เหมียวซาช่าถึง​บีไอดา​

ลุงเหน่งแก​บอก​ให้พูดอะไร​หน่อย​กับ​ ‘เขียน’ ที่แก​อ่าน​ไปแล้ว​ ลุง​แกนี่ก็​แปลก​ เขียน​เอง​ไม่​เป็น​รึไง​ ถึง​จะ​มายืมเสียง​ฉัน​ที่​เป็นแมว​ต่าง​ชาติมารีวิวแทน​

ลืม​แนะนำ​ตัว​ ฉันชื่อ​ซาช่า​ อยู่กับเพื่อน​หญิงคน​ต่างชาติ​ในวัยเกษียณ​ (ฉันและเธอต่าง​ไม่ได้เป็นทาสหรือนาย​ใครแบบที่เราเรียกกันเกร่อไปแล้ว)​ และ​ใน​ต่างประเทศ​ ฉันฟังภาษาลุงหัวเหน่ง​ไม่รู้​เรื่อง​หรอก​ ไม่เคยออก​นอก​บ้าน​ข้ามชาติ​ข้ามแดน​แบบ​ลุงเหน่ง​ และ​แก​ก็หาเรื่อง​ให้ฉันเป็นร่างทรง​เพื่อ​พูดถึงงาน​ ‘เขียน’ ที่ฉันไม่​ประสา​สัก​คำ​

เริ่มเลยที่คำบ่นของแกตามสไตล์ลุงโล้นจอมบ่น​ขี้​รำคาญ​ แก​ว่า​แกไม่มีวัน​เขียน​ได้แบบที่เขียน​ใน​ ‘เขียน’ ว่า​ที่แกเขียนๆ​ ไป ​และ​ที่กำลัง​ยืม​ร่าง​ฉันเขียน​เนี่ยนะ ​มัน​ไม่​มี​วัน​ขึ้น​แท่น​ขึ้น​พาน​อะไร​กะ​เขาหรอก​ แก​บอก​แก​รำคาญกับ​งาน​รางวัล​ทุกแบบ​ จะสายวรรณกรรม​หรือบันเทิง​ก็เถอะ​ งาน​รางวัล​กองเป็นหลาย​เล่ม​ที่​ห้อง​ คน​อื่น​ให้​มา​ก็​กอง​อยู่ชั่ว​นาตาปี​ หนังรางวัลคานส์หรือออสการ์​ก็ค้าง​ไว้ดูคราวหน้า​จนน่า​จะเต็มหน่วย​ความจำ​ในคอมพิวเตอร์​

และ​ประสบการณ์​การ​เป็น​กรรมการ​ประกวดอะไร​เทือกนี้​ทาง​ด้าน​ศิลปะ​ก็ทำให้​บอก​ตัวเอง​ว่า​ไม่เอา​อีกแล้ว​ คงจะอารมณ์​แบบเดียวกะตอนตัดสินรางวัล​พานแว่นอะไรนั่น​

แก​ไม่เคย​ตามหรอกว่า​ใคร​จะได้​โนเบล​ ซีไรต์ ที่ 1 งาน​ศิลปกรรม​แห่ง​ชาติ​ มิสเวิลด์​ มิสไทยแลนด์​ ดีไม่ดี​แก​จำลำดับ​ผู้นำ​รัฐบาลไม่ได้​เลย​ด้วยซ้ำ​ หากแกจะพลาด​อะไร​กับ​พานเพินนั่น​ก็ช่าง​เถอะ​ ถือ​ซะว่า​ลุง​แกอยู่​หลัง​เขา​ละกัน

ลุงแก​ฝาก​ถามว่า​ หรือ​เพราะ​เรา​เอาแต่ใจตัวเอง​ไปนะ​ หรือ​เรา​จะ​นอกคอก​เกินตัว​จน​ไม่อาจ​ยอมให้กับ​มาตรฐานฉันทลักษณ์ที่​ดัน​จะ​วัด​ความ​หลากหลาย​ และ​หรือ​ไอ้​ความหลากหลาย​นี้​กระมัง​ที่​เทียบ​วัด​กะ​อะไร​ลำบาก​ อะไร​ที่​นอก​ลู่เลย​น่า​พิศวงมากกว่า​อะไร​ที่​ขึ้นพาน​มีที่ทาง​ไปแล้ว​ (นะค่ะ)​

