แปลรักฉันด้วยใจเธอ ซีรีส์วายแนว Romantic Coming of Age ที่กำลังเล่าเรื่องราวความรักต่อเนื่องและเข้มข้นของ ‘เต๋’ (‘บิวกิ้น’ – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) และ ‘โอ้เอ๋ว’ (‘พีพี’ – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) ในภาคที่ 2 ทั้งหมดมีจุดเริ่มจากกระแสคู่จิ้นของนักแสดงทั้งสองจากละครเรื่อง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ที่ค่ายนาดาวบางกอกต่อยอดเป็นโปรเจกต์พิเศษ BKPP Project อันประกอบด้วยซีรีส์ เพลงประกอบซีรีส์ และงานพบปะสังสรรค์

ตัวละครเต๋และโอ้เอ๋วถูกกำหนดขึ้นใหม่ โดยใช้ชีวิตจริงบางส่วนของบิวกิ้นและพีพีมาเป็นเค้าโครงต้นแบบ ภาคแรกเป็นเรื่องราวของเพื่อนทั้งสองที่เคยมีเหตุให้ต้องทะเลาะกัน และได้กลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนภาคสองเป็นช่วงเวลาในรั้วมหาวิทยาลัย ที่โลกกว้างและเส้นทางอาชีพที่เลือกจะเป็นบทพิสูจน์สัมพันธ์รักของทั้งคู่อีกครั้ง

วันนี้ ‘บิวกิ้น’ – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล หนึ่งในนักแสดงนำยังต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน และไม่มีคิวงานแสดงที่ไหน แม้ว่าจะเรียนจบในสิ้นปีนี้ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ว่าเทอมถัดไปจะยังต้องเรียนทางออนไลน์หรือไม่

ด้วยข้อจำกัดทางการเว้นระยะห่างทางสังคม การสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราต้องพูดคุยกันผ่านโปรแกรม Zoom ตั้งแต่ความท้าทายในซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาคล่าสุด สิ่งที่ได้เรียนรู้ช่วงกักตัวอยู่บ้าน มุมมองต่อ LGBTQ+ จนถึงเป้าหมายและความสุขของชีวิต

ความยากในบทบาทของ ‘เต๋’ สำหรับคุณคืออะไร

เรื่องนี้ผมมีโอกาสได้ขึ้นมาแสดงนำครั้งแรก ความยากอย่างแรกคือวิธีทำงานและความรับผิดชอบแบบที่ผมไม่เคยรับผิดชอบในระดับนี้มาก่อน มันเป็นสิ่งใหม่ที่ผมต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เพื่อให้ดีพอที่จะทำหน้าที่รับบทนี้

ความยากอีกอย่างคือ เรื่องนี้เล่าผ่านมุมมองของตัวละคร ‘เต๋’ มันเหมือนมีเส้นเรื่องเดียวคือแค่เต๋กับโอ้เอ๋ว เลยทำให้ผมต้องโฟกัสกับมันมากๆ และมุมที่หยิบมาเล่านั้นก็เป็นความละเอียดอ่อนของตัวละคร ผมว่าบางอย่างมันเป็นอะไรที่เป็นนามธรรม ซึ่งอธิบายได้ยากว่า จริงๆ แล้ว ความรู้สึกนั้น การกระทำนั้น มันถูกขับมาจากอะไร

อย่างเวลาไปถ่าย บางครั้งพี่บอส (นฤเบศ กูโน ผู้เขียนบทและผู้กำกับซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ) ก็ปล่อยให้เล่นเอง เพราะบางอย่างมันเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกด้วยว่า แต่ละคนถ่ายทอดออกมาแล้วไม่เหมือนกัน อันนี้ผมว่าน่าจะเป็นหลักๆ เรื่องมุมการเล่าเรื่องที่มันมีความเป็นมนุษย์สูง และเรื่องของความละเอียดอ่อน ที่บางทีเวลาเราถ่ายแล้วสถานที่มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางสถานที่เราต้องถ่ายซีนที่มันสลับอีพีไปมา เราก็ต้องเรียงลำดับความรู้สึกของตัวละครด้วยเหมือนกันว่า จริงๆ แล้ว ตัวละครเคยผ่านอะไรมาบ้าง มันทำให้ตัวละครรู้อะไรมาแล้วบ้าง หรือตัวละครมีทัศนคติต่อสิ่งนี้อย่างไรในไทม์ไลน์นั้นๆ

