เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงผ่านบัญชี Truth Social ส่วนตัวระบุว่า สหรัฐฯ จะระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโรงงานไฟฟ้าของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน และเขายังอ้างว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับเตหะรานเป็นไปได้ด้วยดีและสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อยุติสงคราม

ในวันเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า คณะผู้แทนของสหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านคนดังกล่าวคือใคร

ข้อมูลจากสำนักข่าว Politico อ้างว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่สหรัฐฯ กำลังพูดคุยด้วยคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งทรัมป์เชื่อว่า บุคคลดังกล่าวมีศักยภาพที่จะเจรจาด้วยได้ และอาจพิจารณาให้เขาขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา รัฐบาลอิหร่านและกาลิบาฟปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า ยังไม่มีการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ เกิดขึ้นทั้งสิ้น พร้อมย้ำว่า หากจะมีการเจรจาจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียก่อน จึงจะถือว่ามีความชอบธรรม

“ไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นแค่ ‘ข่าวปลอม’ ที่ถูกนำมาใช้บิดเบือนราคาน้ำมันและหุ้น เพื่อหลบหนีจากปัญหาที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังเผชิญอยู่” กาลิบาฟโพสต์ผ่านบัญชี X ส่วนตัว

The Momentum พาทำความรู้จักกาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านที่ถูกลือว่า สหรัฐฯ วางหมากให้เป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนถัดไป

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ คือใคร

กาลิบาฟ วัย 64 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอิหร่าน เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)มากที่สุด

ก่อนหน้านี้ กาลิบาฟเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ IRGC นับตั้งแต่ปี 1997-2000 หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ก่อนที่ในปี 2005-2017 เขาจะเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงเตหะราน

กาลิบาฟเคยลงสมัครเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งในเดือนพฤษภาคม 2020 เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอิหร่านแทน อาลี ลารีจานี (Ali Larijani) ซึ่งดำรงแหน่งประธานรัฐสภามาตั้งแต่ปี 2008 

ลารีจานีเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ถูกสังหารเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ก่อนที่ในเวลาต่อมา ลารีจานีก็ถูกอิสราเอลสังหารเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 เช่นเดียวกัน

กาลิบาฟมีจุดยืนอย่างไรบ้างในสงครามครั้งนี้

กาลิบาฟเป็นหนึ่งในผู้นำของอิหร่านที่วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรงมาโดยตลอด นอกจากนี้เขายังเป็นบุคคลที่ข่มขู่ว่าจะโจมตีกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา กาลิบาฟโพสต์ล้อเลียนคำพูดของทรัมป์ที่อ้างว่าสามารถเอาชนะอิหร่านได้แล้ว ก่อนที่ 3 วันต่อมา เขาจะเน้นย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากสงครามยังคงดำเนินอยู่

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2026 กาลิบาฟระบุว่า สถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุนกองทัพสหรัฐฯ สมควรที่เป็นเป้าหมายที่อิหร่านต้องโจมตีมากที่สุด

และล่าสุด กาลิบาฟก็ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมทั้งยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของอิหร่านทุกคนจะยืนหยัดสนับสนุนผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จนกว่าชัยชนะครั้งนี้จะตกเป็นของอิหร่าน

การเจรจาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

นาเดอร์ ฮาบีบี (Nader Habibi) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิหร่าน-อเมริกันวิเคราะห์กับสำนักข่าว Aljazeera ว่า การเจรจามีแนวโน้มเกิดขึ้นจริง แต่เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่า การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ 

ฮาบีบีกล่าวว่า ราคาที่ต้องจ่ายในสงครามครั้งนี้สูงมากสำหรับทุกฝ่าย

สำหรับทรัมป์ เขากำลังได้รับแรงกดดันภายในประเทศจากการทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งแรงกดดันจากชาติพันธมิตรที่ได้ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ทางฝั่งอิหร่านก็ต้องรับมือกับความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงงานไฟฟ้าที่สำคัญ ซึ่งถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีไป นอกจากนี้อิหร่านยังเจอแรงกดดันจากจีน หนึ่งในชาติพันธมิตรและมหาอำนาจของโลก

ฮาบีบียังเสนอว่า ประเทศตัวกลางอย่างอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี หรือปากีสถาน ควรอาสาเข้ามาสร้างช่องทางการพูดคุยระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อปูทางไปสู่การเจรจาให้ไวมากขึ้น

ทั้งนี้สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ‘ปากีสถาน’ ถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีความเหมาะสมที่สุดในการทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ปากีสถานเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับอิหร่าน เนื่องจากมีพรมแดนติดกัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีประชากรชาวชีอะห์จำนวนมากเป็นอันดับรองจากอิหร่าน

ขณะเดียวกัน ปากีสถานพยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของทรัมป์มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด อาซิม มูนีร์ (Asim Munir) ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแห่งสันติภาพ (Board of Peace) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการรายงานจากสื่อต่างประเทศหลายสำนักที่ระบุว่า มูนีร์เป็น ‘นายพลคนโปรด’ ของทรัมป์

และถ้าหากการเจรจาเกิดขึ้นจริง บทบาทของปากีสถานบนเวทีโลกอาจได้รับการยกระดับขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2026/3/24/is-the-us-talking-to-irans-mohammad-bagher-ghalibaf-and-who-is-he

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/pakistan-leans-us-iran-ties-emerge-potential-peacebroker-2026-03-24/

https://www.reuters.com/world/white-house-eyes-irans-parliament-speaker-ghalibaf-potential-us-backed-leader-2026-03-23/

Tags: , , , , ,