“ต่อจากนี้ไป บาปของหนูจะถูกนับ” ครูบอก “ความผิดของหนูไม่ใช่ความรับผิดชอบของพ่อแม่แล้ว แต่เป็นของหนูเอง ดังนั้น หนูต้องก้มหน้าเมื่อเห็นผู้ชาย รู้จักสำรวม ไม่พูดจาโหวกเหวก นี่หนูเป็นผู้หญิงห้ามเป็นนักร้องโดยเด็ดขาดนะ

“เสียงของผู้หญิงคือสิ่งยั่วกามารมณ์ที่อาจนำไปสู่การร่วมประเวณีก่อนแต่งงาน” (หน้า 26-27)

ข้างต้นคือบทสนทนาระหว่างครูกับนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่เพิ่งมีประจำเดือน ซึ่งสะท้อนว่า การก้าวเข้าสู่เขตแดนของวัยรุ่นไม่ได้กลายเป็นการกระโจนออกไปสัมผัสโลกที่กว้างกว่าเดิมอย่างอิสระเท่าไรนัก โดยเฉพาะเพศหญิงที่การเติบโตจากวัยเด็กสู่วัยสาว เปรียบเสมือนการเปลี่ยนกรงขังจากบ้านสู่กรงขังทางสังคมเท่านั้นเอง

เนื้อหาอันสะท้อนถึงระเบียบรัดแน่นความเป็นหญิงนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวรรณกรรมร่วมสมัยอย่าง ‘แอปเปิ้ลและคมมีด’ เท่านั้น เพราะในบรรดาเนื้อหาหนา 200 กว่าหน้า ซึ่งบรรจุ 13 เรื่องสั้น ได้บรรจงเรียงร้อยเรื่องราวของผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตภายใต้สังคมที่ ‘เพศหญิง’ ถูกมองอย่างเหยียดหยาม สกปรก ไร้สิทธิ์และอิสรภาพ เพื่อให้พื้นที่พวกเขาได้กรีดร้องสะท้อนความรวดร้าวของตัวเองดังๆ ในหนังสือเล่มนี้ ด้วยปลายปากกาของ อินตัน ปารามาดี นักเขียนชาวอินโดนีเซียผู้ช่ำชองในเรื่องสตรีนิยม

แม้ว่าบ้านเกิดของอินตัน รวมไปถึงเนื้อหาที่จัดแจงขึ้นเป็น แอปเปิ้ลและคมมีด จะมีเส้นเรื่องอยู่ในหมู่เกาะชวาและจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ดูห่างไกลจากประเทศไทย ทว่าเมื่อลองไล่สายตาอ่านเรื่องราวไปทีละหน้าจะพบว่า สิ่งที่ตัวละครหญิงในอินโดนีเซียแทบไม่ห่างไกลกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงไทย กระทั่งไม่ไกลจากช่วงเวลานี้ ที่จำนวนมากยังคงถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ปีศาจ’ เพียงเพราะตัดสินใจทำแท้ง สายตาชายที่ฉโลมเลียเรือนร่างของผู้หญิงโดยไม่ได้รับอนุญาต บทบาทที่ถูกลดทอนลงไปด้วยเหตุแห่งเพศ ล้วนแล้วแต่เคยปรากฏหรือยังคงปรากฏอยู่ในสังคมไทยเช่นเดียวกัน 

เทคนิคของผู้แต่ง คือการยกผู้หญิงในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่ลูกสาวคนสุดท้อง ภรรยา คนทำแท้ง วัยรุ่น และผู้หญิงในงานบันเทิง โดยตั้งใจให้บทบาทเหล่านี้ทำหน้าที่สะท้อนสิ่งที่พวกเธอต้องเผชิญ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความรุนแรงทางเพศรูปแบบหนึ่ง

หนังสือประเดิมเรื่องสั้นเรื่องแรกในชื่อ ‘หญิงตาบอดไร้หัวแม่โป้ง’ ผู้แต่งดึงเอาตัวละครจากนิทานปรัมปราอย่าง ‘ซินเดอเรลล่า’ มาปรับมุมมอง จากเดิมที่ต้นฉบับเน้นความสำคัญไปยังซินเดอเรลล่า แต่ในแอปเปิ้ลและคมมีดตัวละครเอกที่ถูกยกมากล่าวถึงไม่ใช่เธออีกต่อไป กลับกันคือพี่น้องตัวร้ายที่คอยกลั่นแกล้งซินเดอเรลล่า 

ผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งผู้ที่เป็นต้นกำเนิดนิทานปรัมปราแนว ‘Fairy Tale’ อย่างซินเดอเรลล่า คงไม่มีใครคาดคิดว่า จะมีนักเขียนสักคนดึงเอาตัวร้ายของเรื่องมาเป็นตัวเอก ทั้งยังให้พวกเธอกรีดร้องอย่างสุดพลังในหนังสือว่า ตัวเองต้องพบเจอกับการกดทับในสังคมชายเป็นใหญ่อย่างไร ในสังคมที่มองผู้หญิงกลายเป็นเพียงทรัพย์สินของผู้ชาย และหนำซ้ำผู้ชายเพียง 1 คน ก็อาจมีทรัพย์สินได้เพียง 1 ชิ้น ในขณะที่เจ้าชายในเรื่องซินเดอเรลล่าซึ่งถูกมองด้วยนัยน์ตาดวงใหม่ในแอปเปิ้ลและคมมีด มีอำนาจล้นฟ้าที่จะชี้เป็นชี้ตายความก้าวหน้าในชีวิตและครอบครัวของผู้หญิงทั่วราชอาณาจักร กระทั่งได้หญิงมาครอบครองสมใจหมายก็ยังคงปฏิบัติกับเธอเป็น ‘เครื่องจักร’ ให้เธอผลิตลูกจนตายไปในที่สุด

