HIGHLIGHTS:

  • ดร.ลิเลียน กลาสส์ (Dr.Lillian Glass) ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาษากายบอกว่าคนโกหกส่วนมากมักจะมีพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังโกหกอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สีหน้า  ท่าทาง หรือลักษณะการพูด
  • คนโกหกมักจะพูดซ้ำไปซ้ำมาเนื่องจากพวกเขากำลังยื้อเวลาให้ตัวเองเพื่อคิดว่าเขาจะพูดอะไรต่อไปดี
  • คนโกหกหลายคนอาจจะพูดไม่ออก แต่ก็มีบางส่วนที่พูดมากจนเกินไป เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าการพูดคุยที่ดูเปิดเผยอาจทำให้คนฟังเชื่อ
  • คนโกหกนอกจากจะอยู่ไม่สุขแล้ว เนื่องจากพวกเขารู้สึกเครียดและวุ่นวายใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ระวังคนที่อยู่นิ่งจนผิดปกติไว้ด้วย เพราะบางทีเขาอาจจะต่อสู้กับระบบประสาทอยู่ก็ได้
     คนไม่เคยถูกหลอกคงไม่เข้าใจ
     เพราะขึ้นชื่อว่า ‘โกหก’ ไม่ว่าจะโกหกเพื่อตัวเองหรือโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งนั้น เพราะแค่คุณโกหกก็เท่ากับว่าคุณกำลังทำลายความไว้ใจของคนอื่น
     ดร.ลิเลียน กลาสส์ (Dr.Lillian Glass) ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาษากาย ผู้เขียนหนังสือ The Body Language of Liars บอกไว้ว่าคนโกหกส่วนมากมักจะมีท่าทางที่บ่งบอกว่าเขากำลังโกหกอยู่ เพราะฉะนั้นการจะดูว่าใครกำลังโกหกคุณอยู่นั้นคุณจะต้องคุ้นเคยกับพฤติกรรมทั่วไปของเขาเสียก่อน เพราะเมื่อเขาเริ่มโกหก สีหน้า ท่าทาง และการพูดจะเริ่มเปลี่ยนไป
     และถ้าหากคุณกำลังสงสัยใครอยู่ละก็… ลองสังเกตพฤติกรรม 13 ข้อนี้ดู
 

การหายใจผิดปกตินั้นเป็นเพราะว่าอัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือดในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง
โดยร่างกายจะทำปฏิกิริยาเช่นนี้ก็ต่อเมื่อเราเริ่มรู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกเครียด

1. ขยับหัวไปมา
     เมื่อคุณถามคำถามแล้วสังเกตเห็นเขาตอบสนองด้วยการขยับหัวไปมาอย่างรวดเร็ว นั่นอาจจะแปลว่า เขาอาจจะกำลังโกหกอะไรบางอย่างคุณอยู่ก็ได้
     กลาสส์บอกว่าการขยับหัวมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น การหดหัว หรือก้มหัวลง การเอียงหัวไปข้างหลังหรือข้างๆ เล็กน้อย โดยพฤติกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นทันทีก่อนที่พวกเขาจะตอบคำถาม

2. จังหวะการหายใจเปลี่ยนไป
     กลาสส์บอกว่าเวลาที่ใครสักคนกำลังโกหกคุณอยู่นั้น พวกเขาจะเริ่มหายใจถี่ขึ้น มันคือพฤติกรรมตอบสนอง และเมื่อการหายใจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง หัวไหล่ของเขาจะยกขึ้นและพูดด้วยเสียงที่สูงกว่าปกติ
     “จริงๆ แล้วการหายใจผิดปกตินั้นเป็นเพราะว่าอัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือดในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยร่างกายจะทำปฏิกิริยาเช่นนี้ก็ต่อเมื่อเราเริ่มรู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกเครียด ซึ่งก็คือหนึ่งในพฤติกรรมของคนโกหกนั่นเอง”

