ในยุคที่ใครหลายคนบอกว่า สมาร์ตโฟนจะเข้ามาทดแทนการทำคอนเทนต์วิดีโอ Canon กลับสวนทางด้วยการเปิดตัวกล้องคอมแพกต์รุ่น PowerShot V1 เพื่อเจาะกลุ่มครีเอเตอร์โดยเฉพาะ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกล้องคอมแพกต์ถูกมองว่าอยู่ในช่วงขาลง เมื่อสมาร์ตโฟนเข้ามายึดพื้นที่การถ่ายภาพในชีวิตประจำวันเกือบทั้งหมด จนเกิดคำกล่าวที่ว่า “กล้องที่ดีที่สุด ก็คือกล้องที่ติดตัวคุณอยู่เสมอ” และสำหรับคนส่วนใหญ่กล้องนั้นคือ กล้องสมาร์ตโฟน

สำหรับคนที่ใช้สมาร์ตโฟนเป็นหลัก อาจเคยประสบปัญหาเรื่องความคมชัด คุณภาพไฟล์ในสภาพแสงน้อย มิติภาพ ความร้อนสะสมเวลาบันทึกวิดีโอนานๆ รวมถึงหน่วยความจำเต็ม ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่องานที่ออกมา ทำให้ครีเอเตอร์ต้องสรรหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพกว่าเดิมและยกระดับคุณภาพของคอนเทนต์

การเปิดตัว PowerShot V1 ของ Canon ไม่ใช่แค่การเปิดตัวกล้อง แต่เป็นการตั้งคำถามสำคัญว่า ในยุคที่สมาร์ตโฟนมาแรง กล้องคอมแพกต์ยังเป็นคำตอบของสายคอนเทนต์หรือไม่

กล้องที่เข้ามาแก้โจทย์การถ่าย Vlog ในสนามคอนเทนต์วิดีโอ 

หลายคนคาดเดากันว่า PowerShot V1 จะเป็นทายาทสายตรงของ G7X Mark III กล้องคอมแพกต์สายถ่ายภาพในตำนานของ Canon แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น PowerShot V1 ถูกวางตัวมาเป็นกล้อง Vlog ตัวแรกที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีจากการสำรวจและร่วมทดลองจากครีเอเตอร์ พร้อมเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะ

 

(ภาพเปรียบเทียบระหว่าง PowerShot V1 และ G7X Mark III)

งานออกแบบ: หนักแน่นในมือ แต่แลกมาด้วยข้อจำกัด

หลังจากหยิบ PowerShot V1 ขึ้นมาครั้งแรก สัมผัสที่ได้คือความพรีเมียมของกล้อง น้ำหนัก 426 กรัม (รวมแบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำ) ให้ความรู้สึกแน่นมือโดยไม่ถึงกับหนักเกินไป กริปยางจับถนัดมือ เหมาะกับการถือถ่าย Vlog โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหรือขาตั้ง

สำหรับผู้ที่ลองใช้แล้ว คงสัมผัสได้ถึงข้อจำกัดในการใช้งานคือ การไม่มีซีลกันสภาพอากาศ ซึ่งเป็นราคาที่ต้องแลกกับการแก้ปัญหาความร้อน นั่นแปลว่า หากผู้ใช้งานเป็นสายเดินทาง หรือชอบถ่ายงานกลางแจ้งในสภาพชื้นแฉะ ต้องหมั่นดูแลรักษาและทำความสะอาดเพื่อป้องกันความชื้นสะสมที่อาจเกิดขึ้นได้ หรือส่งเข้าศูนย์บริการของ Canon อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ การไม่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ นั่นหมายความว่า ต้องเล็งภาพผ่านจอสัมผัสที่ปรับมุมได้ 3 นิ้วเพียงอย่างเดียว ซึ่งสำหรับกล้องที่ออกแบบมาเพื่อวิดีโอเป็นหลัก ข้อนี้พอเข้าใจได้ และพื้นที่ในตัวเครื่องก็คงไม่เหลือให้ใส่ EVF (Electronic View Finder) อยู่แล้ว

