บริเวณแยกจักรพรรดิพงษ์ ย่านนางเลิ้ง มีร้านเครื่องดื่มร้านหนึ่งชื่อ Ssoundnamm (ซาวน์ น้ำ) เปิดต้อนรับผู้คนตั้งแต่ 9 โมงเช้า มองภายนอกอาจเหมือนคาเฟ่ธรรมดา แต่หากผลักประตูไม้ตกแต่งด้วยฆ้องวงเข้ามา จะได้ยินเสียงเพลงลูกกรุงและลูกทุ่งยุคเก่าลอยเข้าหู ช่วยชูโรงร้านให้มีชีวิตชีวา

เมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หวาย พลางสอดสายตาทำความรู้จักกับแผ่นไวนิลและเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งวางโชว์อยู่หน้าบาร์ จะค้นพบว่า บรรยากาศของที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนเลย

Ssoundnamm ถูกนิยามว่าเป็นคอมมูนิตี้ที่ขายทั้งเสียงและเครื่องดื่ม เพราะนอกจากการดื่มลิ้มชิมรสกาแฟ อิ่มใจกับเสียงเพลงไทยสมัยเก่าจากแผ่นไวนิล ลูกค้ายังได้สัมผัสองค์ประกอบของท้องถิ่นไทย และรับประสบการณ์บางอย่างกลับบ้านไปด้วย

โดย เงิน-ณพวุฒิ จุลไสย และอาย-รวิสรา ตั้งจิตรัตน์ คู่รักเจ้าของกิจการ ส่งต่อความหลงใหลในเพลงไทยยุคเก่า เล่าความตั้งใจในการทำร้าน พร้อมแบ่งปันเพลย์ลิสต์เพลงให้เราลองเปิดฟังตาม

ถึงเวลาเปิดร้านโชว์ของสะสม

เงินกับอายเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเปิดร้าน Ssoundnamm ว่ามาจากบรรดาแผ่นเสียงไวนิลที่ช่วยกันเสาะหาและสะสมเอาไว้จำนวนมาก จึงเกิดไอเดียที่อยากแบ่งปันเสียงเพลงให้กับคนอื่นบ้าง

“เราสะสมเทปและแผ่นเสียง ส่วนใหญ่เป็นแผ่นเสียงไทย เราก็คุยกันว่า วันหนึ่งควรให้คนอื่นเห็นได้แล้ว เพราะของเยอะพอสมควร แล้วปกติอายทำเครื่องดื่มดื่มเอง เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นร้านเล็กๆ” เงินเล่า

อายเสนอชื่อร้าน Ssoundnamm โดยคำว่า Sound แปลว่าเสียง และ Nam คือน้ำ ซึ่งสอดรับกับคอนเซปต์ของร้านที่ขายทั้งเสียงเพลงและเครื่องดื่ม และคำต้นอย่าง Sound ก็น่าจะทำให้คนต่างชาติเข้าใจได้ว่า ร้านนี้มีองค์ประกอบสำคัญคือเสียงเพลง แล้วเมื่อถามว่าทำไมต้อง ‘Ss’ เงินตอบว่าวิชวลของคำเหมือนการสั่นของเสียง และอีกเหตุผลหนึ่ง เป็นเหตุผลทางเลขศาสตร์ของตัวอักษรที่เขาสนใจ

“อยากให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้” อายกล่าว

ในขณะเดียวกันเงินขยายว่า ร้านนี้เป็นเหมือน ‘Common Ground เชื่อมโยงคนทุกรุ่น’ เพราะการเปิดแผ่นเสียง คือมรดกตกทอดยุคสู่ยุค จากรุ่นพ่อแม่ส่งมาถึงมือคนรุ่นลูก

“ตรงนี้เป็นจุดหลอมรวมที่เอาดนตรีเป็นศูนย์กลาง ทำให้คนได้รู้จักกันมากขึ้น ได้รู้จักความเก๋ในยุคของคุณพ่อคุณแม่ ได้รู้ว่าสมัยก่อน เพลงยุคคุณพ่อคุณแม่เท่นะ แล้วสมัยนี้รุ่นลูกยังฟังอยู่ แล้วคนรุ่นใหม่ก็อินกับการเปิดเพลงแบบดีเจ” เงินกล่าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่แห่งนี้ถูกใจคนทุกรุ่น ทั้ง Baby Boomer ผู้คลุกคลีกับแผ่นเสียง หรือคน Gen X ที่คุ้นเคยกับการฟังเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุงผ่านวิทยุโทรทัศน์ และกลุ่ม Gen Y กับ Gen Z ที่หลงใหลในวัฒนธรรมดีเจ