‘เสียงกรีดร้องในขวดแก้ว’ เรื่องสั้นลำดับที่ 5 ของเล่มนี้ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อการทำแท้งได้ทำให้ผู้หญิงกลายเป็น ‘ปีศาจ’ ในขณะที่คนทำแท้งกลายเป็น ‘แม่มด’ ในสายตาของมนุษย์ด้วยกัน มุมมองเช่นนี้ไม่แตกต่างจากมุมมองของคนไทยเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ก่อนที่เราจะขยับเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการยอมรับการทำแท้งในปัจจุบัน ทว่าด้วยรากของวัฒนธรรมและศาสนาที่มองว่า การทำแท้งคือการฆ่าคน การขับเคลื่อนการทำแท้งในประเทศไทยก็ไม่ได้สุดลิ่มทิ่มประตูจนแพทย์และพยาบาลจำนวนมากจะยอมรับอย่างเต็มอกว่า นี่คือการช่วยผู้หญิงมากกว่าจะเป็นการทำลาย

“แล้วคุณทำแบบนั้นทำไมล่ะคะ” (82) เสียงของหญิงผู้เดินทางมาเก็บข้อมูลถึงสิ่งที่ผู้หญิงอีกรายซึ่งถูกเรียกว่า ‘แม่มด’ ต้องเผชิญ ทั้งที่เธอทำไปเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาในพื้นที่นี้ อย่างไรก็ตามคำถามนี้ก็เป็นคำถามเดียวกันที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งต้องการทำแท้งไม่ว่าจะอยู่ประเทศใดทั่วโลกต้องพบเจอ

เรื่องที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า แม้อินโดนีเซียจะอยู่ห่างไกลจากประเทศไทยในระยะที่เดินอย่างไรก็คงไปไม่ถึงง่ายๆ แต่แท้จริงกลับใกล้กันกว่าที่คิด คือบทบาทของผู้หญิงในฐานะลูกสาวของบ้าน

‘บ่อน้ำ’ คือเรื่องสั้นหนึ่งใน 13 เรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เป็นเรื่องราวของลูกสาวคนสุดท้องผู้ถูกวางบทบาทให้มีหน้าที่ ‘ดูแล’ พ่อวัยชรา พ่อที่เธอต้องแลกอนาคตในการเติบโตเช่นเดียวกับพี่ชายคนอื่นๆ พ่อที่เธอต้องแลกอิสระของช่วงวัยเพื่อให้เขาอยู่ได้อย่างสุขสบายในบั้นปลายชีวิต ในขณะที่ตัวของผู้ดูแลกลับไร้ ซึ่งอิสรภาพไปโดยปริยาย

หากคนไทยมาอ่านถึงเรื่องสั้นตอนนี้ คงรู้สึกเหมือนมีสิ่งใดผุดขึ้นมาในใจ ฉันอาจถามแบบโยนหินถามทางไปว่า ใช่คำว่า ‘กตัญญู’ หรือเปล่า คำที่ผุดขึ้นมานั้น

ทั้งนี้ ’บ่อน้ำ’ ยังทิ้งนัยอื่นๆ แฝงมากับตัวละครประกอบ โดยมีทั้งภาพสะท้อนในบ่อน้ำของผีไร้หน้า ที่คงเปรียบเสมือนความว่างเปล่าของตัวละครเอก ไปจนถึงการก้าวข้ามไปยังโลกอีกใบที่เธอถวิลหา เพื่อทดแทนโอกาสที่เธอไม่สามารถทำได้เหมือนกับคนอื่นๆ ในบ้านตัวเอง

“เพื่อชดเชยทุกสิ่งที่ฉันทำไม่ได้เหมือนอาดิต รามา และวารีตา” (หน้า 157) หญิงสาวกล่าวถึงลูกคนอื่นๆ ที่ได้ไปทำงานในบริษัทต่างชาติและออกไปใช้ชีวิต ผิดกับเธอที่ต้องดูแลพ่อชรา

ในบรรดาเรื่องสั้นทั้ง 13 เรื่องของแอปเปิ้ลและคมมีด ล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่ไม่ได้เกิดขึ้นใหม่แต่อย่างใด หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครหญิงทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิงสักคนบนโลกมาก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งพวกเธอไม่มีโอกาสได้ส่งเสียง อินตันเองในฐานะสตรีนิยมคงต้องการให้เนื้อหาแต่ละตัวอักษร ได้เป็นตัวแทนของพวกเธอที่คงอยู่ที่ไหนสักแห่ง มีชีวิตอยู่หรืออาจไม่มีชีวิตแล้วบนโลกใบนี้

แอปเปิ้ลและคมมีดอาจไม่ใช่หนังสือที่ทำให้คนได้จินตนาการถึงโลกอันสวยงาม แต่พยายามสะท้อนความจริงผ่านจินตนาการเหนือโลก เพื่อจดจารความทุกข์โศกของผู้หญิงที่เกิดขึ้นด้วยเหตุแห่งเพศ ไม่ให้ถูกลืมเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์

Fact Box

  • แอปเปิ้ลและคมมีด สำนักพิมพ์ EKA เขียนโดย อินตัน ปารามาดีคา แปลโดยสุธีมา เทียนเจริญ ราคา 339 บาท
Tags: ,