วันนี้ (9 มีนาคม 2569) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน นำคณะ สส.ของพรรคเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า พร้อมทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านในสภาฯ และจะยื่นร่างกฎหมายทันทีหลังเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรี

ณัฐพงษ์กล่าวยืนยันว่า หลังจากผ่านพ้นขั้นตอนการเลือกประธานสภาฯ จะยื่นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิรูปงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายสิทธิเสรีภาพและการเปิดเสรีพลังงาน

ขณะเดียวกันหัวหน้าพรรคประชาชนยังระบุด้วยว่า พร้อมทำหน้าที่ฝ่านค้านร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล รวมถึงไม่จำเป็นต้องปรับกระบวนท่าการทำงานในสภาฯ มาก เพราะใช้กลไกวิปฝ่ายค้านได้ตามปกติ

“ในอดีตพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชนก็ทำงานได้กับทุกพรรคการเมืองในสภาฯ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่ไม่ต้องมีจุดยืนหรือหลักการที่ตรงกัน แต่กระบวนการตรวจสอบในสภาฯ เราทำงานได้กับทุกฝ่าย”

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังหัวหน้าพรรคประชาชนว่า มีการติดต่อกับพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ ณัฐพงษ์ระบุว่า เป็นเรื่องปกติที่จะมีการหารือกันในระดับสมาชิก แต่ในระดับแกนนำพรรคยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการ

ขณะที่เรื่องของตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ณัฐพงษ์ยืนยันว่า เป็นตำแหน่งที่พรรคให้ความสำคัญและพร้อมทำหน้าที่ตรงนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ฝ่ายค้านจะเสนอชื่อตำแหน่งประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชนให้คำตอบว่า ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในสภาฯ แต่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญระบุว่า ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถเป็นได้พร้อมกับประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะปิดกั้นไม่เสนอชื่อใด เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในสภาฯ เพราะในอดีตก็มีการเสนอมาแล้ว 

ทั้งนี้ความชัดเจนในประเด็นนี้ ณัฐพงษ์ให้คำตอบว่า จะได้รับความชัดเจนก่อนการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกอย่างแน่นอน เพราะต้องมีการหารือภายในของพรรคที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้และตลอดทั้งสัปดาห์

ส่วนกรณี 44 สส.ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดจะกระทบต่อการทำงานในสภาฯ หรือไม่ ณัฐพงษ์ให้ความเห็นว่า “ไม่ได้กังวล แต่ก็ไม่ได้ประมาท” โดยยืนยันหลักการความบริสุทธิ์การทำหน้าที่ สส.ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรโดนคดีเช่นนี้ อย่างไรก็ตามในการประชุมภายในของพรรคในช่วงบ่ายจะมีการหารือถึงฉากทัศน์ที่ ‘เลวร้ายที่สุด’ ว่าจะทำอย่างไร หากมีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 สส.ของพรรค

“เราเตรียมกระบวนการ เตรียมวิธีการรับมือไว้หมดแล้ว ส่วนชื่อตัวบุคคลต้องเป็นเรื่องของกระบวนการภายใน สุดท้ายถ้าเกี่ยวพันกับตำแหน่งผู้บริหารพรรค ต้องออกมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะประชุมในช่วงเดือนเมษายน” ณัฐพงษ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้ (8 มีนาคม 2569) โดยยกมาตรฐานจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเกณฑ์ในการตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาชนมองว่า นายกฯ ยังไม่ได้ตอบคำถามนี้ที่สื่อมวลชนตั้ง ในอดีตอนุทินก็เคยแต่งตั้ง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรี แต่เหตุใดตอนนี้กลายเป็นอีกมาตรฐานหนึ่ง จึงมองว่า เป็นเหตุผลทางการเมืองมากกว่าเรื่องจริยธรรม

Tags: , , , , , ,