ลุงใช้คำที่เหมียวขนดำอย่าง​ฉันตาม​ไม่ทันอย่าง ‘ฉันทลักษณ์’ แปลว่าอะไร​ง่ะ แล้ว​ฉันก็ไม่คิด​ว่า ‘นะค่ะ​’ จะเกิดเนื่องมาจาก​การสะกด​ผิด​ แหม ก็ในเมื่อ​ข้อเขียน​ประกวด​เหล่านั้น​จาก​ประชาชน​มีปนคำ​พูดคำเขียน​ และ​การ​พูดไม่ได้​วัด​ด้วย​ ‘ฉันทลักษณ์’ ใดเป็นมั่นเหมาะ​ ใคร​จะรู้ว่า​เขาถอดเสียง​พูดออกมา​เพราะ​เขาอาจ​มีสำเนียง​แบบ​นั้น​ มี​สำเนียง​ท้องถิ่น​ สำเนียง​เฉพาะ​ ก็ทีบียังปนน้ำเสียง​พูดใน​ ‘เขียน’ เขียน​ ‘สัก’ ตามการ​ออกเสียง​ว่า​ ‘ซัก’ แบบเดียวกะซักผ้า​ ซักรีด​ ลุง​แก​เลย​ไม่ได้​ตะขิดตะขวง​กะ​ (นะค่ะ)​

แต่แก​แอบ​เมาท์ว่า​ ถ้าเป็นงานเขียน​นักศึกษา​แก​ด่าเช็ด… ลุง​แกวัยทอง​ก็งี้แหละ​

แถมบอกอีก​ว่า​ งานการบ้าน​นักศึกษาที่​คะแนน​สูงสุด​อาจ​ไม่ใช่งาน​ที่​แก​ชอบมาก​ที่สุด​ เป็นคะแนน​ท็อป​เนื่อง​ใน​เกณฑ์​ หลาย​ครั้ง​งาน​คะแนนกลางๆ​ ก็มี​สีสันเสียมากกว่า​ แค่​ว่า​วาระ​ไม่เอื้อ

เออ​ อีลุงไทยหัวเหน่งนี่​ก็เพี้ยนนะ​ (แก​บอกว่า​ไม่ได้แอบด่า​บีทางอ้อมนะ)​ ถ้ามีขนดำบนหัวซักหน่อย​แบบ​ฉัน​ แก​อาจ​หาย​เพี้ยน​มั้ง​ ​(ค่ะ)​

แก​เลย​พลอย​รำคาญบรรดา​งาน​วิชาการไทย​ไปโดยปริยาย​หรือ​เป็นทุนเดิม​ ลุงบ่นๆๆๆ​ กับ​งาน​เขียนประเภทที่อ่าน​มาเยอะ​ และทำได้​แต่​เอา​มาตัด​ต่อ​บอก​ต่อ​ นั่น​หนึ่ง​ละ​ อีกหนึ่ง​คือ​ดร็อปเนม​ยักษ์​และ​ไม่​ยักษ์​ ส่วนคน​ดร็อปตัดต่อ​ก็กลายเป็นมด​ตัว​กระจ้อย​แบก​รับ​น้ำหนักวิชาการ​ของ​คนอื่น​ไว้​เต็มบ่า​ 

ยังไม่​นับ​รวม​พวก​แบบ​ฟอร์มแข็ง​โป๊กของ​งานวิจัย​ที่​ต้องแจง​ ‘หลัก​การ​และ​เหตุผล’ ก็บาง​ที​หรือ​หลาย​ที​เรา​​แค่​สนใจ​อยาก​ค้น​ อยากสำรวจ​แบบ​ไม่​มี​เกณฑ์กำกับ​ ไร้​หลัก​ไร้​การ​ ไร้เหตุไร้​ผล​ ไม่​ได้​อยาก​ตลบตะแลง​แจง​​ที่มา​ ​อุปโลกน์​คุณประโยชน์​ล้าน​พัน​แปด​ วิชาการไทย​มันจึงกระด้าง​ ไปไม่ถึงปรัชญา​ของการศึกษาที่ต้องปลดเปลื้องอัตบุคคล​จาก​พันธนาการ​ วิชาการ​ไทย​กลับ​นำไปล่ามโซ่ติด​ตรวนที่​บังคับ​ให้​ต้อง​ลาก​ไปด้วย​