คุณเข้าใจในความเป็น ‘เต๋’ มากแค่ไหน

ผมค่อนข้างเข้าใจนะครับ เต๋คือตัวละครที่พี่บอสเขียนขึ้นมา แต่การตีความและถ่ายทอดเป็นหน้าที่ของผม ที่ผมใช้ประสบการณ์อันน้อยนิดที่มี บวกกับทัศนคติของตัวเอง และเอาตัวเองลงไปถ่ายทอดตัวละครนั้นด้วย

ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากงานแสดงในซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ

หลายอย่างเลยครับ ถ้าในแง่ของการทำงาน นอกจากความยาก อีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้จริงๆ คือการที่ผมได้เล่นอะไรที่เป็นมนุษย์ขนาดนี้ ทำให้ผมเข้าใจความละเอียดอ่อนทางความรู้สึกของมนุษย์มากขึ้น เข้าใจคนที่ไม่เคยเข้าใจเขามาก่อน เข้าใจตัวเองมากขึ้น มีความรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้น ทำให้ผมเติบโตและมีพัฒนาการในหลายๆ มุม ทั้งในชีวิตส่วนตัว ทัศนคติ หรือว่าการทำงาน รวมทั้งยังสร้างโอกาสให้เราไปทำงานอื่นๆ ที่หลากหลายขึ้น ใหญ่ขึ้น และยากขึ้น

คุณมีทัศนคติหรือความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับ LGBTQ+ 

ส่วนตัวผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติมากเลย ตอนนี้เรากำลังรณรงค์ให้เรื่องของ LGBTQ+ เป็นเพศที่มีความเท่าเทียม หรือเป็นที่ยอมรับในสังคม ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้มันคือเรื่องปกติ ทุกอย่างมันคือความเป็นมนุษย์ คือความรู้สึก คือความชอบ คือความสุขที่จะได้รัก ได้ชอบ หรือมีความสุขที่จะทำอะไรต่ออะไร ซึ่งความจริงแล้ว เราไม่ควรจะแบ่งแยกว่าอันไหนผิด อันไหนถูก อันไหนคือต้องยอมรับหรือไม่ยอมรับคนแบบนี้

ผมว่ามนุษย์ทุกคนที่เป็นตัวเองมีความสุขกับการเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ และได้สิทธิ์กับการเป็นตัวเองเหมือนทุกคน ผมว่ามันควรเป็นเรื่องปกติมากกว่า

แล้วเรื่องความรักของ LGBTQ+ คิดว่าเป็นเรื่องจริงจังหรือจีรังไหม

ผมว่าความรักมันจริงหมด ไม่ใช่แค่ความรักของ LGBTQ+ ความรักสำหรับผมมันคือความสุขที่เราจะได้รักสิ่งนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีความสุขที่จะได้ทำมัน ผมว่ามันคือความรักทั้งหมด

ไม่ใช่แค่ว่าระหว่าง LGBTQ+ ด้วยกันหรือระหว่างชายหญิง แม้กระทั่งเรารักสัตว์เลี้ยงของเรา รักบ้านของเรา รักรถของเรา ผมว่านี่คือความรักหมดเลยนะ แล้วทำไมความรักของ LGBTQ+ จะไม่มีจริง ผมว่าความรักทุกชนิดมันเป็นจริงหมดแหละ ถ้าเรามีความสุขที่จะได้รักมันจริงๆ ส่วนจะจีรังไหม ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับเพศ

มันเป็นไปได้ที่ความรักของเราที่มีต่อสิ่งหนึ่งอาจจะไม่ยั่งยืนเสมอไป แต่ปัจจัยที่จะไปกระทบกับความรักของเราผมว่าไม่ใช่เรื่องเพศหรอก วันนี้เราอาจรักสิ่งนี้ แต่พอเราเติบโต ได้เรียนรู้ ได้เจออะไรใหม่ๆ ความรู้สึกนี้ของเราอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าการที่เราจะมาแบ่งแยกว่าคนเพศนี้มีความรักที่ไม่ยั่งยืนนั้นไม่จริง เพราะถ้ามองในมุมผมทีแรก ผมว่าความจริงคือความสุข ถ้าเรายังมีความสุขกับการที่ได้รักสิ่งนั้นอยู่ ทำไมมันจะไม่ยั่งยืนล่ะ

