เคยสงสัยไหมว่าชีวิตจริงของศิลปินนักแสดงที่เราติ่งอยู่ เขาฟังเพลงแนวไหน และปักเมนใครกันบ้าง
แม้ในซีรีส์ iQIYIOriginal ‘GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน’ ตัวเอกของเรื่องจะบอกว่าปักเมนแฟน ติ่งแค่แฟนคนเดียว แต่วันนี้ GELBOYS 4 คน ทั้ง ไป๊ป-มนธภูมิ สุมนวรางกูร, นิว-ชยภัค ตันประยูร, พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม และเลออน เซ็ค มาพูดคุยคำถามที่ ‘เจลบี๋’ อยากรู้

จากซ้าย เลออน นิว ไป๊ป และพีเจ
ทั้งเรื่องเทศกาลดนตรีในความทรงจำของไป๊ป ค้นหาว่าศิลปินสไตล์ไหนที่นิวมักจะปักเมน คอนเสิร์ตสุดทรหดตั้งแต่ขั้นตอนกดบัตรสำหรับพีเจ และเลออนที่ซึ่งเสียน้ำตาเพราะพลาดคอนเสิร์ตสำคัญถึง 2 ครั้ง รวมไปถึงมุมมองของพวกเขาในฐานะศิลปินและความรู้สึกที่มีต่อเจลบี๋ 

GELBOYS are Fanboy
ก่อนจะมาเป็น GELBOYS พวกเขาคือวัยรุ่นทั่วไป ฟังดนตรี แชร์เพลง และไปคอนเสิร์ต แต่ละคนมีศิลปินที่ชื่นชอบต่างกันไป โดยนิวเริ่มเล่าก่อนว่า ตอนที่เขารู้ตัวว่า ‘นี่คือการติ่ง’ เกิดขึ้นช่วงมัธยมปลายพร้อมกับกระแส K-Pop เจน 3 ระลอกใหม่ในไทยนั่นคือการมาของวง BLACKPINK
“พูดถึงคำว่าติ่ง นึกถึงสมัยเรียนประมาณ ม.5-ม.6 ช่วง BLACKPINK กำลังมา ติ่งเจนนี เอารูปเขาไปตั้งวอลเปเปอร์หน้าจอบ้าง พอเปิดจอขึ้นมาแล้วได้เห็นหน้าเขาก็รู้สึกดี มีเอเนอจี”
ไม่ใช่แค่นิวที่ติ่งศิลปินหญิง เลออนเองก็ชื่นชอบพลังบวกและยกย่องความสามารถของแรปเปอร์อย่าง MILLI จนกลายมาเป็น ‘ติ่งพี่นวย’ ซึ่งเธอเป็นศิลปินคนแรกที่เลออนเทใจให้ทั้งหมด

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นติ่งใครเลย ไม่รู้สึกว่าอยากไปดูศิลปินทุกอีเวนต์ หรืออยากติดตามเขาวันต่อวัน พี่ MILLI เป็นคนแรกที่ปลื้มในความสามารถเขา ชอบเพลง เวลาเจอก็รู้สึกอิ่มเอมใจมาก” เลออนเล่า
สำหรับพีเจเขาชอบศิลปินไทยหลายคน ซึ่งตอนนี้เขาบอกว่าฟังเพลง THE TOYS บ่อยเป็นพิเศษ นอกจากถูกใจเนื้อเพลงแล้ว พีเจยังชื่นชมความเก่งกาจของศิลปินคนนี้
“ช่วงนี้คงเป็น THE TOYS เพลงเขามันหลากหลาย แล้วเขาทำเบื้องหลังอย่างจริงจัง มีโอกาสได้ฟังหลายเพลงที่เขาแต่งหรือโปรดิวซ์ มีเขาเป็นแรงบันดาลใจ” 

พีเจเล่าว่าศิลปินไทยอีกคนหนึ่งซึ่งตัวเขาหลงใหล คือ อิ้งค์ วรันธร ความทรงจำที่แฟนเพลงหนุ่มน้อยคนนี้มีต่อพี่อิ้งค์นั้นเข้มข้นมาก ทั้งการกดบัตร หาซื้อบัตรต่อ จนถึงการเดินทางไป-กลับสถานที่จัดคอนเสิร์ต