บี​ปล่อย​แกพล่าม​ได้อีก​นาน​กับ​อะไร​เทือก​นี้​ ที่แก​ลาก​จาก​ไวยากรณ์​หรือ​ ‘ฉันทลักษณ์’ จน​ถึง​วิชาการ​ไทย​ คือ​จะ​บอกว่า​แก​ถูกจริต​กับ​เนื้อ​ความ​ท่อน​หนึ่ง​ของ ‘ป้า​ริตต้า’ (ชื่อ​เริ่ด​มาก​ค่ะ) ​ที่​บี​ยก​มา​ว่า​

 “การ​เรียน​ใน​ระบบ​อาจ​ทำให้​หงิก​ง่อย​ไปเลย​ก็​ได้​ (ดู​ได้​จาก​ Proposals งานวิจัย​และ​รายงาน​การวิจัย​ทั้ง​หลาย)​” (ลุงแก​ขอไม่อ้างเลข​หน้า​นะ​ แก​รำคาญ​ จะว่า​แกโมเมมโนขึ้น​มา​เอง​ก็​ตาม​สะดวกตามใจ)​

ลุงนึก​ถึง​คำพูดครั้ง​หนึ่ง​ของ​บีเอง​ที่​ว่า ​มหาลัยชั้น​นำ​บาง​แห่ง​ (ลุง​หน้าเหยเก​ทุกที​เวลา​ได้​ยินคำว่า ‘ชั้นนำ’ ที่เรา​ชอบเอามาปาวๆ​ ขายของ)​ สามารถ​ทำคนฉลาด​ให้เป็น​คนโง่​ได้​

อ้าว! บี​จ๋าบี​ นั่น​แห​ละ​กระ​มัง ความ​หมาย​ของ​ชั้น​นำ​ นำร่องเรื่อง​ตรงข้าม​กับ​หลัก​ปฏิบัติ​ แทนที่จะ​สร้าง​คนให้​คิด​เป็น​ เขา​ต้องสอน​ไวยากรณ์​ให้ท่อง​จำ​ คือ​สอนกลับ​ด้าน​ไง​ รู้จัก​ไหม​ Dialectics​ คิด​ย้อน​คิด​แย้ง​

อกอีแป้น​แตก​ ซาช่าเผลอ​หลับ​ไปนิด ​ปล่อย​ลุงเหน่ง​พล่ามบ่น​ออก​ทะเล​ไปแล้ว​ นั่น​ ​แกดร็อปคำอะไร​ออกมาอีก​ อย่า​มาอวดภูมิเลยลุง​ ดูไม่ ‘ชั้นนำ’ หรอก​ กระจอก​จะตาย​ชัก​ ลุงเอ้ย​ หัด​เจียมตัว​ เจียม​กะลาหัว​บ้างนะ​

แต่​ที่​ลุง​แก​กรี๊ดจน​สาว​แตก​ใน​วัย​ปูนนั้น​แล้ว​คือ ​เนื้อ​ความ​ที่​โควตมาจาก​ ‘สมุด​แม่’ ของ​ป้า​ริตต้า​ ต้อง​บอก​ว่า ​ลุงได้ยิน​ได้​ฟัง​หนังสือ​งานศพ​เล่ม​นี้​มา​นาน​แล้ว​ แต่​ไม่​มี​ให้อ่าน​ พอ​บี​ยก​มา​อ้าง​ถึง​ แล้ว​ยัง​เป็นท่อน​โดนจริต​ลุง​โล้นเข้าไป​อีก​ โอ๊ยยยย​ บีเอ๋ย​ ลุง​แก​ครึ้มใจ​จนขนแทบ​งอกบนหัว​ ก็ยัง​เป็นเรื่องการศึกษาน่ะ​แหละค่ะ​

แต่​เบรก​นิด​ ซาช่า​เป็นเหมียวผู้นะคับ​ ลุง​แก​น่าจะ​เห็นในเมลของเพื่อน​ซาช่า​ เขา​ใช้​ Le​ ไม่ได้​ใช้ La อ่าน​ฝรั่งเศส​ออกไหม​ลุง​ อย่า​มามั่วนิ่มให้ผมเป็นอีกเพศ​ แต่​ก็ตาม​ใจ​แก​ละกัน​ เดี๋ยว​โดนบ่น​อีก​

