เมื่อวานนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2026) โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขึ้นแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภา คณะรัฐมนตรี สมาชิกศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตลอดจนบุคคลผู้มีอิทธิพลของประเทศ ซึ่งนับเป็นการแถลงนโยบายของประธานาธิบดีที่ใช้เวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ โดยใช้เวลานานมากถึง 1 ชั่วโมง 47 นาที

ใจความหลักสำคัญมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของประเทศภายใต้การบริหารของทรัมป์ โดยในตอนหนึ่งของการแถลงนโยบายทรัมป์กล่าวว่า “ประเทศของเราได้กลับมาแล้ว ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ดีกว่าเดิม ร่ำรวยกว่าเดิม และเข้มแข็งกว่าที่เคยเป็นมาก่อน” 

อย่างไรก็ตาม การแถลงนโยบายประจำปีในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์กับอิหร่านที่มีแนวโน้มใกล้ปะทุ มาตรการภาษีนำเข้าที่เพิ่งถูกศาลสูงสุดสหรัฐฯ ปัดตก ความขัดแย้งกับรัฐบาลท้องถิ่นในประเด็นการจัดการผู้อพยพ ตลอดจนค่าครองชีพภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้

The Momentum สรุปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีของทรัมป์ ณ ที่ประชุมสภาคองเกรส ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความไม่พอใจที่มีต่อผู้นำคนปัจจุบันของสหรัฐฯ

การไม่ปรากฏตัวของสมาชิกศาลสูงสุดสหรัฐฯ 5 จาก 9 คน

การปรากฏตัวของทรัมป์ในครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้ากับสมาชิกของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ศาลฯ ได้ตัดสินว่า การประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์เป็นเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขต เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ตามธรรมเนียมปฏิบัติ สมาชิกศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีสมาชิกศาลฯ เข้าร่วมเพียงแค่ 4 คน จากทั้งหมด 9 คน ได้แก่ จอห์น โรเบิร์ตส์ (John Roberts) ประธานศาลสูงสุดคนปัจจุบัน, เอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ (Amy Coney Barrett), เอเลนา เคแกน (Elena Kagan) และ เบรตต์ คาวานาห์ (Brett Kavanaugh) ตุลาการสมทบในศาลสูงสุดสหรัฐฯ

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ทรัมป์ได้ตำหนิคำตัดสินของศาลฯ โดยระบุว่า เป็นคำตัดสินที่ ‘น่าผิดหวัง’ ทั้งนี้ระหว่างกล่าวถ้อยคำดังกล่าวเขาได้หันไปมองบาร์เร็ตต์ด้วย ซึ่งเธอนั่งอยู่ในหน้าห้องประชุม โดยมีสีหน้าไร้อารมณ์และไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ

ทรัมป์ยังยืนยันว่า เขาพยายามที่จะใช้กฎหมายมาตราอื่นๆ เพื่อเดินหน้าผลักดันมาตรการภาษีนำเข้าของตนต่อไป โดยเขาเพิ่งประกาศอัตราภาษีนำเข้าใหม่ที่ 15% ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีมีอำนาจในการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเพิ่มเติมได้สูงสุดไม่เกิน 15% และมีผลบังคับใช้ได้สูงสุดเพียง 150 วัน ก่อนที่รัฐสภาจะต้องเข้าแทรกแซงจัดสรรอัตราภาษีให้เหมาะสม เพื่อทดแทนมาตรการเก็บภาษีนำเข้าเดิมที่เพิ่งถูกศาลฯ ปัดตกไปเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า “ไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการใดๆ จากสภาคองเกรส” ซึ่งประโยคดังกล่าวอาจแสดงให้เห็นว่าผู้นำสหรัฐฯ อาจไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย

สมาชิกพรรคเดโมแครตถูกไล่ออกจากห้องประชุม

ในช่วงเวลาที่ทรัมป์แถลงนโยบาย สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนหลายสิบคนไม่ได้เข้าร่วมฟังการปราศรัยในครั้งนี้ แต่พวกเขาเลือกที่จะไปเดินขบวนประท้วงต่อต้านทรัมป์ร่วมกับประชาชนบนถนนแทน ภาพถ่ายทอดสดจึงเผยให้เห็นที่นั่งฝั่งพรรคเดโมแครตว่างเรียงรายเป็นจำนวนมาก

ในขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคเดโมแครตที่เข้าร่วมฟังการปราศรัยในครั้งนี้ เลือกที่จะลุกขึ้นประท้วงทรัมป์ภายในที่ประชุมสภาคองเกรสแทน

