เมื่อวานนี้ (8 มีนาคม 2026) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงถึง 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งล่าสุดที่ราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล คือช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2022

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านบัญชีส่วนตัวลงบน Truth Social ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกเป็นราคาที่จะต้องจ่าย ‘เพียงเล็กน้อย’ เพื่อแลกกับการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ในขณะที่ คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อทางโทรทัศน์ว่า อิสราเอลคือประเทศที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน ดังนั้นสาเหตุที่ราคาน้ำมันภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจึงไม่ได้มาจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามเขายืนยันว่า อีกไม่นานสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเป็นปกติ

อนึ่งปริมาณน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกต้องผ่านการขนส่งทางช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามการเปิดฉากโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวแทบหยุดชะงักทั้งหมด

คูเวตซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดเป็นลำดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) ประกาศลดการผลิตน้ำมันชั่วคราวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 โดยให้รายละเอียดเพียงแค่ว่า เกิดภัยคุกคามขึ้นที่ช่องแคบฮอร์มุซเนื่องจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบดังกล่าว

ด้านประเทศอิรักที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศ OPEC เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า โรงงานผลิตน้ำมัน 3 แห่งทางตอนใต้ของประเทศลดการผลิตน้ำมันเหลือเพียงแค่ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โรงงานเหล่านี้เคยผลิตน้ำมันมากถึง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ในทางตรงกันข้าม ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกร่วงลงอย่างรุนแรง โดยดัชนีหุ้นนิคเคอิ 225 (Nikkei 225 Index) ของประเทศญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่าร้อยละ 7, ดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng Index) ของฮ่องกงลดลงร้อยละ 3, ดัชนี ASX 200 (ASX 200 Index) ของออสเตรเลียลดลงกว่าร้อยละ 4, และดัชนี Kospi (Kospi Index) ของเกาหลีใต้ได้ผลกระทบหนักมากที่สุด ซึ่งร่วงลงถึงร้อยละ 8 ในส่วนของตลาดหุ้นไทยร่วงลงราวร้อยละ 3.03

สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทางการอิหร่านประกาศแต่งตั้งให้ โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายคนที่ 2 ของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านต่อจากผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตจากการถูกสังหารเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยมุ่งเป้าไปยังคลังน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานภายในประเทศ

ที่มา:

https://www.bbc.com/news/articles/c79542n0grwo 

https://www.cnbc.com/2026/03/08/crude-oil-prices-today-iran-war.html 

Tags: , , , , , , ,