.html
– https://yourteenmag.com/family-life/discipline/setting-curfew-teenagers
.
Tags: Family Tips, Young Adult, Curfew, เคอร์ฟิว