“ผมเคยไปคอนเสิร์ตของพี่อิ้งค์ ที่อิมแพ็ค เป็นครั้งแรก จำได้ว่าตื่นมากดบัตรเอง แต่กดไม่ได้ บัตรมันเต็มหมดเลย ต้องไปหาซื้อแล้วนัดรับบัตร กว่าจะได้บัตรมา ถึงวันแสดงก็นั่งรถแท็กซีไปอิมแพ็คเอง เพราะตอนนั้นอายุ 18-19 ปี ยังไม่มีรถขับ ไปถึงก็นั่งรอเวลาเข้า จนดูเสร็จต้องเหมาแท็กซีกลับเพราะคนเยอะมาก เป็นประสบการณ์ครั้งเดียวที่ยอมไปดูศิลปิน ทั้งไปคนเดียว ซื้อบัตรเอง เดินทางเอง” พีเจเล่าความทรงจำ

พอหันมาถามพี่คนโตอย่างไป๊ป เขาเกริ่นก่อนว่าศิลปินที่เขาชอบอาจแหวกแนวไปจากน้องๆ
“ผมชอบพี่น้อย วงพรู ตอนแรกดูหนังเขาก่อน แล้วพอเห็นว่าเวลาเขาเอนเตอร์เทนมันแปลกใหม่ดี คาดเดาอะไรไม่ได้เลย ช่วงหนึ่งเลยตามไปดูบ่อย” ไป๊ปกล่าว
เด็กผู้ชายธรรมดาที่ยืนอยู่หน้าเวที
นอกจากพี่น้อย วงพรู ไป๊ปยังชอบวงร็อกอย่าง LOMOSONIC เมื่อครั้งยังอยู่ ม.6 ไป๊ปกับกลุ่มเพื่อนไปงานเทศกาลดนตรีซึ่งรวมศิลปินไทยอินดี้เอาไว้มากที่สุดแห่งยุคอย่างงาน Cat Expo จัดโดย Cat Radio และมวลบรรยากาศวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำของเขา
“ไปดู LOMOSONIC กันเพราะเคยได้ยินว่ามันมาก สนุกจริง คนดูย่อแล้วกระโดดหน้าเวที มีคนปีนเสาด้วย ผมว่าโคตรเจ๊งเลย
“พอดูจบผมกับเพื่อนยืนคุยอยู่หน้างาน มีรถคันหนึ่งขับผ่าน เปิดกระจกมาเป็น Lomosonic ทั้งวง แล้วเขาตะโกนมาว่า “โชคดีน้องๆ” ตอนนั้นเหมือนอารมณ์ยังค้างอยู่ ไฟผมกำลังมาเลยเรียก “พี่บอยๆ” แล้ววิ่งตามรถไปจนถึงถนน (หัวเราะ) จากนั้นก็ฟัง LOMOSONIC ทั้งวัน” ไป๊ปรำลึกถึงความสนุกสมัยเรียน 
เมื่อได้ฟังเรื่องราวของไป๊ป นิวจึงเสริมว่าตัวเขาก็เป็นพวกสนุกสุดเหวี่ยงในคอนเสิร์ตไม่ต่างกัน
“ผมเป็นสายกระโดดเลย เพลงช้าก็โดด โดดร้องเพลงดังๆ ชอบศิลปินที่ทำให้ร่างกายเราขยับได้เอง มันไปเองตามอารมณ์ตอนอยู่ตรงนั้น แล้วก็ชอบตะโกนให้เขา ส่งเสียงเชียร์เขา”
และศิลปินที่ทำให้นิวกระโดดอย่างได้ทั้งคอนเสิร์ตไม่เหน็ดเหนื่อยคือ Post Malone หรือ ‘พ่อหมี’
“ชอบเสพคอนเสิร์ตอยู่แล้ว เวลามีศิลปินคนไหนมาก็พยายามกดบัตรให้ตัวเองได้ไปดู แต่มีศิลปินคนหนึ่งที่ชื่นชอบเพลง พอไปคอนเสิร์ตเขาแล้วยกให้เลย นี่แหละคือที่หนึ่งในใจ ก็คือ Post Malone
“พอดูคอนเสิร์ตเขาแล้วเหมือนเขายืนอยู่บนนั้นคนเดียว ไม่มีอะไรเลย ผมแค่รู้สึกว่าเวลาเขาพูดหรือเวลาเขาร้อง มันเพียวมากๆ ออกมาจากใจ แล้วมันทำให้ร่างกายผมขยับไปเอง รู้สึกว่าเหมือนโดนดูดเข้าไปจริงๆ นะ ตลอด 2 ชั่วโมงที่อยู่ตรงนั้น ผมเป็นแฟนเเพลเงขาตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าเขาปล่อยอะไรออกมา”
นิวเล่าจบพร้อมแบ่งปันความอุ่นใจว่าคอนเสิร์ตล่าสุดที่ Post Malone กำลังจะมาแสดงในไทย ตัวเขามีบัตรไว้ในครอบครองเรียบร้อยแล้ว