ท่อนนั้นของ​ป้าริตต้าพูดถึง​การ​ศึกษาที่​กลับ​ไม่ส่ง​เสริมให้​ลูกสาว​คุยกับแม่โดยไม่มีปากเสียง​ เป็นทั้ง​ความในใจ​ คำ​สารภาพ​ คำวิพากษ์​ ​ป้าบอก​ ​

“คนที่​อยู่​ใน​หัวใจ​ข้าพเจ้า​อย่าง​แม่​กลับ​ไม่ได้​อานิสงส์​จาก​ความ​รู้เหล่านี้​ ตรงกัน​ข้าม​ ความ​มี​ทิฐิ​บวก​กับ​ความ​อหังการของ​คน​ที่​ถูกฝึก​ฝน​มา​จาก​การ​ศึกษา​ขั้น​สูง​ให้​มี​ความ​เชื่อมั่น​ใน​ความคิด​ของ​ตัวเอง​ กลับใช้​สิ่ง​เหล่านี้ทำร้าย​จิตใจ​คน​ที่​รัก​ข้าพเจ้า​ที่​สุด​ และ​ข้าพเจ้า​ก็​รัก​ที่สุด​ได้​อย่าง​น่า​เศร้า​ที่สุด​”

คำ​สารภาพ​รัก​มัก​มาทีหลัง​เสมอ​ เพราะ​ใน​ห้วง​ของ​การ​เป็น​อยู่​ คำ​เหล่านั้น​กลับ​เป็น​สิ่ง​ฟุ่มเฟือย​จนเรา​ออม​เก็บไว้ใช้​ภาย​หลัง​ มัก​เป็นแบบ​นี้​บ่อย​ครั้ง​ และ​สิ่ง​ที่เรา​ต่าง​ปลดเปลื้อง​มันออกมา​อย่าง​ไม่​บันยะบันยัง​ กลับคือความรู้​จาก​การศึกษา​ที่​กลบทุก​อย่าง​ กระทั่งเลือน​คำ​มนุษย์​ไป​

หรือ​ก็เพราะเนื่อง​ใน​ความ​เป็น​คนอีก​เช่นกัน​ ที่เรา​ชำระ​สรรพสิ่ง​ได้​ไม่เกลี้ยง​ ไม่ว่า​จ​ะในระลอก​นี้​หรือ​ระลอก​ไหน​ (แอบ​กระซิบ​บอก​บี​ ลุง​แก​มีอาการไม่​สำเร็จ​รูป​แบบ​นี้​เป็นครั้งคราว​ อย่า​ถือสา​นะ​ฮะ​ ไม่ต้อง​ควาน​หาคำอธิบาย​จิตวิทยา​สะดวก​ซื้อ​ที่ไหน)​

ปม​ระหว่าง​ป้า​ริตต้า อดีต​นัก​มานุษยวิทยา​และ​ผู้บังเกิด​เกล้า​ เหมือน​จะ​ล้อ​ไป​กับ​เงื่อนระหว่าง​ชีวิต​จริง​กับภาคสนาม​ ชีวิต​จริง​ไม่​ใช่​ภาค​สนาม​ ภาคสนาม​คือ​พื้นที่​จำลอง​ของ​การ​สมมติ​บทบาท​ชั่วคราว​ขึ้น​มา​ ประกอบท่าที​กิริยามารยาท​ผสมกาลเทศะ ​เพื่อ​ผล​เชิงข้อมูล​หรือ​สายการ​โยงใย​อะไรก็แล้วแต่​ มีความ​เกรงใจ​ใน​นั้น​ มี​การ​รั้งไม่​ให้ความรุนแรง​แสดงตัว​จน​ต้อง​จบ​การ​ลง​สนาม​กลางคัน​ แต่​ใน​ชีวิตจริง​ เรา​ไม่​เคอะเขิน​ที่จะ​ตรง​ไป​ตรง​มา​กับ​หลาก​เรื่อง​ ยิ่ง​เมื่อ​เป็นคนใกล้ชิด​ด้วย​แล้ว​ ต่อล้อต่อเถียง​ มีปากเสียง​ คือวิสัยของ​การอยู่ร่วมกัน​ จนกระทั่ง​กลายเป็น​แบบ​ที่เรา​มักได้​ยิน​ว่า​ คน​ใกล้ชิด​คือ​คนที่​เรา​ไม่ได้​รู้จัก​ดี​ที่สุด​ ความ​เป็นอื่น​มาจาก​คนใน​ครอบครัว​เดียวกัน​

