ในบรรดาตึกริมถนนเจริญกรุง ฝั่งศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคูหาหนึ่งตรงข้ามโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ที่สะดุดตาเป็นพิเศษ กระจกร้านโชว์ให้เห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ประตูไม้สีเขียวเต็มไปด้วยสติกเกอร์เทพฮินดู เช่น พระพรหม พระศิวะ พระวิษณุ พระแม่กาลี ชวนให้สงสัยว่าที่แห่งนี้คือสถานปฏิบัติธรรม ร้านเสื้อผ้า หรือว่าอะไร ก่อนจะสอดส่องมองหาป้ายจนพบว่าเป็นร้านสักลาย จากป้ายไม้บนสุดระบุว่า TATTOOS ขนาบข้างด้วยโคมลายเสือเขียนอักษรจีนสีแดงเหมือนลวดลายในศาลเจ้า 
ชื่อของที่นี่คือ Common Ground Tattoo เมื่อผลักประตูเข้ามาในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยาน ให้บรรยากาศเหมือนหลุดอยู่อินเดีย ทว่าภาพเบื้องหน้าที่มีทั้งลายสัก โซฟาหนัง ราวแขวนเสื้อผ้า พรมลายประณีต ตู้โชว์ของเล่นเก่า ไปจนถึงพุ่มกฐินวางข้างรูปปั้นฤๅษีที่มีแค่หัว ราวกับฉากที่เซ็ตไว้ถ่ายทำภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง
คิดเล่นๆ ว่าเจ้าของสถานที่นี้อาจจะเป็นลูกครึ่งไทย-จีน-อินเดีย แต่ผิดคาด เพราะ ดิลลอน พีนาร์ (Dillon Pienaar) ผู้ก่อตั้ง Common Ground Tattoo มาจากเคปทาวน์ 

ดิลลอน พีนาร์ สวมหน้ากากญี่ปุ่น
หลังจากใช้เวลาสำรวจสักพัก จึงตรัสรู้ว่าสิ่งที่คิด ภาพที่เห็น ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด The Momentum จึงพูดคุยกับดิลลอน เพื่อทำความรู้จักร้านสัก Common Ground Tattoo ให้มากขึ้น และคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาสักจะเข้ามาทำอะไรในที่แห่งนี้ได้บ้าง
คุณยายอาจชอบลายพวกนี้
ดิลลอนเริ่มเล่าถึงที่มาของชื่อ Common Ground Tattoo เขาบอกว่ามันหมายถึงพื้นที่ของคนที่มีจุดร่วมเดียวกัน
“ที่ร้านมีศิลปินจากหลายที่ หลายสไตล์ เราเลยเลือกใช้ชื่อนี้ เพราะแม้แต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่เรายังสามารถมีความคิด ความรู้สึก หรือความชอบบางอย่างเหมือนกัน และเราก็ยังแชร์บางสิ่งร่วมกันได้”
ศิลปินที่ดิลลอนกล่าวถึงคือช่างสักคนไทยมีจำนวนประมาณ 6 คน และช่างสักจากต่างประเทศ โดยศิลปินต่างประเทศหลายคนจะแวะเวียนมาใช้สตูดิโอนี้เพื่อสักให้ลูกค้าที่นี่เป็นครั้งคราว
สำหรับคนที่ชื่นชอบรอยสัก เชื่อว่ามีสไตล์ที่นิยมชมชอบอยู่ในใจ บางคนอาจชอบรอบสักเล็กเส้นบาง สีสดใส ฟรีแฮนด์สะบัดแปรง หรือเรขาคณิตเส้นคมๆ แต่หากพูดถึงลวดลายที่เป็นเอเชีย แน่นอนว่าคงนึกถึงรอยสักบนแผ่นหลังยากูซ่าญี่ปุ่น 

แล้วถ้าเป็นสไตล์ไทยบ้านเราภาพในหัวคงเป็นลายห้าแถว เสือเผ่น หนุมาน เป็นการสักยันต์เสริมอำนาจ เมตตา บารมี ที่ต้องดั้นด้นไปสักกับอาจารย์ผู้มีคาถาอาคม ซึ่งสำหรับหลายคนไม่ได้ตอบโจทย์ในด้านความสวยงาม เพราะการสักยันต์มักเป็นสีดำ และบางคนอาจชอบเพียงแค่ลวดลายแต่ไม่อยากได้คาถามหานิยมพ่วงมาด้วย
Common Ground Tattoo จึงเป็นสตูดิโอที่ตอบโจทย์หลายคน เอกลักษณ์ลายของช่างสักที่นี่ จะเป็นลายที่มองแล้วรู้ว่านี่คือลวดลายสไตล์เอเชีย ที่เห็นได้ชัดคือเชื่อมโยงกับศาสนาฮินดูและพุทธ ทั้ง 2 ศาสนาที่มีจุดกำเนิดจากอินเดียแผ่อิทธิพลไปยังไทย จีน แม้กระทั่งบาหลี อินโดนีเซีย แต่ละวัฒนธรรมจึงขีดเขียนวาดภาพจากความเชื่อในแบบฉบับของตนเอง เมื่อไปเยือนศาสนสถานของแต่ละพื้นที่จะเห็นความแตกต่างชัดขึ้น 

ดิลลอนเล่าต่อว่า งานส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นศิลปะเอเชีย ซึ่งเดิมทีรากฐานของการสักลายบนร่างกายได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะโบราณของวัฒนธรรมต่างๆ โดยลวดลายของศิลปินที่นี่มีทั้งได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละครในรามเกียรติ์ หรือความเชื่อเรื่องนรกด้วย