และเมื่อถามว่าทำไมเลือกย่านเก่าแก่อย่างนางเลิ้งเป็นสถานที่ตั้งคอมมูนิตี้ใหม่ เงินกับอายตอบว่า เป็นย่านที่ทั้งคู่ชอบและแวะเวียนมาบ่อยครั้ง

“เรามากันบ่อยแล้วติดใจ พอติดใจเราก็เริ่มศึกษา นางเลิ้งเป็นย่านที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับหนังสือ กองบรรณาธิการ ตรงนี้มีความหลากหลายในเรื่องธุรกิจครีเอทีฟตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตามริมถนนยังมีที่ขายหนังสือ บางเล่มเป็นหนังสือจากยุคเก่า เรา 2 คนเลยชอบย่านนี้” เงินตอบ

เขาเสริมว่า นอกจากลูกค้าที่เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก หรือชาวต่างชาติที่ตามมาฟังแผ่นเสียง บางวันมีคุณลุง คุณตา แวะเวียนมานั่งที่ร้าน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต

เสน่ห์เพลงเก่า เนื้อหาแสบจี๊ด ดนตรีสุดจ๊าบ  

ของฝากจากบ้านนอก-สุนารี ราชสีมา, 

คนกรุงเทพฯ-ศรีไศล สุชาตวุฒิ, 

ฉันกับวันนี้The Hot Pepper Singers

ลำแพนมอเตอร์ไซค์ทำแสบ-ขวัญตา ฟ้าสว่าง 

และ Sir Duke-สุดา ชื่นบาน

นี่คือเพลย์ลิสต์ 5 เพลงที่เงินและอายเลือกให้ผู้อ่านลองเปิดฟัง ซึ่งเพลงเหล่านี้สามารถค้นหาได้จาก YouTube

และเมื่อเริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับเพลงไทยยุคเก่าที่ทั้งคู่ชื่นชอบ เงินจึงเล่าถึงที่มาของท่วงทำนองเพลงลูกทุ่งให้ฟังก่อน

“สำหรับเพลงยุคก่อน มันเกิดจากการเลียนแบบขึ้นมา ทำเพลงจากการเอาเพลงอเมริกัน เพลงโซล ฟังก์ แจ๊ซ คนไทยยุคนั้นจะพยายามอย่างมากในการเล่นให้เหมือน พอเล่นแล้ว ด้วยความที่เขาต้องการสื่อสารเรื่องของเขาเอง เขาก็ใส่เนื้อหาความเป็นไทยลงไป แต่ว่ายังเป็นดนตรีอเมริกัน มันเลยเกิดความน่าสนใจ เพราะฝรั่งก็ฟังสนุก คนไทยก็เข้าใจ 

“เรื่องจังหวะต้องไว้ใจโปรดิวเซอร์ไทย มันเจ๋ง ยืนอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เลย ถ้าเปิดเพลงในแดนซ์ฮอลล์ แล้วคนต่างชาติเขาเต้นแน่นอนถ้าเพลงดี” เงินกล่าว

ถัดจากเพลงลูกทุ่งยุคเก่า เงินเล่าถึงแนวดนตรีหมอลำ ซึ่งเป็นอีกแนวที่เขาชอบ

“ช่วง ‘ทองมี มาลัย’ ครูแคนช่วงยุค 70s เขาเสียงหนาแล้วเขาออกได้หลายลูก มีความแพรวพราวในการทำหมอลำอย่างเดียว ผมใช้คำว่า ยังไม่เจอแกร้องเพลงไฮบริดที่ออกมาเป็นแนวลูกทุ่ง เพราะว่าส่วนใหญ่ คนที่เป็นหมอลำก็จะร้องเพลงภาษากลางด้วย ลูกทุ่งด้วย แต่เขาเป็นคนที่มีความหนักแน่นในการทำหมอลำ เราก็เริ่มอิน เริ่มมีสารตั้งต้นตรงนี้”