พูด​อีก​อย่าง​ ใน​ชีวิต​จริง​มี​ภาคสนาม​ล่องหนที่​เรา​ต่าง​ลง​เล่น​วันแล้ววันเล่า​โดยอาจ​ไม่​สะกิดใจ​ เป็น​ภาค​สนามกำมะลอ​ แต่​คลอไปกับชีวิต​จริง​ อะไร​ที่การศึกษา​ขจัดออก​หรือกลบเกลื่อนใน​ภาคสนาม​นอก​ครัวเรือน​ จะ​หวน​คืน​มาอย่างชอบธรรม​ กับสมาชิก​ในครอบครัว​ กับ​บุพการี​ และกับผู้​บังเกิด​เกล้า​

‘ทิฐิ​บวก​กับ​ความ​อหังการ’ ที่​ดัน​พ่วง​มา​กับ​การ​ศึกษา จึง​ร่วมกัน​แฉความ​น่า​อดสู​แต่​จริง​ของ​การศึกษานั้น​เอง​ การศึกษา​ไม่ช่วย​สมาน​ กลับ​สร้าง​ความ​ร้าวฉาน​แตกหักขึ้น​มา​

บีฮะ​ ตาลุงอาการไม่​สำเร็จ​รูป​ชัก​กำเริบ​หนัก​ แก​จะ​ไป​ยุ่มย่าม​เรื่อง​แม่​ลูก​เขา​ทำไม​ ในฐานะ​อะไร​ คง​ไม่ใช่​ ‘ใน​ฐานะนัก​มานุษยวิทยา’ แบบ​ที่บีกังขา​ในเล่มนะ​ ซาช่า​ขอ​บอก​ว่า​ ใน​ฐานะ​ลุง​เหน่ง​ที่​ไม่ค่อย​เป็นมนุษย์​มนากะเขา​ แก​คงอยากเป็นเหมียวขนดำ​มั้งค่ะ…

ลุง​พล่าม​ต่อ​ ดังนั้น​ ‘อานิสงส์​จาก​ความ​รู้’ จึง​หา​ใช่​กรรม​ดี​เสมอไป​ แต่คือ​ยาขมบ่ม​ด้วย​ยาพิษ​ สร้าง​ความ​แปลก​แยก​ห่าง​เหิน​ขึ้น​มา​ ลุง​บอก​ว่า ​แก​เขียน​วิพากษ์งานเขียน​ทำนอง​เรื่อง​เล่า​เคล้า​มุม​วิเคราะห์​ของ​นัก​สังคมวิทยา​ชาย​ฝรั่งเศส​คน​หนึ่ง​ นัก​วิชาการคนนี้​เล่า​การ​กลับ​บ้าน​ไปหา​แม่​หลังจาก​พ่อตาย​ และ​หลังตัด​ขาด​จาก​ครอบครัว​ไป​นาน​แล้ว​หลาย​สิบ​ปี​ ครอบครัว​ชนชั้นกรรมาชีพ​ แต่​เมื่อ​ตน​เรียน​มาก​ขึ้น​สูงขึ้น​ จึง​เห็นว่า​คุยกัน​ไม่รู้​เรื่อง​​อีกต่อไป​ ทั้ง​ในการ​มอง​โลก​ ความรู้สึก​นึกคิด​ และอื่น​ๆ​ จน​ต้อง​ยุติ​วง​จร​การ​ผลิต​ซ้ำ​ทาง​สังคม​ที่จะ​เกิด​ขึ้น​ การศึกษา​จึง​ไม่ได้​ไฮโซเพราะ​ปรัชญา​เบื้องต้น​ การศึกษา​กลับ​ทำให้​ตน​และ​ครอบครัว​แปลกแยก​ต่อกัน​ สร้าง​ชนชั้น​ขึ้น​มา​