ตอนเล่นบทเลิฟซีนกับพีพี (ตัวละคร ‘โอ้เอ๋ว’) รู้สึกจั๊กจี้บ้างไหม

ไม่จั๊กจี้เลย เพราะไม่มีใครมาจี้เอวครับ (หัวเราะ) มันไม่จั๊กจี้เพราะว่าเราสนิทกันอยู่แล้วมั้ง หมายถึงตั้งแต่ก่อนจะมาเล่น แปลรักฉันด้วยใจเธอ เราก็เคยเล่น รักฉุดใจนายฉุกเฉิน มาด้วยกัน ในชีวิตส่วนตัวเราก็สนิทกันอยู่แล้ว

และถ้าใครเคยเห็นพีพีในเบื้องหลังจะรู้ว่าเขาสนิทกับใครๆ อยู่แล้ว เพราะเขาไม่ใช่คนถือตัวเรื่องจับไม้จับมือโดนตัว ซึ่งผมว่ามันช่วยได้มาก มันทำให้เราทำงานกันง่ายขึ้น และส่งเสริมกันด้วย

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ชีวิตของคุณมีอุปสรรคอะไรบ้าง

ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการงานมั้งครับ มันทำให้เราเสียโอกาสในการทำงานบางอย่างไป เพราะทุกอย่างต้องหยุดไว้ก่อนในช่วงสถานการณ์ตอนนี้ แต่ผมว่าจริงๆ มันก็สอนเราหลายอย่าง มันสร้างวิธีการทำงานแบบใหม่ สร้างการใช้ชีวิตแบบใหม่ให้เราได้เหมือนกัน

อุปสรรคเรื่องที่สองน่าจะเป็นเรื่องของการเรียน ในมุมที่เราเสียโอกาสที่จะได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตรั้วมหาวิทยาลัย ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าเทอมหน้าจะได้เรียนที่มหาวิทยาลัยหรือต้องเรียนออนไลน์ ก็รู้สึกเสียดาย อุตส่าห์เรียนมาสองปี สุดท้ายต้องมานั่งเรียนที่บ้าน อุปสรรคที่ว่าคือประสบการณ์ตรงนั้น เวลาแก่ตัวไป เราอาจจะไม่มีเรื่องการเรียนที่มหาวิทยาลัยไว้คุยกับคนอื่น

อีกอย่างหนึ่งคืออุปสรรคในการท่องเที่ยว ผมเป็นคนชอบเที่ยวกับครอบครัวมาก เรามักจะไปเที่ยวกันทุกปี ปีละสองสามรอบ ตั้งแต่มีโควิดผมเลยไม่ได้เที่ยว ซึ่งผมรู้สึกว่า พอเราอยู่ที่เดิมนานๆ มันจะทำให้เครียด อยู่แต่ในห้อง บรรยากาศเดิมๆ ไม่ได้ออกไปเจอสิ่งใหม่ๆ มันทำให้เราคิดอะไรใหม่ๆ ไม่ออกเหมือนกัน

นอกเหนือจากเรื่องเรียนและงาน คุณสนใจเรื่องอะไรอีกบ้าง

จริงๆ มันก็ยังเกี่ยวกับเรื่องเรียนกับงานอยู่ดีแหละครับ พอผมได้เรียนเกี่ยวกับ business tool ผมก็มีแพสชันอีกมุมหนึ่งที่ชอบ คือหลงใหลกับเสน่ห์ของการทำธุรกิจ การวาง business model เหมือนกับว่าเรามีความรู้ในสิ่งนี้ ก็เลยอยากเอาสิ่งนี้มาใช้ ผมก็กำลังหาอยู่เหมือนกันว่าจะเอาไปทำอะไร

