เมื่อมี 1 คนหายไป กลับพบอีกหลายคนที่ต้องกลายเป็นศพจากการไล่ล่าของฆาตกรต่อเนื่อง ทำให้การค้นหาความจริงเริ่มใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆ เตรียมพบกับความระทึกขวัญจากซีรีส์ไทยแนวฆาตกรรมสืบสวนอย่าง ‘วารี ๑๐๐ ศพ’ (Still Water) ที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่ด้านมืดที่ลึกที่สุดของมนุษย์ ทั้งความตาย ความโลภ และการทรยศ พร้อมกับการโคจรมาพบกันครั้งแรกของ 2 นักแสดงสาว ชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ และปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ 

ก่อนที่ซีรีส์เรื่องนี้จะออกอากาศ The Momentum ได้ชวน 2 นักแสดงสาวพูดคุยเกี่ยวกับความท้าทายระหว่างถ่ายทำ ตั้งแต่เบื้องหลังการแสดง การทำความเข้าใจตัวละคร ไปจนถึงเรื่องราวชีวิตนอกจอและมุมมองต่อสังคมในปัจจุบัน

ความจริงที่ซ่อนอยู่ในด้านมืดของมนุษย์

ซีรีส์บอกเล่าเหตุการณ์ปริศนาภายใน ‘วารีปะศพ’ เมืองเล็กๆ ที่ดูสงบนิ่ง แต่หลังจากการหายตัวไปของผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ได้นำมาสู่เหตุฆาตกรรมที่ลึกลับ ซับซ้อน และซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ โดยที่ทั้งคู่ต้องร่วมมือค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่

เรื่องราวเริ่มต้นจาก ‘ปิ่น’ รับบทโดย ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ หญิงสาวที่มีภาวะสูญเสียความทรงจำในวันที่พี่สาวของตัวเองหายตัวไป และยังคงติดอยู่กับบาดแผลในใจ ขณะที่ ‘ยีนส์’ รับบทโดย ชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ หญิงสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมือง ก่อนจะเข้ามาพัวพันกับคดีสุดระทึกขวัญ และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคดีที่เต็มไปด้วยความลับ

ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้อยู่ที่ ‘ความแปลกใหม่’ ของพล็อตที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักในซีรีส์ไทย กับเรื่องราวแนว Crime/ Thriller ที่จะชวนผู้ชมเข้าไปสืบหาความจริงจากเหตุการณ์คนหายและคนตายปริศนาในเมือง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ความเข้มข้นและความอึดอัดก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น 

รวมถึงภูมิหลังของแต่ละตัวละครล้วนมีบางอย่างที่เลือกจะเก็บเอาไว้ ทั้งการแสดงออกและความคิด จนยากที่จะคาดเดาได้ว่า ใครกำลังคิดอะไร และใครกันแน่ที่กำลังปิดบังความจริงบางอย่างเอาไว้

บทของ ‘วารี ๑๐๐ ศพ’ จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องราวการฆาตกรรม แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความโลภ ความเห็นแก่ตัว และด้านมืดภายในจิตใจของมนุษย์ ที่บางครั้งก็อาจพาเราเข้าไปติดอยู่ในกับดักทางความคิดของตัวเอง

“คนเรามีหลายมุมและเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนคนหนึ่งผ่านอะไรมาบ้าง” ปันปันกล่าว พร้อมอธิบายว่า บางครั้งเราอาจจะเผลอตัดสินใครสักคนจากสิ่งที่เขาแสดงออกมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังพฤติกรรมนั้น เขาเติบโตมาอย่างไรและผ่านอะไรมาบ้าง

ในขณะที่ชิปปี้มองว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจเรา และเราเองก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าคนอื่นกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะบางครั้งความคิดเหล่านั้นอาจจะถูกผลักไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จนนำไปสู่การกระทำรุนแรงโดยที่เราไม่คาดคิด

คาแรกเตอร์ที่ต่างจากชีวิตจริง

การฉีกบทบาทในครั้งนี้ ทั้งคู่ได้มารับบทตัวละครที่มีความซับซ้อนอยู่ภายในตัวเอง ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของทั้งคู่ เพราะทั้งปิ่นและยีนส์ต่างเป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากตัวตนของปันปันและชิปปี้โดยสิ้นเชิง