อัล กรีน (Al Green) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเท็กซัส ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวและเชิญออกจากที่ประชุม หลังจากเขาชูป้ายข้อความว่า ‘คนดำไม่ใช่ลิง’ ต่อหน้าทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์กำลังเดินไปยังแท่นกล่าวปราศรัย ซึ่งอาจเป็นการโต้กลับถึงโพสต์ของทรัมป์ ที่เคยโพสต์ภาพล้อเลียน บารัก โอบามา (Barack Obama) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ มิเชลล์ โอบามา (Michelle Obama) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ในลักษณะคล้ายลิง ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะลบโพสต์นั้นทิ้งไป

นอกจากนี้ อิลฮาน โอมาร์ (Ilhan Omar) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐมินนิโซตา ยังตะโกนใส่ทรัมป์ระหว่างที่เขาพูดว่า ปัญหาเรื่องผู้อพยพที่ล้นประเทศมีสาเหตุมาจากความหละหลวมของพรรคเดโมแครต

“คุณโกหก! คุณหลอกลวง!” คือข้อความที่โอมาร์ตะโกนซ้ำๆ ใส่ผู้นำของสหรัฐฯ 

ชาตินิยม อาวุธหาเสียงของทรัมป์

ระหว่างการปราศรัยของทรัมป์ ทีมนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งปรากฏตัวพร้อมกับเหรียญรางวัลใกล้กับบริเวณที่นั่งของสื่อมวลชน ขณะเดียวกันผู้คนในห้องประชุมก็เริ่มตะโกนข้อความ ‘สหรัฐฯ! สหรัฐฯ!’ เพื่อให้กำลังใจทีมนักกีฬา

ทรัมป์หยุดปราศรัยชั่วคราวและปรบมือแสดงความยินดีกับชัยชนะของนักกีฬาและกล่าวว่า นักกีฬาเหล่านี้จะได้รับเหรียญเกียรติยศจากประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นความภูมิใจสูงสุดของพลเรือนอเมริกัน

อนึ่ง สหรัฐฯ สามารถเอาชนะแคนาดาในการแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ระหว่างพิธีการแข่งขัน โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผ่านมา

ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้เชิญทีมนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งเข้ามาร่วมแถลงนโยบายประจำปีด้วยตนเองอย่างไรก็ตาม คำพูดตอนหนึ่งของทรัมป์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อเขาพูดเชิงล้อเลียนว่า “คุณรู้ใช่ไหมว่าผมต้องเชิญทีมนักกีฬาหญิงมาด้วย ไม่เช่นนั้นผมอาจจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง” โดยทรัมป์ยืนยันว่า ทีมนักกีฬาหญิงจะมาเยือนทำเนียบขาวเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังหยิบยกเรื่องชาตินิยมมาเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการปราศรัยด้วยเช่นกัน โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ จะจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี ของการก่อตั้งประเทศ ในช่วงปลายฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตคงไม่ได้ยินดีกับโอกาสนี้มากนัก

ในอีกตอนหนึ่งของการปราศรัย ทรัมป์ขอให้ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมลุกขึ้น หากเห็นด้วยกับประโยคที่กล่าวว่า “หน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ คือ การปกป้องพลเรือนอเมริกัน ไม่ใช่ผู้อพยพที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย” โดยภาพถ่ายทอดสดปรากฏให้เห็นภาพของสมาชิกทั้งหมดของพรรครีพับลิกัน ลุกขึ้นส่งเสียงเชียร์และปรบมืออย่างกึกก้อง ในขณะที่สมาชิกอีกฝั่งหนึ่งของห้องประชุมนั่งนิ่งเฉยและไม่ได้แสดงอาการใดๆ

“ผมจะบอกอะไรคุณให้ สมาชิกพรรคเดโมแครตบ้ามาก ผมจะบอกว่า คนพวกนี้บ้าไปแล้ว” ทรัมป์ยังคงกล่าวตำหนิพรรคเดโมแครตไม่หยุดตลอดการแถลงนโยบายประจำปี

ที่มา:

https://www.bbc.com/news/articles/cvg34exn93jo 

https://www.channelnewsasia.com/world/donald-trump-state-union-address-economic-record-golden-age-presidency-5951521 

https://apnews.com/article/state-of-union-trump-takeaways-fec4b2cf2de394188b4b9e89d2d24de6

Tags: , , , ,