การมีบ้านถือเป็นความฝันของใครหลายๆ คน แต่การซื้อบ้านสักหลังนั้นก็ถือเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสไม่น้อยสำหรับหลายๆ คน ผ่อนกันไปยาวๆ 30 ปี เป็นหนังชีวิตกันไป ซึ่งวันนี้ หนุ่ม the Money Coach จะมาช่วยคลายกังวล และแนะนำวิธีผ่อนบ้านแบบคลายหนักให้เบาลง

บ้านคือวิมานของเรา

02.12

30 ปีเป็นระยะเวลาที่ถ้าพูดลอยๆ ก็อาจจะเฉยๆ แต่ถ้าเราเอาไทม์ไลน์ของชีวิตมาประกอบด้วยแล้วคนส่วนมากจะผ่อนบ้านหมดกันตอนเกษียณพอดี แต่นั่นก็ถือเป็นข้อดีเช่นกัน เพราะการผ่อนได้นานก็ทำให้ภาระต่อเดือนไม่สูงมากนัก สมมุติบ้านราคา 1,000,000 บาท ก็จะต้องผ่อนเดือนละประมาณ 7,000 บาทเท่านั้น ซึ่งก็อย่างที่เคยพูดไปว่าถ้าเราเริ่มต้นแบบไม่เกินตัว เราก็สามารถอยู่กับมันได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าเริ่มต้นเกินตัวเมื่อไรชีวิตก็จะยากขึ้นเมื่อนั้น จากบ้านที่เป็นสถานที่แห่งความสุขจะกลายเป็นสถานที่แห่งความทุกข์ และที่สำคัญคือหนี้บ้านนั้นเป็นหนี้ที่พิเศษ เพราะมันสะเทือนต่อความรู้สึกของเราค่อนข้างมาก ถ้าหากเราต้องสูญเสียบ้านไป ความฝัน ความหวัง ความมั่นคง ที่เราเคยมีมันจะสูญสิ้นไปด้วย หนี้บ้านจึงเป็นหนี้ที่คนสู้ขาดใจที่สุด

ปัญหาจากการผ่อนบ้าน

05.03

อันดับแรกคือการซื้อบ้านเกินตัว คำโบราณที่ว่า นกน้อยทำรังแต่พอตัว ยังสามารถใช้ได้เสมอ ถ้าจำเป็นต้องซื้อก็ขอให้ซื้อที่พอไหว ซื้อเมื่อมีความพร้อม แล้วค่อยเปลี่ยนไปตามจังหวะรายได้ทีหลัง หลายคนบอกว่าถ้าไม่ซื้อบ้านแพงๆ ตอนนี้เดี๋ยวมันจะแพงขึ้นอีกนะ แต่หากเราซื้อบ้านราคาถูกก่อนแล้วค่อยขยับขยาย เมื่อถึงเวลาหนึ่งบ้านราคาถูกหลังนั้นก็สามารถในราคาที่สูงขึ้นได้เช่นกัน ก็ลดภาระในการซื้อบ้านหลังใหม่ได้

อันดับต่อมาคือคนเราไม่ได้มีภาระแค่บ้าน พอมีบ้านเราก็มีค่าใช้จ่ายตามมา แถมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เราก็ยังต้องจ่ายอยู่เช่นกัน ซึ่งถ้าเราไม่วางแผนค่าใช้จ่ายให้ดี ไม่จัดการหนี้อื่นๆ อย่างเหมาะสมมันจะกลายเป็นภาระในระยะยาวต่อเรา

อยากผ่อนหมดไว ขอให้โปะ

09.16

วิธีแรกคือการโปะ ทำงานจนถึงสิ้นปี มีโบนัสออกมาเราก็แบ่งออกมาโปะหนี้ บางคนใช้วิธีมีเท่าไหร่โปะหมดชีวิตก็ดูจะไม่ค่อยมีความสุขเท่าไรแม้จะได้เป็นเจ้าของบ้านเร็วขึ้น แต่ความจริงแล้วเราสามารถโปะโดยยังมีความสุขอื่นๆ ในชีวิตไปได้ด้วย อย่างซื้อบ้านมาสองล้าน ผ่อนเดือนละประมาณ 13,000 บาท ในความเป็นจริงเมื่อผ่อนจนหมดเราต้องจ่ายเงินกว่าสี่ล้านบาทจากดอกเบี้ย แต่ถ้าเราบางคนใช้วิธีโปะเพิ่มไปทุกเดือน เทคนิคคือให้ใส่เข้าไปเพิ่ม 10% อีกแค่ประมาณ 1,300 บาท เราจะประหยัดดอกเบี้ยไปได้ประมาณ 770,000 บาท และได้เป็นเจ้าของบ้านเร็วขึ้น 7 ปี เหลือแค่ผ่อน 23 ปีเท่านั้น

หลักการคือเวลาเราผ่อนบ้านนั้นหลังจาก 3-4 ปีแรกที่เค้ากดดอกเบี้ยไว้ให้ เงินที่เราผ่อนไปนั้นมันไปตัดเงินต้นน้อยมาก อย่างเราผ่อนไป 13,000 บาทจะตัดเงินต้นไปแค่ 2,000 บาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นเงิน 1,300 บาทที่เราใส่เพิ่มเข้าไปมันจะไปช่วยตัดเงินต้น ทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยมากขึ้น ยิ่งโปะมากเท่าไรก็จะยิ่งถูกลงและหมดเร็วขึ้นเท่านั้น และการทยอยใส่เพิ่มเข้าไปนั้นจะดีกว่าใส่เข้าไปเป็นก้อนทีเดียวปลายปี เพราะมันจะเข้าไปตัดต้นให้ทุกเดือน ดอกเบี้ยก็จะค่อยๆ ลดลง