ลุง​วก​มาบ่นกระปอดกระ​แปด​อีก​แล้ว​ว่า ​บทความ​นั้น​เขียน​จวน​จบ​แล้ว​ แต่​ไม่รู้​ที่​ลง​ คง​ต้อง​ดองเค็มจน​ขึ้น​ขี้​เกลือ​ เพราะ​จะลงเว็บก็เกรงไม่​อิน​เทรน​ด์เท่าเรื่องขนมปัง​แบรนด์ใหม่​ ดนตรี​วงเท่​ เสื้อผ้า​ฮิปๆ​ หรือ​สุดโต่ง​ไปเลย ​เวลา​มีระเบิดมีสงคราม​ มีประท้วง​ หายนะ​ธรรมชาติ​ บทความลุงแก​จะเป็นคอลัมน์เอาไว้ให้พอมี เดี๋ยวจะทำ​แบบศรีดาว​เรืองที่​บี​เล่า​มาซะเลย​ คือทำแจก​อ่าน​กันเอง​ แต่​ใคร​จะ​อยาก​อ่าน​บ้าง​หนอ​ ขี้​บ่น​ปานนี้​ แถมมีดองเค็มเป็นกุรุส

คน​อ่าน​ทดลอง​คนแรก​ที่ลองแบบ​สุ่มสี่​สุ่ม​ห้า​ คือ​แม่ตาลุง​น่ะแหละ​ บอก​แล้วว่า​ แก​มีอาการ​ไม่สำเร็จ​รูป​ ตา​ลุง​เอา​บทความ​เรื่อง​แดร์ริดา​ ที่แก​ดัดจริต​เขียน​ เอา​ไป​ลอง​ให้แม่​อ่าน​ แม่ตา​ลุง​การศึกษา​ไม่เกิน​ประถม​ อ่าน​ออก​เขียน​ได้​ก็นับ​ว่า​ประเสริฐแล้ว​ อ่าน​ไป 1 ​หน้า​ นาง​ก็วาง​ บอกว่า​ “ฝรั่ง​นี่​มันเก่ง​นะ”

ไงล่ะ ‘อานิสงส์​จาก​ความ​รู้’ ช่วย​ให้​บท​สนทนา​ไปไกลกว่า​นี้​ไหม​

และพอตาลุงดัด​จริต​จะ​วางกระ​ถาง​ต้นไม้​ข้าง​บ้าน​ แม่​บอก​มันไม่​โต​​หรอก​เพราะ​มัน​อับลม​ ลุง​ค้าน​ แต่​มัน​เอาต์ดอร์นะ​ และ​ฝืน​วาง​ตรงที่​ที่อยาก​วาง​

แคระแกร็นไปตามๆ ​กัน​ทุก​กระ​ถาง​…

เหอะ​ๆ​ ‘อานิสงส์​จาก​ความ​รู้’ คือ​ลุง​ผู้ดัดจริตเขียน​ปรัชญาตะวันตกให้​แม่​ลอง​อ่าน​ ดันทึ่มเสีย​ยิ่งกว่า​อะไร​

ซาช่าแอบขำ​และ​สะใจ​กับ​ความ​อวดรู้​ของ​แก​ การศึกษา​ไม่ได้​ช่วย​ให้​รู้​ทุก​เรื่อง​ ขุด​แซะร่อง​ความ​ห่าง​เหิน​ที่​กลบ​ถม​​ด้วยเพียง​การ​สนทนา​พูดคุย​เรื่อง​ทั่วไป​ เรื่อง​เป็น​และ​ไม่​เป็น​เรื่อง​ และ​กลบ​ถมด้วย​ปากเสียง​ที่​ตา​ลุง​จอม​บ่น​ไม่​อาจ​เลี่ยงพ้น​

นึก​ถึง​ฉาก​หนึ่ง​ใน​เรื่อง​เล่า​ทำนอง​อัต​ชีวประวัติ​จาก​นักเขียน​หนุ่ม​ใน​แวดวง​เดียว​กับ​นักสังคมวิทยา​นั้น​ เล่าเรื่อง​พ่อ​เหมือนกัน​ พ่อ​จาก​ชนชั้น​กรรมาชีพ​เหมือนกัน​ ย้อน​ไป​ตอน​วัยเด็ก​ เรียน​เรื่อง​กำแพงเบอร์ลิน​ เด็กชาย​ตื่นเต้น​ว่า​อะไร​แบบ​นี้​เคย​มี​ด้วย​เหรอ กลับบ้านมา​ลุกลี้ลุกลน​ไป​ถาม​พ่อ​ที่​ก็ตอบ​ได้แบบ​แหว่ง​วิ่นไม่​ได้​รูป​ได้​รอย​ร่อง​อะไร​