ผลงานศิลปินที่ร้าน IG : Chinertattoo
ลวดลายเหล่านี้หากปรากฏเป็นจิตรกรรมฝาผนังคงได้รับคำชม ทว่าหากย้ายมาอยู่บนเนื้อหนังของมนุษย์ แต่ละคนอาจเพ่งมองด้วยสายตาที่ต่างกัน เพราะต้องยอมรับว่าในสังคมไทยยังไม่ได้เปิดกว้างให้กับคนมีรอยสักอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหลายครอบครัว พ่อแม่ปู่ย่าตายายยังมีกฎห้ามไม่ให้ลูกหลานสัก
ในฐานะเจ้าของร้านสักลายสไตล์ไทยและเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ดิลลอนมีมุมมองต่อครอบครัวไทยอย่างไร
“คิดว่ามันยากที่จะเปลี่ยนความคิดของคนรุ่นเก่า แต่สิ่งเดียวที่พอจะอธิบายได้คือเราไม่ได้แค่สักเพื่อเท่หรือทำตามแฟชั่น แต่มาจากความหลงใหลในศิลปะและความรัก บางครั้งก็มาจากวัฒนธรรมเก่าแก่ ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ใหญ่หลายคนก็ชอบ เพราะบางทีนะ ถึงแม้คุณยายจะไม่ชอบรอยสัก แต่เธออาจจะชอบภาพนั้นก็ได้
“เป็นการสักเพราะรักในศิลปะ นำภาพดั้งเดิมแบบไทยหรือสไตล์โบราณมาทำให้ใหม่และร่วมสมัย เพราะบางทีคนรุ่นใหม่อาจไม่ได้สนใจลายไทยหรือคาแรกเตอร์จากรามเกียรติ์ แต่เมื่อมันถูกเปลี่ยนมาเป็นรอยสัก แฟชั่น หรือลายบนสเก็ตบอร์ด มันก็กลับมาเท่อีกครั้ง ฉันคิดว่านี่คือการฟื้นฟูวัฒนธรรมเก่าให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง” 
สตูดิโอสักของผู้หลงรักลายไทย และหลงใหลวัฒนธรรมเอเชีย
สิ่งที่อดสงสัยไม่ได้คือทำไมชายจากเคปทาวน์จึงตัดสินใจเปิดสตูดิโอสักซึ่งเน้นไปที่ลวดลายเอเชีย เขาหลงใหลอะไรในภาพงานศิลปะอินเดีย จีน ไทย
“ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ตั้งแต่เด็กก็หลงใหลในศิลปะและวัฒนธรรมเอเชียมาตลอด พอผมมาอยู่กรุงเทพฯ ก็ได้รับแรงบันดาลใจมากมาย และมันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเริ่มจากความสนใจเล็กๆ ตอนเด็ก แล้วค่อยๆ เติบโตขึ้นเพราะกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมผสมผสานทั้งฮินดู ไทย ญี่ปุ่น ฉันคิดว่ากรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่ทำให้ได้สัมผัสและซึมซับสิ่งเหล่านี้มากขึ้น”
หลายคนคงพยักหน้าให้กับคำตอบดิลลอน เพราะในกรุงเทพฯ ผสมผสานหลายวัฒนธรรม แค่เดินเลียบถนนเจริญกรุงเส้นเดียวก็ได้เจอทั้งวัดไทย ร้านอาหารจีน ญี่ปุ่น กิจการของคนเชื้อสายอินเดีย รวมไปถึงความเป็นตะวันตกอย่างสุสานโปรเตสแตนต์
เขาบอกว่าอยากคนที่เข้ามาใน Common Ground Tattoo ได้สัมผัสถึงกรุงเทพฯ ในมุมมองที่เต็มไปศิลปะจากหลายวัฒนธรรม
“ฉันอยากให้คนที่มารู้สึกว่าที่นี่เป็นสถานที่พิเศษ เป็นสถานที่ที่มีสไตล์และบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร หาไม่ได้จากที่อื่น และอยากให้เขารู้สึกว่าเขาอยู่ในกรุงเทพฯ จริงๆ ในมุมที่พิเศษและได้เข้าใจศิลปะอย่างลึกซึ้ง” 
ทั้งนี้ดิลลอนไม่ได้เปิดแค่ร้านสัก เพราะเขาได้ถ่ายทอดความรักในศิลปะเอเชียออกมาเป็นภาพวาด เพราะแท้จริงแล้วดิลลอนก็เป็นศิลปินคนหนึ่ง ซึ่งภาพของเขาจะอยู่บนเสื้อผ้าที่ขายในร้านด้วย
สุดท้ายนี้ ศิลปะไม่ได้อยู่แค่บนร่างกาย สำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปะไทย ศิลปะเอเชีย แต่ไม่ได้ต้องการสักลาย ก็สามารถแวะเวียนมาที่นี่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นร้านสักแล้ว ที่นี่ยังเป็นร้านขายเสื้อผ้าที่ลวดลายสีสันที่จัดจ้าน สะท้อนอะไรไทยๆ จากฝีมือการวาดของดิลลอนและศิลปินอื่นๆ โดยดิลลอนบอกว่ายินดีต้อนรับทุกคน ขอแค่อย่ารบกวนคนที่กำลังสักอยู่ก็พอ 
Fact Box
- Common Ground Tattoo เลขที่ 1855-1857 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
- สามารถดูผลงานช่างสักและจองคิวได้ทาง Facebook: Common Ground Tattoo