แต่เชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ดูคอนเสิร์ตศิลปินสุดรัก และเลออนก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเคยพลาดคอนเสิร์ตของ Daniel Caesar ถึงสองครั้งสองครา จนอยากขอให้ทุกคนเอาใจช่วยเลออนสวดมนต์ให้ประสบความสำเร็จในการติ่ง
ครั้งแรกที่เลออนไม่ได้ไปคอนเสิร์ต ตรงกับช่วงสอบ TGAT เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย 
“Daniel Caesar เป็นศิลปินคนเดียวที่ร้องได้ทุกเพลง ไม่กี่เดือนที่แล้ว เขามาจัดคอนเสิร์ตกรุงเทพฯ อีกรอบ รอบนี้ตั้งใจจะซื้อบัตรให้ได้ตั้งแต่วินาทีแรก แต่บัตรหมด ไม่เป็นไร ไปถามคนนั่นคนนี้ว่ามีใครขายบัตรต่อบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้
“แล้วคืนคอนเสิร์ต ผมพิมพ์ลงไปใน X ว่าอยากให้แฟนคลับที่ได้ไปคอนเสิร์ตเขาถ่ายคลิปแล้วแท็กมาให้หน่อย พอไล่ดูสตอรีที่แฟนคลับแท็กมา ก็ร้องไห้แล้วยิ้มมีความสุขมาก ได้เห็นศิลปินที่เราชอบกับแฟนคลับคนไทย ทุกคนร้องเพลงพร้อมกับเขา รู้สึกเหมือนได้อยู่ตรงนั้นด้วย ขนาดไม่ได้ไปเอง”
สำหรับแก๊งค์พี่ๆ อย่างไป๊ปกับนิวที่เล่าไปก่อนหน้าว่ามักกระโดดหรือขยับไปตามจังหวะเพลง แต่พอเป็นฝั่งน้องๆ เลออนกับพีเจนั้นแตกต่างออกไป เพราะตอนได้ยืนท่ามกลางกลุ่มคนในคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบ ทั้งคู่จะยืนฟังเงียบๆ 
“ปกติเลออนเป็นสายโดนสะกด ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าภาวะอะไร แต่หลายคอนเสิร์ตที่ได้ไป แล้วศิลปินที่ร้องอยู่บนเวทีเขาส่งอารมณ์ออกมา จะยืนจ้องแบบไม่โยก พยายามดึงทุกอย่างบนหน้าเขาออกมา เพื่อเสพอารมณ์เขาให้ได้มากที่สุด เหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง คนรอบข้างก็จะหายไป จะมีแค่ศิลปินที่อยู่ตรงนั้น เป็นคนที่รู้สึกอะไรแล้วจะอินเกินเบอร์”
“พีเจชอบเงียบครับ อยากดูอยากฟังให้มันคุ้มกับที่มีโอกาสได้ไป เลยดูแบบเงียบๆ” พีเจเสริม
ตกหลุมรัก (ศิลปิน) อีกกี่ครั้ง ก็ยังปักเมนคนไทป์นี้
เคยสังเกตไหมว่า พอเราปักเมนศิลปินคนไหน จากนั้นก็กลายเป็นว่าเรามักจะชอบศิลปินสไตล์เดิมซ้ำๆ ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาไทป์เดิม หรือเพลงแนวเดิม
แล้วสำหรับ GELBOYS เขามักจะตกหลุมรัก แล้วปักเมนคนแบบไหน
พีเจเฉลยเป็ยคนแรกว่าเขาชอบคนไทป์เดียวกับ Rora วง BABYMONSTER
“ผมสังเกตตัวเองมาหลายรอบแล้ว ต้องน่ารัก ละมุน (หัวเราะ) คำว่าน่ารักมันต้องมากกว่าคำว่าสวย” พีเจเน้น 
สำหรับนิว อธิบายว่าศิลปินที่เขาชอบมักมีคาแรกเตอร์ชัด และยิ่งทำให้ตกหลุมรักตัวตนภายในของศิลปิน