ปันปันได้พลิกบทบาทมารับบท ‘ปิ่น’ หญิงสาวที่เก็บกดและต้องเผชิญภาวะ PTSD หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง ทำให้เธอกลายเป็นคนเงียบ เก็บตัว ไม่มีเพื่อน และยังติดอยู่กับบาดแผลจากการสูญเสียคนในครอบครัว

“เป็นตัวละครที่ตรงข้ามกับชีวิตจริงของเรา และมีรายละเอียดเยอะมากๆ เลยต้องไปศึกษาตัวละครนี้ก่อนว่าจะแสดงออกมายังไง ทั้งท่าทางการเดิน การพูด หรือการสบตา” ปันปันกล่าว

แต่ความยากของการรับบทเป็นปิ่น ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างบุคลิกภายนอกเท่านั้น เพราะตัวละครจะค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวและบาดแผลจากประสบการณ์ที่พบเจอ ทำให้ปันปันต้องไล่ระดับความเข้มข้นของอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน

ขณะเดียวกัน ภายในเรื่องยังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างปิ่นกับแม่ ซึ่งรับบทโดย น้ำฝน-กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ เป็นอีกหนึ่งฉากที่สะท้อนตัวตนของปิ่น ทำให้ผู้ชมเห็นมิติของตัวละครได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคำพูดบางอย่างเข้ามากระตุ้นบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายในใจ จนทำให้ความรู้สึกที่เก็บไว้ค่อยๆ ปะทุออกมา

เช่นเดียวกันกับชิปปี้ ผู้รับบท ‘ยีนส์’ หญิงสาวลึกลับคนใหม่ของเมืองที่มีภาวะ Sociopath (บุคคลที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม) จึงขาดความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น ชิปปี้มองว่า “ยีนส์เป็นตัวละครที่ค่อนข้างแตกต่างจากชีวิตจริง และมีคาแรกเตอร์ที่น่าค้นหาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน แต่ถือว่าเป็นบทที่สนุกและท้าทาย”

ชิปปี้เล่าว่า เธอค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ Sociopath เพิ่มเติม รวมถึงศึกษาจากภาพยนตร์และซีรีส์ที่มีตัวละครลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อทำความเข้าใจวิธีคิดและพฤติกรรม และนำมาปรับใช้กับการแสดงให้ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุด

“จุดตรงกลางคือความนิ่ง ความไม่แสดงออก คนดูจะเดาไม่ออกว่าตัวละครนี้คิดอะไรอยู่” ชิปปี้กล่าว ก่อนจะอธิบายว่า ความน่ากลัวของยีนส์มาจากการที่ตัวละครไม่ค่อยพูด และปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำตอบ

ความท้าทายของการพลิกบทบาทการแสดง

นอกจากความท้าทายในการทำความเข้าใจตัวละครแล้ว การถ่ายทำซีรีส์วารี ๑๐๐ ศพยังมาพร้อมกับความกดดันอีกด้านที่ต้องรักษาบรรยากาศความลึกลับและความกดดันเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง

ทั้งคู่มองว่าสิ่งที่ยากคือ ‘ความเข้มข้นและความดราม่าของบท’ รวมถึงปมที่อยู่ภายในใจของตัวละคร ซึ่งต้องถ่ายทอดออกมาให้คนดูสัมผัสได้ โดยไม่สามารถอธิบายออกมาตรงๆ

โดยเฉพาะตัวละครยีนส์ที่ชิปปี้มองว่า “ไม่ได้รู้สึกเครียดนะ แต่ทุกความคิดของตัวละครจะอยู่ในหัวหมดเลย เราต้องแสดงแบบนิ่งๆ ให้คนดูอ่านไม่ออกว่ายีนส์กำลังคิดอะไรหรือกำลังจะทำอะไร เพราะตัวละครนี้ไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์หรือความรู้สึก

“การแสดงซีรีส์แนวสืบสวนฆาตกรรมถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่มีทั้งความสนุกและตื่นเต้น เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะแสดงออกมาเป็นยังไง จะดูดีหรือขัดตาไหม หรือจะดูเป็นคาแรกเตอร์นั้นไหม” ชิปปี้เสริม