ภาพนิ่ง: เซนเซอร์ใหญ่ เลนส์ที่เหมาะกับการใช้งาน

หัวใจของ PowerShot V1 คือเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.4 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ากล้องคอมแพกต์ทั่วไปที่มีขนาด 1 นิ้ว ผลคือไฟล์ที่ได้มีคุณภาพดี โดยเฉพาะในที่ที่มีแสงน้อย กล้องตัวนี้จึงเป็นคำตอบที่ดีมากสำหรับคนที่อยากก้าวกระโดดจากกล้องมือถือ และยังเป็นกล้องตัวที่ 2 ที่หยิบใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนได้สบายสำหรับช่างภาพที่มีอุปกรณ์หลักอยู่แล้ว

ทว่ายังมีอีกหนึ่งจุดที่เราพบขณะใช้คือ เลนส์ซูม 16-50 มิลลิเมตร (เทียบฟูลเฟรม) รูรับแสง f/2.8-4.5 นั้น ‘กว้าง’ แต่ ‘ไม่ไวแสง’ เมื่อเทียบกับ PowerShot G7X Mark III ที่ให้ f/1.8-2.8 ความสามารถในการเก็บแสงของ PowerShot V1 ด้อยกว่า ซึ่งในแง่หนึ่งก็หักล้างข้อได้เปรียบเรื่องเซนเซอร์ใหญ่ไปบางส่วน และด้วยรูรับแสงที่แคบกว่า ระยะชัดลึกจึงค่อนข้างกว้าง ให้อารมณ์ภาพแบบ Point and Shoot มากกว่าภาพละลายหลังสวยๆ

วิดีโอ: นี่คือเหตุผลที่กล้องตัวนี้มีอยู่

จากที่กล่าวมาข้างต้น คงพอเห็นภาพแล้วว่า PowerShot V1 ถ่ายภาพได้ไม่ด้อยไปกว่ารุ่นอื่นๆ แต่อย่าลืมว่าวิดีโอหรือ Vlog ยังเป็นจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ โดย PowerShot V1 บันทึกภาพและวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ภาพที่ได้ออกมาสวยและสว่าง รวมถึง FHD (Full High Definition) ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีสำหรับสโลว์โมชัน และยังมีชุดเครื่องมือสำหรับคนทำคอนเทนต์อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ยังมี ND Filter ในตัว ระดับ 3 สต็อป (สิ่งที่ปกติต้องซื้อแยกและพกติดกระเป๋า) โดยสามารถปรับผ่านเมนูในตัวเครื่อง มีไกด์จัดเฟรมสำหรับถ่ายทั้งแนวนอนและแนวตั้งพร้อมกัน ซึ่งแทบจะเป็นฟีเจอร์เฉพาะตัวในคลาสนี้ มีทั้งช่องเสียบไมโครโฟนและช่องหูฟัง ไมค์ในตัวเก็บเสียง 16-Bit ได้คุณภาพดี และมาพร้อมที่กันลมที่ทำงานได้จริง ระยะ 16 มิลลิเมตรที่เป็นระยะกว้างสุด ยังเป็นมุมมองที่เหมาะเจาะสำหรับการถือกล้องถ่าย Vlog ด้วยมือเดียว แม้เปิดกันสั่นดิจิทัลที่ทำให้ภาพถูกครอปเข้ามา เฟรมก็ยังกว้างพอ

อีกส่วนหนึ่งที่รู้สึกชอบคือ C-Log3 ที่ใส่มาในกล้องตัวนี้ และให้สีมาถึง 10-Bit ให้ช่วงไดนามิกสีที่กว้างมาก นำไปทำสีต่อได้หลากหลาย นอกจากนี้กล้อง PowerShot V1 ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในเลนส์ ปรับได้ 2 ระดับคือ แบบ ON และ Enhanced จะได้ภาพที่นิ่งขึ้น แต่ภาพก็จะครอปเพิ่มขึ้นด้วยตามลำดับ 

โดยสรุป กล้องคอมแพกต์สเปกระดับนี้ ถือว่าเหมาะกับงานที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และให้คุณภาพที่ดีสำหรับคอนเทนต์ จึงเหมาะที่จะเป็นกล้องตัวแรกสำหรับใครหลายคนได้เป็นอย่างดี

