วันนี้ (20 มกราคม 2569) กรมราชทัณฑ์ออกหนังสือสร้างความเข้าใจเรื่องการพักโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่มีการรายงานว่าจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงในเอกสารว่า ขณะนี้ทักษิณถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีกำหนดโทษที่ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568-9 กันยายน 2569

ส่วนเรื่องการพักการลงโทษ ในเอกสารระบุว่า ทักษิณจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนก็ต่อเมื่อต้องโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ จะได้รับประโยชน์จากการพักโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ ทั้งนี้ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จึงจะเข้าเกณฑ์การปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีปกติ ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569

สำหรับขั้นตอนการพักการลงโทษจะเริ่มจากในชั้นเรือนจำ ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะดำเนินการนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำ (เป็นประธาน) ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำ ซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้งจำนวน 2 คน เป็นคณะทำงาน และให้เจ้าหน้าที่พนักงานเรือนจำคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

โดยคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งควรได้รับพักการลงโทษ เมื่อคณะทำงานเห็นชอบก็จะให้ผู้บัญชาการเรือนจำเสนอรายชื่อไปยังกรมราชทัณฑ์

หลังจากนั้นกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการพิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสาร และเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยและให้ความเห็นชอบการพักโทษ

ทั้งนี้การพิจารณาให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษจะพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข พฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ

เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาด ให้แจ้งผลการอนุมัติกับผู้บัญชาการเรือนจำทราบและมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร

ขณะเดียวกัน นักโทษเด็ดขาดก็ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในทีที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ต่อไป

นอกจากนั้น กรมราชทัณฑ์ยังระบุในเอกสารไว้ด้วยว่า การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดเป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากกฎหมายที่กำหนดไว้

Tags: , , ,