สู้ดอกเบี้ยไม่ไหว ขอให้ลองรีไฟแนนซ์

16.19

การรีไฟแนนซ์คือการทำสัญญาเงินกู้ใหม่ เพื่อปิดสัญญาเดิมและมาใช้เงื่อนไขเงินกู้ใหม่ ซึ่งการรีไฟแนนซ์นั้นส่วนมากจะทำได้ทุกสามปี เพื่อควบคุมไม่ให้ดอกเบี้ยขึ้นสูงเกินไป เมื่อผ่อนจนถึงกำหนดที่ดอกเบี้ยจะลอยตัวเมื่อไรเราก็สามารถไปหาสัญญาที่ช่วยให้เราจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังเพราะบางคนอยากเป็นเจ้าของบ้านเร็วเกินไป พอไปรีไฟแนนซ์ทำให้ต้องจ่ายต่อเดือนสูงขึ้นก็มี ซึ่งตรงนี้ต้องดูความพร้อมของเราด้วย

หลักของการรีไฟแนนซ์นั้นเราต้องดูต้นทุนโดยรวมทั้งหมด เทียบกับสิ่งที่เราจะได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เราสามารถไปขอข้อมูลจากธนาคารเพื่อมาเปรียบเทียบกันได้ เช่นถ้าเรายังผ่อนที่เก่าเราจะต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไร เงินต้นเท่าไร จ่ายดอกเบี้ยเท่าไร และถ้าไปที่ใหม่เราต้องจ่ายแค่ไหน มีค่าใช้จ่ายจิปาถะอย่างเช่นค่าประเมินใหม่หรือค่าจดจำนองใหม่เพิ่มเข้ามาเยอะมั้ย คุ้มค่ากับการรีไฟแนนซ์รึเปล่า ซึ่งหลายๆ คนก็เลือกที่จะใช้วิธีเปรียบเทียบข้อมูลนี้แล้วไปเจรจาต่อรองกับธนาคารเดิม ถ้าหากเรามีประวัติดีการปรับอัตราดอกเบี้ยโดยไม่ต้องย้ายธนาคารก็เป็นไปได้ไม่ยาก

Refinn ตัวช่วยในการรีไฟแนนซ์

21.57 

refinn.com เว็บไซต์แนะนำสำหรับคนผ่อนบ้าน เพียงเราเข้าไปหน้าเว็บไซต์แล้วใส่ตัวเลขภาระของเราลงไป ว่ายังมีหนี้อยู่เท่าไหร่ ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ระบบก็จะขึ้นมาให้เราเลือกเลยว่าเราต้องการเปลี่ยนไปผ่อนแบบไหน อยากผ่อนเท่าเดิมแต่หมดเร็วขึ้น หรืออยากผ่อนน้อยลงยืดระยะเวลาก็สามารถเลือกได้ เมื่อเลือกแล้วก็จะมีข้อเสนอของแต่ละธนาคารให้ดู ชอบที่ไหนก็สมัครได้เลย มีเจ้าหน้าที่มารับเอกสารถึงบ้าน ไม่ต้องไปธนาคาร ซึ่งเหมาะกับคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความรู้เรื่องรีไฟแนนซ์ ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สบาย และได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น

ไม่อยากเจอเรื่องใหญ่ ขอให้อย่าทำพลาด

24.53

หากเราทำพลาด ภาระเราจะมากขึ้น คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจในเรื่องสัญญาการชำระ อย่างเวลาเซ็นสัญญากันแล้วธนาคารบอกว่าต้องจ่ายทุกวันที่หนึ่ง เราจะคิดไปเองว่าเลยไปสักวันสองวันไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ความจริงแล้วสายไปแค่วันเดียวเราก็ถูกคิดดอกเบี้ยปรับแล้ว ซึ่งดอกเบี้ยนี้คำนวนจากเงินต้นทั้งหมด และจะกลายเป็นว่าในรอบนั้นเงินที่คุณจ่ายไปจะไม่เหลือไปถึงเงินต้นเลยสักนิดเดียว และถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งไปกันใหญ่

คำแนะนำสำหรับคนซื้อบ้าน

27.48

สำหรับคนที่ตั้งใจว่าจะซื้อบ้าน คำแนะนำคือต้องไม่ใจร้อน เอาที่เหมาะสมกับเรา หากจะเปลี่ยนจากการเช่ามาเป็นการซื้อบ้านอยู่เองให้ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย ถ้าราคาไม่ห่างกันเกินไปก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้
สำหรับคนที่ซื้อมาแล้ว และเริ่มรู้สึกว่าเริ่มไม่ไหวก็ต้องเช็กว่ามันอยู่ในระดับไหน ถ้าแค่ฝืดๆ ก็สามารถใช้เครื่อมืออย่างพวกการรีไฟแนนซ์ หรือเข้าไปคุยกับธนาคารเพื่อปรับอัตราดอกเบี้ย แต่สุดท้ายถ้าไม่ไหวจริงๆ บางทีเราก็ต้องขายออกไป แล้ววันหนึ่งข้างหน้าเราค่อยกลับมาลุยกับมันใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องซื้อบ้านที่เหมาะสมกับเราตั้งแต่แรก

Tags: , , , , , , , , , , ,