“ผมชอบความเพียว ความธรรมชาติบางอย่างในตัวคนๆ นั้น ทั้งคำพูดที่มันออกมาจากใจ สายตาเขา แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาบนเนื้อตัวเขา มันต้องมีความเพียวสูง ด้วยคาแรกเตอร์หรือคาริสมาบางอย่าง มีแค่เขาคนเดียวที่มีสิ่งนั้น หาจากคนอื่นไม่ได้ คาแรกเตอร์ชัดๆ”
เช่นเดียวกับไป๊ปที่รู้สึกเหมือนกัน 
“ผมว่าผมคล้ายนิว ชอบคนคาแรกเตอร์ชัดมากๆ มีความเป็นศิลปินสูง ศิลปินที่เขามีความฉีกในแนวทางของเขาเอง ถ้าเพลงแนวนี้ต้องเป็นเขาเท่านั้น ผมชอบคนที่สร้างสรรค์งานใหม่ๆ สร้าง Genre เพลงใหม่ๆ”
แม้น้องเล็กอย่างเลออนจะบอกว่าไม่ค่อยติ่งใคร แต่เขาเล่าว่าแนวเพลงที่เขาชอบฟังแล้วตกหลุมรักในท่วงทำนองคือแนวโซล อาร์แอนด์บี
“ผมไม่ได้มีขอบเขตหรือกรอบอะไรทั้งนั้น แต่เวลาฟังหรือดูเอ็มวีหรืออะไรก็ตาม หรืออาจจะแค่ดูรูปบนอินสตาแกรม ถ้าเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าสิ่งนี้มีเรื่องราว มีการสื่อสารถึงอะไรบางอย่างชัดๆ ผมจะชอบสิ่งนั้นมาก” น้องเล็กตอบ 

เลิกกั๊ก รักมารักกลับ ติ่งมาติ่งกลับ
จากเด็กหนุ่มธรรมดา 4 คน ที่ชอบดนตรี ไปคอนเสิร์ต สนุกอยู่ด้านล่างเวที วันนี้พวกเขาคือศิลปินที่มีแฟนคลับ หรือ ‘เจลบี๋’ จำนวนมาก
แต่สำหรับไป๊ป ก่อนจะมาเป็น GELBOYS เขาเคยเป็นศิลปินค่าย Kamikaze เมื่อถามว่าความรู้สึกที่มีต่อแฟนคลับในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยเด็กหรือไม่ เขาตอบว่ายังดีใจเสมอที่มีทุกคนคอยให้กำลังใจ 
“ตอนนั้นมันเด็กมากๆ ก็ตื่นเต้น พื้นฐานผมเป็นคนขี้เขิน ขี้อายหน่อย เลยอาจจะรับมือไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ แต่ลึกๆ รู้สึกดีใจที่มีคนสนับสนุน แล้วก็มาเชียร์ ผมว่าบางทีเราทำงานกัน เราได้เห็นเขายิ้มให้ เราก็มีความสุขแล้ว ถ้าแฟนๆ แฮปปี้กัน เราก็แฮปปี้”
มุมของนิวเขาคิดว่าแฟนคลับเป็นกลุ่มคนที่ช่วยให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน
“ผมพยายามระลึกไว้เสมอว่าต้องทำตัวให้ดี พัฒนาตัวเอง ทำให้คุ้มค่ากับการที่มีคนมาชอบ ความรู้สึกชอบจากเขามันมีค่ามาก การเป็นมนุษย์ที่ดีหนึ่งคนมันมีองค์ประกอบเยอะมาก เราก็ต้องทำให้ดี
“คนที่มาปักเมนหรือมาเป็นติ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งแรงที่ทำให้ผมเป็นคนดีขึ้นเหมือนกัน รู้สึกว่าขอบคุณมากๆ ที่ทำให้ผมเป็นคนดีขึ้นในทุกวันเหมือนกัน” นิวกล่าว
ในขณะที่พีเจเองก็รู้สึกขอบคุณไม่ต่างกับพี่ๆ ทั้งสองคน
“แฟนๆ ยังซัพพอร์ตพวกเราทุกงาน แล้วก็ไม่ได้หวังอะไรจากพวกเราเลย ไม่ได้หวังให้จำชื่อหรือรู้จัก รู้สึกว่าขอบคุณมากที่ให้ทั้งความรัก และโอกาสบางอย่าง ก็ได้มาเพราะพวกเขาช่วยสนับสนุนพวกเรา” 