อีก​เรื่อง​จากนักเขียน​หญิง​โนเบล​ซะด้วย​ ลุง​เอ้ย​ เพิ่ง​บอกหมาดๆ ว่าไม่สน​งาน​โนเบล​ ไม่รู้​ละ​ มันบังเอิญพ้องกัน​พอดี​ นาง​เล่าเรื่อง​พ่อ​ตาย​ และ​ย้อนหลัง​ความ​เป็นมา​จาก​การเป็นคนขายของ​ชำ​ ต่าง​จาก​ลูกสาว​ที่​เรียนจนสอบครู​ได้​ ซ้ำ​ไป​แต่ง​กะ​คน​มีฐานะ​ ระดับ​ชั้น​ทางสังคม​ที่​สูงขึ้น​อาจ​ไม่ใช่​ปัญหา​ แต่เลี่ยง​ไม่ได้​ว่า​ระยะ​ห่าง​เกิดขึ้น​จริง​

เรื่อง​มีเอกลักษณ์​จาก​การ​ไม่​สร้าง​เอกลักษณ์​ทาง​ภาษา​ แค่เล่า​ตามที่​ประสบ​ เชื่อไหมลุงโล้นบ่อน้ำตา​ตื้น​ ฉากหลังงานศพพ่อ​ เมื่อ​ญาติ​คนหนึ่ง​ถามถึงเหตุการณ์วัยเด็กตอนพ่อ​ถีบจักรยาน​ไปส่งโรงเรียน ตบท้าย​ด้วย​คำถาม “เธอจำได้ไหม”

และลุงแก​ก็น้ำตาร่วงแบบไม่รู้​ตัว​ด้วย​คำถาม​ง่ายๆ นั้น​ “จำ​ได้​ไหม”

แล้ว​ถ้า​แก​ได้​อ่านบรรดา​งานหลุดพานที่บียกตัวอย่าง​มา​ แก​มิร้องไห้โฮเวลา​ที่เขาบรรยาย​อะไร​ปกติสามัญ​ออกมารึไง

ก็หนังสืองานศพ​พ่อ​ของเพื่อน​ร่วมงาน​ พ่อ​เป็นชาวบ้าน​ชาวไร่ชาวนาธรรมดา​ ลูกชาย​เขียน​แบบไม่ดราม่าไม่บิลด์​ เล่า​เรียบๆ​ ลุงน้ำตาไหลพราก​

โอ๊ยย​ ลุง​โล้น​ต่อมน้ำ​ตา​ตื้น​เท่า​ตา​ตุ่ม​ ต่อ​ให้​เป็น​หนัง​กา​โม​่แปลงร่าง​ อุลตร้า​แมน​ ก็อตซิลลา​ เงือก​น้อย​ แก​ก็ร้องโฮได้​เป็นวรรค​เป็นเวร​ อย่า​ไป​เอา​สาระ​อะไร​กะ​แก​ บอก​แล้ว​ว่า​ อาการไม่​สำเร็จ​รูป

คือ​แกก็ไม่ไฮเปอร์​เซนซิทีฟประเภทแดด​ออก​นิด​ก็ร้อน​จัด​ ลม​โชยหน่อย​ก็​สั่นสะท้าน​ โดนตินิด​ชม​หน่อย​ก็​หวั่นไหว​

และ​แก​ก็ไม่ร่ำไห้​เป็นเผาเต่า​กับ​เนื้อ​ความใน ‘เขียน’ นะ​ ตรงข้าม​เลยล่ะ แค่​ว่าบางที​เรา​ก็​ไม่ได้​ต้องการ​ไวยากรณ์ ​หรือ​ฉันทลักษณ์​อะไร​มากมาย ​เพียง​เพื่อให้​งานกระทบใจ