3. พูดซ้ำไปซ้ำมา
     “ฉันไม่ได้ทำ… ฉันไม่ได้ทำ...”
     การที่คนโกหกพูดคำหรือประโยคเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา นั่นเป็นเพราะว่าเขากำลังพยายามโน้มน้าวให้คุณเชื่อพร้อมกับปกปิดคำโกหกที่อยู่ในหัว
     การพูดซ้ำไปซ้ำมาคือวิธีหนึ่งที่คนโกหกใช้ซื้อเวลาให้กับตัวเองเพื่อรวบรวมความคิดในหัว และเมื่อคุณถามคำถามเขาอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะใช้วิธีนี้เพื่อขัดขวางการตอบคำถาม
     กลาสส์บอกว่า “พวกเขาจะพยายามคิดว่าจะพูดอะไรต่อไปดี”
 

เมื่อเขาเริ่มยกมือขึ้นมาปิดปาก นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะพูดออกมาทุกอย่าง เพราะเขาไม่อยากพูดความจริง

4. มือกุมส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกาย
     คนที่กำลังโกหกอยู่นั้นมักจะเอามือขึ้นมากุมส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็น ท้ายทอย หน้าอก ลำคอ หัว หรือหน้าท้อง
     กลาสส์บอกว่าตอนที่เธอทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับทนายความ เธอมักจะได้เห็นคนที่ถูกไต่สวนเอามือขึ้นมาจับต้นคอในห้องพิจารณาคดีเป็นประจำ ซึ่งกลาสส์ไม่เคยใช้ภาษากายนี้ในการบ่งบอกพฤติกรรมจนกระทั่งได้เป็นตัวแทนพิเศษและเข้าร่วมกับทีมเอฟบีไอ

5. จับหรือปิดปาก
     กลาสส์บอกว่าสัญญาณเมื่อคนเราโกหกก็คือ พวกเขาจะยกมือขึ้นมาจับหรือปิดปากโดยอัตโนมัติ เมื่อพวกเขารู้สึกไม่อยากรับมือกับปัญหาหรือตอบคำถามใดๆ
     “เมื่อเขาเริ่มยกมือขึ้นมาปิดปาก นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะพูดออกมาทุกอย่าง เพราะเขาไม่อยากพูดความจริง หรือบางครั้งก็จบบทสนทนานั้นไปเลย”

6. กระดิกเท้า

     การกระดิกเท้าคือพฤติกรรมที่ร่างกายพาไปโดยไม่ได้ตั้งใจ กลาสส์อธิบายว่าการกระดิกเท้าไปมากำลังบอกว่าเขาคนนั้นกำลังรู้สึกตื่นเต้นหรืออึดอัด นอกจากนี้ยังสื่อให้เห็นว่าพวกเขาต้องการออกไปจากสถานการณ์นั้น
     “เพียงแค่ดูที่เท้าของพวกเขาก็สามารถบอกอะไรคุณได้มากมาย”
 

คนโกหกมักจะพูดมากกว่าปกติ เพราะเขาหวังว่าการพูดคุยที่ดูเหมือนเปิดเผยอาจจะช่วยให้คนอื่นเชื่อคำพูดของเขา


7. พูดมากเกินไป
     “คนโกหกมักจะพูดมากกว่าปกติ เพราะเขาหวังว่าการพูดคุยที่ดูเหมือนเปิดเผยอาจจะช่วยให้คนอื่นเชื่อคำพูดของเขา”
     กลาสส์บอกว่าเมื่อมีใครสักคนเอาแต่พูด พูดแล้วพูดอีก โดยที่คำตอบเหล่านั้นคุณไม่ได้ถามโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกรายละเอียดที่เกินจำเป็นที่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้ คนพวกนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะพูดโกหก

8. ชี้นิ้วบ่อย
     กลาสส์บอกว่าเมื่อคนโกหกเริ่มตกเป็นรอง พวกเขาจะป้องกันตัวด้วยการพยายามพลิกสถานการณ์ โดยคนโกหกจะเริ่มชี้นิ้วกล่าวหาคุณและพูดโวยวาย เพราะเขารู้สึกโกรธที่คุณจับได้ว่าเขากำลังโกหก

9. พูดไม่ค่อยออก
     กลาสส์บอกว่าถ้าคุณเคยดูวิดีโอที่สอบสวนผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนทำผิด คุณจะสังเกตเห็นว่ามันเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาที่จะพูดออกมา เพราะเมื่อเวลาเราเครียด ระบบประสาทจะตอบสนองอัตโนมัติด้วยการลดน้ำลาย ซึ่งจะทำให้รู้สึกคอแห้งและปากแห้งไปหมด
     นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตเวลาคนกำลังโกหกก็คือ พวกเขาอาจจะกัดหรือเม้มปากนั่นเอง
 