ด้านเลออน ก่อนเป็น GELBOYS เขาคือ Tiktoker คนดังซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนไม่น้อย
ทว่าความต่างอยู่ตรงที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นภาพผู้ติดตามที่ชื่นชอบเขาด้วยตาเนื้อ จนกระทั่งได้มาเป็น GELBOYS
“ตอนที่เป็น Tiktoker เราไม่เคยเจอเขาแบบตัวต่อตัว มันจะรู้สึกว่าเราไม่ได้มีการเชื่อมโยงกันขนาดนั้น เขาแค่ชอบสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราสื่อ มันอาจจะไม่ใช่คาแรกเตอร์เราก็ได้ที่ทำให้เขาติดตาม มันจะเพราะคอนเทนต์ที่เราทำ แต่พอวันอีเวนต์ครั้งแรกของ GELBOYS เราได้เจอแฟนคลับของเราแบบตัวต่อตัว ได้เห็นหน้าเขา ได้เห็นเขามองเรา มันเหมือนมีความสัมพันธ์หนึ่งเกิดขึ้นที่มันลึกกว่าการได้เห็นกันแค่ในจอ
“ผมเลยคิดว่าเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนหลายรุ่น เพราะมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยเดียวกันที่ทั้งติดตามเรา ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราจะถูกชี้นำโดยคนที่อยู่บนโซเชียลมีเดีย คนที่ออกสื่อ หรือคนในวงการ ฉะนั้น การเลี่ยงพฤติกรรมหรือคำพูดที่ไม่เหมาะสม มันคือสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของเรา
“อย่างหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้คือความเป็นตัวเอง แต่ต้องเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดี และไม่มีภัยต่อสังคม และไม่ได้มีผลกระทบต่อคนอื่นๆ” เลออนกล่าวอย่างจริงจัง 
หรือว่า GELBOYS จะแอบติ่งเจลบี๋
วันนี้หลายคนเป็นติ่ง เป็นแฟนคลับใครสักคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บางคนกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน เป็นรูปแบบความรักแบบให้และรับ หรือ Give and Take แฟนคลับไปหาศิลปินช่วยสนับสนุน ในขณะที่ศิลปินก็มอบความสุขผ่านการแสดง
หลายคนอยากรู้ว่า GELBOYS มองประเด็นนี้อย่างไร ซึ่งคำตอบของพวกเขาทำให้สงสัยว่าหรือหนุ่มๆ เล็บเจลจะแอบติ่งเจลบี๋เหมือนกัน
เพราะเขาบอกว่าไม่เคยคิดถึงคำว่ารับหรือให้ หลายครั้งที่พวกเขาเจอแฟนๆ เป็นฝ่าย GELBOYS มีความสุขเท่ากับเจลบี๋ 
“ผมไม่เคยจำกัดความว่ามันต้องเป็นให้ หรือรับ หรืออะไรเลย ผมว่ามันเป็น Pure Love มากกว่า เพราะมีช่วงหนึ่งที่ผมได้รับจดหมายหลายๆ ฉบับจากแฟน ผมไม่ได้รู้สึกว่าเขาอยากได้อะไรจากเรา หรืออยากให้เราทำอะไรให้เขา เขาแค่อยากให้เรามีความสุข
“แล้วในมุมมองผม ผมรู้สึกว่าถ้าเขามีความสุขผมก็สุขเหมือนกัน มันคือความรู้สึกที่ดีต่อกัน ความเชื่อมั่นกัน เคารพซึ่งกันและกัน” พี่ใหญ่ตอบ