โฟกัส กันสั่น และเรื่องเล่าของพัดลมในกล้อง

ระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF II ถือเป็นพัฒนาการก้าวใหญ่ของ Canon ในกล้องคอมแพกต์ ที่ติดตามใบหน้า ดวงตา และวัตถุแบบเรียลไทม์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ด้านกันสั่น PowerShot V1 ใช้แบบออปติคัลในตัวเลนส์ แม้จะใช้เลนส์มุมกว้างพิเศษ อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่กันสั่นในตัวเซนเซอร์ (IBIS) การเดินถ่ายที่มุมกว้างสุดยังมีอาการภาพเด้งอยู่บ้าง จึงต้องพึ่งระบบกันสั่นดิจิทัลเสริมเพื่อให้เฟรมนิ่งขึ้น ซึ่งจะแลกมาด้วยการครอปภาพเพิ่ม

จุดขายที่โดดเด่นไม่แพ้กันในครั้งนี้คือ ‘พัดลมระบายความร้อน’ ในตัว กล้องเล็กมักมีปัญหาร้อนเกินจนหยุดบันทึก แต่ PowerShot V1 แทบจะไม่มีปัญหานั้น แม้ถ่าย 4K กลางแดดจัด กล้องสามารถบันทึก 4K ที่ 30 เฟรมได้แบบไม่จำกัดเวลา และถ่ายต่อเนื่องในช็อตเดียวได้สูงสุดถึง 6 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมดเฟรมเรตสูง หรือราว 1 ชั่วโมงครึ่งเมื่อเปิดสำหรับถ่ายงานสัมมนา สัมภาษณ์ยาว หรือไลฟ์สด 

อย่างไรก็ตาม นี่คือความอุ่นใจที่ผู้ใช้ได้รับ แม้ในทางเทคนิค การถ่ายที่เฟรมเรตสูงมากๆ อาจมีโอกาสร้อนได้ แต่กล้องมีมาตรวัดอุณหภูมิบนจอเตือนล่วงหน้า

สรุป: กล้องที่ดี ถ้าคุณรู้ว่ามันถูกออกแบบมาเพื่ออะไร

สำหรับความรู้สึกหลังได้ใช้กล้อง PowerShot V1 ฝั่งครีเอเตอร์สายวิดีโอหลายราย ต่างยกให้กล้องรุ่นนี้เป็นตัวเลือกแห่งปี ขณะที่ฝั่งสื่อสายช่างภาพบอกว่า การที่กล้องโฟกัสการถ่าย Vlog เป็นหลัก อาจไม่ถูกใจคนที่รักและเน้นการถ่ายภาพมากนัก

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายภาพหรือถ่าย Vlog กล้อง PowerShot V1 ก็ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละกลุ่ม แต่ละความต้องการอย่างชัดเจน ทั้งขนาดที่พกพาได้จริง ใช้งานง่าย ให้สีแบบ Canon ที่ใครๆ ก็หลงรัก จึงบันทึกภาพในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ถ้าคุณคือคนที่อยากได้กล้องตัวเดียวที่ถ่ายได้ทั้งภาพและวิดีโอ Vlog คุณภาพสูง V1 คือคำตอบที่ใช่ แต่ถ้าคุณคือช่างภาพที่อยากได้กล้องที่มีรูรับแสงไวๆ มีช่องมองภาพ และความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพนิ่งเป็นหลัก กล้องตัวนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่า PowerShot G7 X Mark III ที่มีแฟลชในตัว

และนั่นอาจเป็นเรื่องที่ดี เพราะในที่สุดแล้ว Canon ก็ยอมรับความจริงที่อุตสาหกรรมกล้องหลีกเลี่ยงมานานว่า คนส่วนใหญ่ที่ซื้อกล้องไม่ได้อยากเป็นช่างภาพ แต่อยากเล่าเรื่องในสไตล์ของตัวเอง และเราเชื่อว่า PowerShot V1 ทำหน้าที่นั้นได้อย่างไร้ที่ติ

Tags: , ,