โดยทั่วไปแล้วเมื่อคนเราพูดความจริงก็มักจะมองไปรอบๆ หรืออาจจะมองออกไปข้างนอกบ้างเป็นครั้งคราว
ในขณะที่คนที่โกหกนั้นจะจ้องมองอย่างต่อเนื่องเพื่อข่มขู่หรือพยายามควบคุมให้เราเชื่อ

10. จ้องตาไม่กะพริบตา
     เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะหลบสายตาหากเรากำลังโกหก แต่สำหรับคนที่ตั้งใจโกหกและเตรียมตัวมาอย่างดีนั้น เขาจะพยายามสบตาเพื่อควบคุมหรือโน้มน้าวให้คุณเชื่อ
     กลาสส์บอกว่าโดยทั่วไปแล้วเมื่อคนเราพูดความจริงก็มักจะมองไปรอบๆ หรืออาจจะมองออกไปข้างนอกบ้างเป็นครั้งคราว ในขณะที่คนที่โกหกนั้นจะจ้องมองอย่างต่อเนื่องเพื่อข่มขู่หรือพยายามควบคุมให้เราเชื่อ นอกจากนี้การกะพริบตาอย่างรวดเร็วก็เป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตสำหรับคนที่กำลังโกหก

11. เหงื่อเริ่มออก
     เมื่อคนเราเริ่มโกหก พวกเขาจะรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ ซึ่งโดยปกติเมื่อเวลาคนเราเครียด ตื่นเต้น หรือไม่สบายใจ เราจะเหงื่อออก
     กลาสส์เตือนว่า “ให้สังเกตเหงื่อโดยเฉพาะบริเวณบนริมฝีปากและหน้าผาก” ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าระบบประสาทกำลังทำงานอย่างหนัก

12. อยู่ไม่สุข
     ก็ใช่ว่าทุกคนที่อยู่ไม่สุขนั้นจะกำลังโกหกเสมอไป เพราะคนเราจะขยับตัวยุกยิกเมื่อรู้สึกตื่นเต้น
     แต่อย่างไรก็ตาม การอยู่ไม่สุขก็สามารถเป็นสัญญาณของคนที่โกหกได้เหมือนกัน โดยเฉพาะพวกที่โกหกไม่เนียน

13. นิ่งผิดปกติ
     ถึงแม้ว่าคนส่วนมากที่โกหกมักจะอยู่ไม่สุข เนื่องจากพวกเขามักจะตื่นเต้นและรู้สึกวุ่นวายใจ แต่กลาสส์บอกว่าให้ระวังคนที่อยู่นิ่งผิดปกติไว้ด้วย เพราะมันอาจจะเป็นสัญญาณว่าเขากำลังต่อสู้กับระบบประสาทอยู่ก็ได้
     โดยธรรมชาติคนเราเมื่อพูดคุยกันก็มักจะมีการใช้มือเป็นส่วนประกอบแสดงถึงความผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้นคนที่นิ่งผิดปกติอาจจะกำลังส่งสัญญาณบางอย่างอยู่ก็ได้
     อย่างที่มีคนเคยบอกไว้ว่าถ้าได้ลองโกหกสักครั้งแล้ว ก็มักจะมีครั้งที่สองและสามตามมา ตามที่งานวิจัยของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน เมื่อปี 2016 พบว่าการโกหกครั้งแรกอาจจะทำให้คุณรู้สึกผิดและเกิดอาการเครียดต่างๆ แต่เมื่อคุณเริ่มโกหกไปเรื่อยๆ ความรู้สึกเหล่านั้นจะค่อยๆ หายไปจึงทำให้โกหกง่ายขึ้น
     เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณไม่อยากถูกหลอกละก็ ลองสังเกตคนรอบข้างให้ดีๆ ถ้าเขาเข้าข่าย 13 ข้อที่กล่าวมา… นั่นเขาอาจจะกำลังโกหกคุณอยู่ก็ได้นะ

ภาพประกอบ: Karin Foxx
อ้างอิง:
     - www.businessinsider.com/signs-someone-is-not-telling-the-truth-2017-2?utm_source=feedly&utm_medium=referral
     - www.businessinsider.com/11-signs-someone-is-lying-2014-4#
     - www.sciencedaily.com/releases/2016/10/161024134012.htm