ด้านนิวพูดถึงคำว่า โพ หรือ Position เพราะหลายคนที่เข้ามาติ่งเขา อาจเป็นโพแม่ โพน้อง ที่เอ็นดูเขาเหมือนลูกหลานในครอบครัว หรือจะเป็นโพแฟนก็ได้ 
“มีความรักหลากหลายรูปแบบมากที่เขามอบให้เรา คือจะเรียกว่า โพ ก็ได้ เห็นเราแล้วเอ็นดู หรือชอบเราในมิติต่างๆ เลยรู้สึกว่าไม่อยากจะจำกัดความมัน แต่ว่าที่แน่ๆ คือเรามาแลกเปลี่ยนพลังงานบวกกัน สนุกด้วยกัน มันก็เหมือนกับการที่มนุษย์คนหนึ่งแลกเปลี่ยนเวลาเราเจอกัน สื่อสารอะไรกัน
“สำหรับผม ผมก็จะบอกกับแฟนๆ บ่อยครั้งว่า เวลาไหนมีความสุขก็ไปเลย ไปทำอะไรที่มีความสุขเลย แต่ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่าไม่ดี มาหาผม เดี๋ยวผมทำให้มีความสุขเอง มันแค่นั้นเลย บางวันที่ผมรู้สึกว่าผมดาวน์ หรือว่ารู้สึกเบื่อๆ เจอแฟนๆ ผมก็มีความสุขนะ พอเรารู้แล้วว่าความสุขของเราอยู่ที่ไหน เราก็แค่แลกเปลี่ยนกัน” 
พีเจกล่าวเสริมนิวว่า
“ผมพึ่งนึกได้จากคำที่พี่นิวบอกว่า บางวันรู้สึกไม่ดี แต่ว่าต้องทำงาน พอมาเจอแฟนคลับชวนเราเล่น ชวนเราคุย หรือว่าเห็นเขามอบความรักให้เรา ก็รู้สึกว่ามันก็หายเหนื่อยจริงๆนะ ลืมโมเมนต์ที่ไม่สบายใจหรือว่าเศร้าตอนนั้นได้เลย เหมือนเราได้พลังงานความสุขจากเขาจริงๆ”
เช่นเดียวกับเลออนเขากล่าวว่ามันคือรักไม่มีเงื่อนไขมากกว่าจะเป็นรักแบบ Give and Take
“สำหรับผมมันคือรักแบบไม่มีเงื่อนไข การที่เราได้เจอคนที่เรารัก หรือว่าคนที่เรารู้ว่าเขารักเรา มันทำให้เรามีความสุขทั้งสองฝ่าย เรื่องการ Give and Take ผมว่าไม่ได้มีใครมองเรื่องนี้ขนาดนั้นในความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับ เขามาซัพพอร์ตเรา เราก็รับรู้ สิ่งที่เรามอบคืนมันไม่ได้ต้องฝืนอะไร มันคือการสร้างรอยยิ้มให้เขา เพอร์ฟอร์แมนซ์ให้ดี ซ้อมให้ดี ออกไปร่าเริง ซึ่งผมรู้สึกว่าทุกอย่างมันอัตโนมัติอยู่แล้ว
“แต่อีกอย่างที่ผมชอบคือ เวลาศิลปินมาพิมพ์คุยในบรอดแคสต์ ในไอจี เวลาเราพิมพ์อะไรลงไป ได้กินข้าวแล้วนะ ทุกคนเป็นไงบ้าง แล้วเขาพิมพ์ตอบมาว่าสบายดีนะ ทำงานเหนื่อยมากเลย แต่ว่าได้กำลังใจแล้ว มันก็ทำให้เรามีความสุขเหมือนกัน กับการที่เรารู้ว่าได้มอบความสุขให้คนอื่น” น้องเล็กทิ้งท้าย
สำหรับใครที่พึ่งรู้จัก GELBOYS จะเข้ามาติ่งพวกเขาตอนนี้ก็ยังไม่สาย และไม่ว่าคุณจะปักเมนไป๊ป นิว พีเจ หรือเลออน ก็อย่าลืมรับชม iQIYIOriginal ‘GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน’ เวอร์ชัน UNCUT ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 23:00 น. บนแอปพลิเคชัน iQIYI และเว็บไซต์ iQ.com