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมระหว่างการถ่ายทำยิ่งเพิ่มความท้าทายขึ้นไปอีก เพราะหลายฉากต้องไปถ่ายทำกันในป่า

“ด้วยความที่เป็นซีรีส์แนวสืบสวนฆาตกรรม การถ่ายทำเลยค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่ต้องถ่ายในสถานที่จริง โดยเฉพาะในป่า เลยรู้สึกกดดันและเหนื่อย แต่พอถึงเวลาเข้าฉาก ทุกคนก็สนุกและเต็มที่กับการแสดงมาก” ปันปันกล่าวถึงประสบการณ์ระหว่างการถ่ายทำ

อย่างไรก็ตาม บทบาทการแสดงที่ตรงข้ามกับตัวตนของทั้งคู่ในชีวิตจริง กลับทำให้ทั้งคู่รู้สึกสนุกและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้แสดง กว่าที่ตัวละครจะถูกแนะนำบนหน้าจอ นักแสดงเองก็ต้องลองผิดลองถูกไปพร้อมๆ กัน

ความสนิทที่มากกว่าแค่ในจอ

แม้ว่าคาแรกเตอร์ของปิ่นและยีนส์จะเป็น 2 ตัวละครที่มีโลกภายในแตกต่างกัน แต่สำหรับปันปันและชิปปี้แล้ว พวกเธอ 2 คนไม่เคยเจอกันมาก่อน และจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กลับเกิดขึ้นตอนที่ได้พบกันครั้งแรกในเวิร์กช็อปของซีรีส์เรื่องนี้ 

“รู้สึกว่าเราคลิกกันตั้งแต่แรก คุยกันรู้เรื่อง แล้วก็มีจังหวะการทำงานที่เข้ากันได้ดี” ปันปันพูดถึงการพบกันครั้งแรก ก่อนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับการทำงาน

“นอกจอก็มีแชตคุยกันอยู่บ้าง ทั้งเรื่องชีวิต เรื่องสัพเพเหระ หรือเรื่องการออกกำลังกาย พอได้คุยกันเรื่อยๆ ก็ทำให้สนิทกันมากขึ้น เหมือนได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกคน” ปันปันตอบ

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากขึ้นคือการออกกำลังกาย ช่วงนี้ทั้งสองกำลังเตรียมตัวสำหรับ HYROX และไปฝึกซ้อมก่อนแข่งด้วยกัน “ความสนุกคือความสะใจ ต้องแข่งกับตัวเอง พอทำเวลาได้ดีก็ภูมิใจกับตัวเอง แค่ทำของเราให้ดีที่สุด” 

ในฐานะผู้หญิงและนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทอยู่ท่ามกลางเรื่องราวของอาชญากรรม ทั้งปันปันและชิปปี้จึงอดไม่ได้ที่จะมองกลับมาที่ความปลอดภัยของผู้หญิงในชีวิตจริง

“รู้สึกว่าตอนนี้สังคมก็ดูดีขึ้นนะ แล้วก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าเราไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง มันก็อยู่ที่ไหวพริบของเราด้วยว่า เราระมัดระวังตัวเองแค่ไหน” ทั้งคู่กล่าว

ถ้าหากมีโอกาสได้กลับมาแสดงด้วยกันอีกครั้ง ทั้งคู่เองก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นซีรีส์แนวไหนเป็นพิเศษ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับพวกเธอ อาจเป็นการได้ลองทำสิ่งใหม่ และกลับมาสนุกกับการทำงานร่วมกันอีกครั้ง

ก่อนจะทิ้งท้ายถึงซีรีส์เรื่อง ‘วารี ๑๐๐ ศพ(Still Water) ทั้งคู่ยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทั้งเหนื่อยและสนุกตลอดการถ่ายทำ พร้อมฝากให้แฟนๆ รอติดตามเรื่องราวของเมืองที่เต็มไปด้วยความลับ และร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกับพวกเธอว่า ภายใต้ความเงียบเหล่านั้น แท้จริงแล้วมีอะไรซ่อนอยู่

เตรียมพบกับความลึกลับและร่วมสืบหาความจริงไปด้วยกันในซีรีส์ ‘วารี ๑๐๐ ศพ(Still Water) วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นี้ ทาง Disney+

Tags: , , , , , , ,