ผมว่าข้อดีของการเรียน business tool คือพื้นฐานของวิธีคิดว่า เราสามารถจะเอาสิ่งนี้ไปประยุกต์กับสถานการณ์หรือสภาวะไหนก็ได้ ซึ่งเราสามารถเอาวิธีคิดนี้ไปสวมกับอะไรก็ได้

คิดว่าคนรุ่นบิวกิ้นจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดได้ ในสถานการณ์ที่หาความแน่นอนในชีวิตแทบไม่ได้แบบนี้

ผมว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนถ่ายค่อนข้างเยอะ ถ้าเราตัดเรื่องโควิด-19 ออกไปก่อน ผมว่าเรื่องของเทคโนโลยีที่มาในยุคนี้ก็ค่อนข้างส่งผลหนักอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอกับโควิดก็ยิ่งทำให้การเป็นอยู่หรือการหางานอะไรต่างๆ ยากขึ้น การหาเงินและเศรษฐกิจก็ยากขึ้นไปอีก

แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับคนในยุคนี้ที่จะทำให้อยู่รอดได้ ผมว่าเราต้องพิเศษ หมายถึงว่า ถ้าเราเป็นคนที่ธรรมดา ทำงานรูทีน เราก็อาจจะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่เราได้ แต่ถ้าเรามีพื้นฐาน วิธีคิด หรือความชำนาญเฉพาะตัว ไม่สามารถให้ใครมาแทนเราได้ อย่างผมเป็นศิลปิน ใครก็ไม่สามารถมาแทนผมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมว่าเราต้องหาความพิเศษในตัวเราให้เจอ ถึงจะอยู่รอดได้ในยุคนี้

มีใครในวัยใกล้เคียงที่เป็นไอดอลของคุณบ้าง

จริงๆ ผมไม่ได้มีไอดอลที่เป็นตัวบุคคลนะ มันอยู่ที่ว่าเวลาผมไปเจอใครแล้วผมรู้สึกชอบมุมไหนของคนนั้นมากกว่า เราก็เลือกหยิบมุมนั้นมาใช้ ผมไม่มีไอดอลที่เป็นแบบอย่างของตัวเอง ผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมาต่างกัน เงื่อนไขในชีวิตต่างกัน ความชอบต่างกัน ความคิดต่างกัน ผมเลยไม่มีไอดอลที่เป็นตัวบุคคล ผมว่าทุกคนควรดีที่สุดในแบบของตัวเอง

ยกตัวอย่างพี่ชายของผม เขาเป็นคนที่เนิร์ดมาก เวลาทำอะไร เขาจะเต็มที่กับสิ่งนั้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาเป็นคนที่เนิร์ดกับเรื่องการลงทุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือกองทุน พอทำแล้วเขาก็ลงไปศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง เขาเคยเป็นประธาน investment club ที่จุฬาฯ แล้วพอเรียนจบเขาก็ได้งานด้านการลงทุนด้วย ผมยกย่องเขาในแง่ที่ว่า เวลาเขาชอบอะไรหรือทำอะไรแล้วเขาเอาจริง

เพราะฉะนั้น เราต้องมองที่เป้าหมายว่าเราอยากจะได้อะไร ไม่ว่าวิธีไหนที่เราสามารถไปถึงเป้าหมายได้ เราต้องทำโดยที่มีข้อแม้ให้น้อยที่สุด

เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของบิวกิ้นคืออะไร

ผมว่าสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดมันก็วนมาที่ความสุขในชีวิต อย่างที่บอกว่าคนเราเรียนรู้ตลอดเวลา และการเรียนรู้ทุกครั้งจะกระทบต่อทัศนคติหรือความคิดของเราตลอดเวลา กระทบต่อเป้าหมายของเราตลอดเวลาด้วย ผมรู้สึกว่าความสุขของคนเรามันก็เบี่ยงเบนตลอดเวลานะ วันหนึ่งเราอาจจะรู้สึกว่าเราจะต้องรวยที่สุด เราอาจจะรู้สึกว่าต้องดังที่สุด หรือเราอาจจะรู้สึกว่าต้องประสบความสำเร็จที่สุดในมุมนั้นมุมนี้