แม้อายกับเงินจะไม่ใช่คนอีสาน แต่ทั้งคู่อินไปกับเพลงหมอลำ และหลายเพลงก็เชื่อมโยงกับชีวิตของอาย โดยเฉพาะการทำงาน 

“เวลาไปบินต่างประเทศ อายเขาจะชอบฟังเพลงพื้นบ้านหน่อย แล้วแชร์เพลงบน Instagram บางทีก็เพลงเกี่ยวกับแอร์โฮสเตส เกี่ยวกับการใช้แรงงานอยู่ต่างประเทศ แล้วมันทำให้เกิดภาพที่น่าขำขันมากขึ้น” เงินกล่าวถึงคนรัก

“จริงๆ เราเรียนศิลปกรรมมา ก็จะมีเพื่อน LGBTQIA+ เยอะ จะอินเพลงลูกทุ่งอยู่แล้ว เป็นเพลงตลกๆ หรือแซวกัน แล้วพอมารู้จัก เงินเปิดโลกทัศน์การฟังเพลงมาก ก็ชอบอะไรแบบนั้น เวลาลง Instagram Story ก็จะโพสต์แต่เพลง มันมีเนื้อหาทุกอย่างที่เชื่อมโยงกับชีวิตเราได้หมดเลย” อายเล่า

เงินเสริมว่า เพลงหมอลำมีทั้งเรื่องเล่าของคนขับแท็กซี่ แม่ค้าส้มตำ คนขับรถสองแถว ไปจนถึงเนื้อหาที่สัมพันธ์กับช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือแม้แต่สถานการณ์น้ำมันแพง

แต่ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ บรรดาเพลงลูกทุ่งกับเพลงหมอลำไม่ได้อยู่ในความนิยมหลักของกลุ่มวัยรุ่นไทย แต่เมื่อไม่นานมานี้ เพลงที่ร้องด้วยภาษาถิ่นกลับได้รับความนิยมมากขึ้น

โดยอายเดาว่า อาจเป็นอิทธิพลจากแพลตฟอร์ม TikTok ที่ทำให้เพลงลูกทุ่งเก่าถูกเปิดฟังทั้งจากเด็กวัยรุ่นในเมืองและต่างจังหวัด

“คิดว่ามันแตกต่างจากเดิมเพราะ TikTok เดี๋ยวนี้น้อง Gen Z ก็รู้จักเพลงเก่าๆ ที่เคยฮิตสมัยก่อน บางเพลงสมัยก่อนอาจไม่ได้ฮิตเท่าปัจจุบัน ส่วนใหญ่เพลงที่แมส จะเป็นเพลงที่เขาเอามาเต้นกัน รู้สึกว่าภาพจำมันแตกต่างกัน จากเมื่อก่อนวัยรุ่นมองว่าลูกทุ่งเป็นอะไรที่แก่ หรือว่าต้องเป็นคนต่างจังหวัดที่จะชอบลูกทุ่ง แต่เดี๋ยวนี้หลากหลาย คนก็เปิดกว้าง มันมีเสน่ห์บางอย่างที่สมัยนี้ไม่มี คนสมัยก่อนแต่งเพลงเก๋มาก” เธอแบ่งปันความคิด

“คนยุคก่อน ถึงชีวิตเขาจะอยู่กันตามขนบ แต่เราคิดว่าคนยุคนั้นคงซ่าน่าดู พอเราฟังเพลง เรารู้สึกว่าเขาออกจากกรอบมาก” เงินเสริมเรื่องเนื้อหา

ดื่มน้ำดื่มท่า กวาดสายตาชมของโลคัลขณะฟังเพลง

ร้าน Ssoundnamm อาจไม่ได้มีเครื่องดื่มให้เลือกมากนัก แต่การันตีได้ว่า ทุกเมนูผ่านการคัดสรรคุณภาพมาอย่างดี โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟสเปเชียลจากท้องถิ่นไทย

