วันนี้ (3 เมษายน 2025) โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นภาษี 185 ประเทศทั่วโลก กระทบจีน ยุโรป อาเซียน โดยเฉพาะไทย ไม่เว้นแต่เกาะร้าง ด้านออสเตรเลียตอบโต้ ชี้ไม่มีที่ไหนในโลก ‘ปลอดภัย’ จากนโยบายนี้อีกต่อไปแล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์เผยว่า โลกอาจเสี่ยงเผชิญเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง
สงครามการค้าขยายวงกว้างไปในทั่วโลก ทันทีที่ทรัมป์ประกาศแผนฉุกเฉินเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าอย่างน้อย 10% จาก 185 ทั่วโลก โดยมี 60 ประเทศในโลกอยู่ลิสต์ ‘ทำผิดร้ายแรง’ โดยใน 10 อันดับแรกประกอบด้วยประเทศดังต่อไปนี้
1. สหภาพยุโรป 20%
2. จีน 34%
3. ญี่ปุ่น 24%
4. เวียดนาม 46%
5. เกาหลีใต้ 26%
6. ไต้หวัน 32%
7. อินเดีย 27%
8. สวิตเซอร์แลนด์ 32%
9. ไทย 37%
10. มาเลเซีย 24%
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า นี่คือการประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยภาษีนำเข้าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และป้องกันไม่ให้ชาติอื่นมาเอารัดเอาเปรียบสหรัฐฯ เหมือนในหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า เขากำลังพิจารณาให้การเก็บภาษีครั้งนี้เป็นรายได้หลักของประเทศแทนภาษีเงินได้
“ถ้าพวกคุณต้องการให้ภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ ก็มาผลิตสินค้าในสหรัฐฯ
“งานและโรงงานทั้งหลายกำลังกลับเข้ามาในประเทศของเราอีกครั้ง แล้วคุณก็น่าจะเห็นปรากฏการณ์นี้แล้ว” ทรัมป์กล่าว
นอกเหนือจากข้อถกเถียงผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคการเงิน หลังดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สร่วง โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.61% ขณะที่ดัชนี S&P ร่วงราว 1.69% ไม่เว้นแต่ดัชนี Nasdaq ที่ทิ้งดิ่งราว 2.54% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า โลกอาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อมากกว่า 2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจไม่สามารถจัดการได้
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้นำสหรัฐฯ ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณา เพราะนโยบายนำเข้าภาษีข้างต้น ยังมีผลต่อ ‘พื้นที่รกร้าง’ ในโลก คือเกาะเฮิร์ด (Heard) และหมู่เกาะแม็กโดนัลด์ (McDonald) ดินแดนของออสเตรเลียในมหาสมุทรอินเดีย ที่อยู่ระหว่างแอฟริกากับแอนตาร์กติกา ซึ่งไม่มีผู้อยู่อาศัยนานถึง 10 ปี และต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเรือจากเพิร์ท (Perth) เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์เต็ม
พื้นที่ในลิสต์ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังรวมถึงเกาะนอร์ฟอล์ก (Norfalk) ในแปซิฟิกทางตอนใต้ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ 2,188 คน ซึ่งเผชิญภาษีนำเข้า 29% และเกาะยานไมเอน (Jan Mayen) ในมหาสมุทรอาร์ติกของนอร์เวย์ที่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ
นั่นจึงทำให้ผู้นำโลกออกมาตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หลัง แอนโทนี แอลบานีส (Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำว่า ไม่มีพื้นที่ไหนในโลกรอดพ้นจากสงครามการค้าครั้งนี้
“เกาะนอร์ฟอล์กเผชิญภาษีนำเข้า 29% ผมไม่แน่ใจว่า เกาะนอร์ฟอร์กเป็นคู่แข่งยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หรือไม่ แต่นี่แสดงให้เห็นว่า ไม่มีพื้นที่ใดบนโลกนี้หนีจากสงครามการค้าได้พ้น” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว The Guardian เปิดเผยว่า ในปี 2023 เกาะนอร์ฟอล์กส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 6.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 22 ล้านบาท) คือรองเท้าหนังมูลค่า 4.1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่สหรัฐฯ เคยนำเข้าสินค้าจากเกาะเฮิร์ดและเกาะแม็กโดนัลด์มูลค่าราว 1.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.1 แสนบาท ) และ 5.1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 17 ล้านบาท) ตามลำดับ
แม้แคนาดาและเม็กซิโก ประเทศเพื่อนบ้านที่เผชิญกับสงครามการค้าจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงแรก จะไม่อยู่ในรายชื่อลิสต์ครั้งนี้ แต่สำนักข่าว New York Times ตั้งข้อสังเกต 2 ประเทศอาจหนีไม่พ้นจากนโยบายของทรัมป์ โดยอิงจากข้อตกลงที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ วางแผนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ซึ่งจะมีผลภายในคืนนี้ตามเวลาประเทศไทย
อ้างอิง
– https://www.bbc.com/news/articles/cm257z1y2q9o
– https://edition.cnn.com/business/live-news/tariffs-trump-news-04-02-25/index.html
– https://www.politico.com/news/2025/04/02/us-tariffs-around-the-world-030348
– https://www.reuters.com/markets/trump-tariffs-pile-stress-ailing-world-economy-2025-04-02/
– https://edition.cnn.com/2025/04/02/business/liberation-day-trump-tariffs/index.html
– https://www.nytimes.com/2025/04/02/business/economy/trump-tariffs-chart.html
Tags: สหรัฐอเมริกา, โดนัลด์ ทรัมป์, ภาษี, ออสเตรเลีย