เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวในที่ประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลกับผู้ประกอบการ โดยระบุว่า สื่อต่างประเทศหลายแห่งเริ่มให้การยอมรับการจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ของกัมพูชามากขึ้น หลังรัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างขบวนการดังกล่าวมานานกว่า 5 เดือน

ผู้นำกัมพูชาระบุว่า สันติภาพและเสถียรภาพที่ประเทศมีมาตั้งแต่ปี 1998 เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมาตลอด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายหลัก 3 ประการ ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทย รวมถึงปัญหาสแกมเมอร์ ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายอย่างหนัก

รัฐบาลจึงยืนยันที่จะใช้มาตรการเด็ดขาดในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ เพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ แม้ว่ามาตรการดังกล่าวอาจกระทบกับกลุ่มทุนเทาภายในประเทศก็ตาม

และตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา สื่อต่างชาติเริ่มมองเห็นว่า ปัญหาสแกมเมอร์ไม่ใช่แค่ปัญหาของกัมพูชาเพียงประเทศเดียว แต่เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงไปถึงระดับนานาชาติ

“ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และสื่อต่างประเทศเริ่มให้การยอมรับแล้วว่า เราสามารถจัดการปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง

“ต่อไปนี้ ชาวต่างชาติจะไม่ต้องตั้งคำถามอีกต่อไปว่า กัมพูชาคือสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับการมาท่องเที่ยว หรือเสี่ยงจะถูกลักพาตัวหรือไม่ ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

ฮุน มาเนตยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พันธมิตรจากต่างประเทศจำนวนมากชื่นชมความพยายามในการใช้กฎหมายของกัมพูชา สนับสนุนให้กัมพูชาเป็นประเทศต้นแบบในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ และเสนอให้กัมพูชาเป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดประชุมระดับนานาชาติเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ทัช สุขะ (Touch Sokhak) โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา และสำนักข่าว Khmertimes เผยว่า ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐบาลดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์มากกว่า 1,332 คน รวมทั้งสิ้น 16 สัญชาติ

ปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 78 แห่งใน 12 จังหวัดของประเทศ นอกจากนี้ ทางการยังเรียกปรับเงินผู้ต้องหาอีกกว่า 49,143 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,635,500 บาท)

อนึ่ง ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเมียนมาและกัมพูชา ถูกใช้เป็นศูนย์กลางของฐานขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ ‘สแกมเมอร์’ และมักมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติจากจีน

มีเหยื่อที่ได้รับความเสียหายจากขบวนการดังกล่าวในเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก โดยรายงานขององค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ระบุว่า ในปี 2023 มีเหยื่อในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ถูกหลอกเงินไปมากถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.33 ล้านล้านบาท) และยังระบุว่า ความเสียหายจากทั่วทั้งโลกน่าจะมีมูลค่าสูงมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม กัมพูชายืนยันว่า รัฐบาลใช้มาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อปราบปรามสแกมเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งตัว เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Prince Group ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งใน ‘เจ้าของอาณาจักร’ สแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ทางการของจีน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

ที่มา:
https://www.khmertimeskh.com/501928853/pm-global-media-recognises-cambodias-anti-scam-crackdown/
https://www.khmertimeskh.com/501925726/more-than-1300-online-scam-suspects-arrested-in-early-june/
https://www.aljazeera.com/news/2025/9/8/us-sanctions-companies-and-individuals-behind-southeast-asian-scam-centers
https://www.khmertimeskh.com/501829165/cambodia-keeps-up-cyber-fraud-crackdown-in-2026/
 

Tags: , , , , , , ,