“เราใช้เมล็ดกาแฟไทย รสชาติจะดื่มง่ายสำหรับทุกเพศทุกวัย” อายนำเสนอ

ในส่วนของมัทฉะ เครื่องดื่มยอดฮิตของ Gen Z อายนำเข้ามาเองจากประเทศญี่ปุ่น เพราะอีกบทบาทหนึ่ง เธอคือแอร์โฮสเตสที่ต้องบินข้ามฟ้าเป็นประจำ แน่นอนว่าผงมัทฉะของร้านจะสดใหม่ตลอดเวลา

นอกจากเครื่องดื่ม ยังมีขนมให้กินเล่น เป็นขนมปังซาวร์โด ข้าวคั่ว ดิปข้าวคั่ว กับแยมมัลเบอรี และเนยโฮมเมดที่ลงมือทำเอง

ความเป็นโลคัลไม่ได้สะท้อนออกมาผ่านกาแฟและขนมเท่านั้น เพราะการแต่งร้าน ตั้งแต่ประตูทางเข้า โต๊ะเก้าอี้ ไปจนถึงของตกแต่งอื่นๆ ล้วนมาจากท้องถิ่นไทย 

โดยเงินเล่าว่า อายเรียนจบเกี่ยวกับสิ่งทอจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคนไปหาผ้าขาวม้าจากโรงงาน ลายที่ชาวต่างชาติเห็นแล้วน่าจะนำไปต่อยอดได้

ด้านชีวิตการทำงานประจำของอายที่ต้องเดินทางไปหลายประเทศ ทำให้เธอได้ประสบพบเห็นโลกหลากมุม เมื่อมองย้อนกลับมายังท้องถิ่นไทยกับรากเหง้าของตนเอง ความรู้สึกบางอย่างก็เติบโตในใจเธอ

“พอเป็นแอร์โฮสเตส เลยรู้สึกสำนึกรักความเป็นไทย (หัวเราะ) เพราะว่าต่างประเทศไม่เหมือนบ้านเราเลย พอไปเจออะไรมามากมาย เราก็ได้เห็นว่า เอกลักษณ์ความเป็นไทยเป็นอย่างไร แก่นที่แท้จริง ผสมผสานกับศิลปะและวัฒนธรรม มันเลยออกมาเป็นร้านนี้ เพราะคาเฟ่แผ่นเสียงของต่างประเทศจะคล้ายกันหมดเลย เพลงแจ๊ซ บรรยากาศอึมครึม ผนังไม้ล้อมรอบ แล้วคนก็แต่งตัวหรูหรามานั่ง แต่ของเรา อยากทำให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ง่าย เป็นพื้นที่สบายๆ” อายกล่าว

ขณะเดียวกัน เงินกล่าวเสริมถึงความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าทุกเชื้อชาติได้สัมผัสอะไรไทยๆ

“ส่วนตัวเรามองว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมหรือตัวตนของเรานั้นสำคัญ เราเลือกแล้วว่า สิ่งที่นำมามอบให้ลูกค้า เป็นสากลพอที่เขาจะรับเอาไปสังเคราะห์หรือตกผลึกต่อได้ เพื่อที่จะดำรงไว้ซึ่งความเป็นตัวตนของเรา ซึ่งตรงนี้มันเป็นเมสเซจที่เรา 2 คนแอบหวังว่า อย่างน้อยขอเป็นส่วนหนึ่งที่มอบความสุขด้านความเป็นไทยให้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา” เงินกล่าวถึงความคาดหวังเล็กๆ ทิ้งท้าย 

เมื่อถามว่าอยากให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์อะไรกลับไปบ้าง 

“อาจเป็นการเปิดโลกทัศน์การฟังเพลงใหม่ๆ ที่ไม่เคยฟังมาก่อน เพราะบางเพลงไม่มีใน YouTube ลูกค้าหลายๆ คนก็จะถามเราว่า เปิดเพลงอะไร ศิลปินคนไหน มีลูกค้าหลายคนที่กลับไป แล้วมาใหม่เพราะอยากฟังเพลง” อายตอบทิ้งท้าย

Fact Box

  • ร้าน Ssoundnamm เปิดเวลา 9:00-18:00 น. (ปิดทุกวันพุธ)
  • เลขที่ 163 แยก ถ.จักรพรรดิพงษ์ วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.

Tags: , , ,