แต่จริงๆ แล้ว เราเติบโต เรียนรู้ และมองเห็นสิ่งๆ เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของผมเมื่อสองสามปีที่แล้วกับตอนนี้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อผมโตขึ้นผมจะได้เจออะไรอีก และมันจะกระทบอะไรต่อทัศนคติของผม หรือทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

สุดท้ายผมรู้แค่ว่า ผมทำมันก็เพื่อที่ว่าผมอยากจะมีความสุข ผมว่าการมีความสุขสำคัญที่สุด

แล้วตอนนี้คุณมีความสุขกับอะไร

ผมมีความสุขกับหลายอย่างเลย มีความสุขกับการที่ได้ทำงานตรงนี้ มีความสุขกับการได้ทำเพลง มีความสุขกับการได้เรียน มีความสุขกับการชงกาแฟ มีความสุขกับการได้อยู่บ้าน อยู่กับครอบครัว

แต่หลักๆ ช่วงนี้ผมโฟกัสที่เรื่องงาน เพราะผมใกล้จะเรียนจบสิ้นปีนี้แล้ว ผมอยากเอาความรู้ในมุมของธุรกิจที่เรียนมาประยุกต์ใช้ ต้องหาที่ลงให้มัน ไม่อย่างนั้นผมรู้สึกว่ามันจะไม่แอกทีฟอะไรสักอย่าง

เรื่องชงกาแฟมาได้อย่างไร

มันเริ่มจากช่วงโควิดนี่แหละครับ ประมาณต้นปีที่แล้ว พออยู่บ้านแล้วที่บ้านผมไม่มีเครื่องชงกาแฟ มีแต่ตัวกดที่เป็นแคปซูล ผมรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ ก็เลยพยายามไปศึกษา สั่งของออนไลน์มา ก็ค่อยๆ มีพัฒนาการมาเรื่อยๆ เริ่มแรกที่ชงเลยคือ Moka Pot จากนั้นขยับมาเป็น French Press เริ่มทำเอสเปรสโซจนมาทำ AeroPress และกาแฟดริป ผมก็ศึกษาไปเรื่อยๆ ครับ

จริงๆ มันว่างด้วย ผมก็เลยหาที่เกาะ ว่าตอนนี้เรากำลังให้ความสำคัญกับอะไร กำลังเรียนรู้อะไร อยากจะมีเป้าหมายกับสิ่งไหนบ้าง มันอาจจะเป็นเรื่องนี้ด้วย ผมถึงหันมาชงกาแฟ

Fact Box

  • ‘บิวกิ้น’ - พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2542 เป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัวพี่น้องชายล้วน 3 คน ของพนัสและพิงค์พร อัสสรัตนกุล สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ปัจจุบันกำลังศึกษาที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • บิวกิ้นเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนักแสดงในสังกัดนาดาวบางกอก มีผลงานการแสดง อาทิ ซีรีส์เรื่อง Please เสียงเรียกวิญญาณ, ภาพยนตร์เรื่อง น้อง.พี่.ที่รัก ก่อนจะแจ้งเกิดในบท ‘หมอเต่า’ ในละคร รักฉุดใจนายฉุกเฉิน
  • นอกจากนี้ บิวกิ้นมีผลงานเพลง You Are My Everything ประกอบละคร รักฉุดใจนายฉุกเฉิน อีกด้วย เขาเล่าว่าชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เคยเรียนร้องเพลงแล้วเว้นไป กระทั่งช่วงมัธยมปลาย เขามีโอกาสได้เป็นนักร้องของโรงเรียนอีกครั้ง
  • ในซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ก็มีผลงานเพลงของบิวกิ้นหลายเพลง อาทิ กีดกัน แปลไม่ออก โคตรพิเศษ หรือ รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว (Safe Zone)
  • ที่ผ่านมา แปลรักฉันด้วยใจเธอ มีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่าล้านครั้ง และถูกพูดถึงในโลกโซเชียลฯ ทั้งในไทยและจีน ทั้งยังคว้ารางวัล Asian BL Series of the Year จาก 2020 Asian Drama Awards และหลายรางวัลจาก Y Universe Awards 2020
Tags: , , , ,