ลุงเลยชอบใจตอนบียก​เรื่อง​ที่​ศรีดาว​เรือง​เล่า​ไว้​ว่า สาละวน​เตรียม​สปีชสำหรับ​งาน​ที่​ต่างประเทศ​ แล้ว​ลง​เอยด้วยการถอด​ใจ​ “เลิก​คิด​มากได้​แล้ว​ยาย​เพิ้ง​เอ้ย! ไม่​ต้อง​เตรียม​อะไร​ให้​มากความ​หรอก​ ถึง​จะ​พูด​ไม่​เป็น​ที่​ประทับ​ใจ​คนฟัง​ก็​ช่าง​เถอะ​ เรา​ไม่ได้​เป็น​ตัวแทน​ของ​ใคร​สัก​หน่อย​ เราเป็นตัว​ของ​เรา​เอง​ เป็น​คน​บ้าน​นอก​ ถึง​จะ​ขาย​หน้า​ ก็​หน้า​ของ​เรา”

ได้​ใจ​ลุงแก​มาก​ถึง​มาก​สุด​ แก​นึก​ไป​ถึง​งาน​ทอล์ก​งาน​หนึ่ง​ ทุกคน​ฉะฉานชัดถ้อยชัดคำเจื้อยแจ้วราว​นักการเมือง​จน​ลุง​เซ็ง เพราะ​ก็ฟังดูเก่งกาจฉลาด​กัน​ไปหมด​ ยก​เว้น​คน​เดียว​ที่​กลับ​ตรึง​ความ​สนใจ​ลุงโล้น​ วิทยากร​คน​นั้น​ตะกุกตะกัก​ตลอด​ทุก​ประโยค​ แต่​ฟัง​แล้ว​ดูจะ​มีกึ๋นกว่า​ใคร​ๆ​ คือ​ไม่สักแต่พ่นน้ำลาย​เป็นคุ้งเป็นแควท่วมนองเวที​

ลุง​แอบ​เปรย​แกม​บ่น​ว่า​ ไอ้ที่​เจ๊าะแจ๊ะต่อย​หอย​แบบ​นั้น​ควร​ไป​สมัคร​เป็น​พิธีกรข่าว​ทีวี​ที่​สามารถ​แปลงเรื่อง​ 3 ​วินาที​ให้เป็น​ 3 ​หรือ​ 10 ​นาที​ได้​อย่าง​น่า​อัศจรรย์​ ประเภท​แมวหิว​ หมาเห่า​ดัง​ ฝนตกเกิน​มา​ 1 ​หยด​ ป้าย​รถเมล์​เบี้ยว​ และ​อีก​จิปาถะ​ที่​ยืดยาว​ราว​โลก​จะแตก​

อีก​งาน​หนึ่ง​ สัมมนา​ผลงาน​ของ​ศิลปิน​หญิง​ไทย​ เจ้า​ตัว​ร่วม​ฟัง​วิทยา​กร​หญิง​บน​เวที​พูดไป​เกิด​เทคโนโลยี​ขัดข้อง​ ถูกแทรก​เพื่อ​ปรับ​แก้​ระบบ​ เป็นที่​ชอบอกชอบใจ​ของ​ศิลปิน ​เพราะ​มัน​ดูจริงยิ่งกว่า​สัมมนา​แข็งๆ​

‘เขียน’ เข้า​ข่าย​ทำนอง​นี้​ รู้สึก​เหมือน​คนเขียน​อยู่ตรงหน้า​ พูดได้​เนียน​ ละเมียด​ จี๊ดเจ็บ​เป็นบาง​จุด​ ที่สำคัญคือ​มีอารมณ์​ขัน​ ลุงแก​อมยิ้ม​หลาย​ตอน​ โดยเฉพาะ​ตอน​อ้าง​ศรี​ดาว​เรือง​มาอีก​ (ยังงี้​ใคร​กัน​ที่​ทำให้​อารมณ์​ดี​ คน​เขียน​หรือ​คน​เลือก ยกยอด​เป็นอานิสงส์แฝดละกัน​)​ เมื่อ​เอ่ยถึง​การ​เตรียม​ตัวไป​ต่างแดน​เป็น​ครั้ง​แรก​ และ​ผองคนรู้จัก​ซึ่ง​เป็น​ชาว​บ้าน​ทั่ว​ไป​บอก​ให้​ซื้อ​จอบเสียม​มาด้วย เพราะจอบ​เสียม​ฝรั่ง​ไม่ขึ้นสนิม​ ไม่ได้​ฮาหรอก​ แต่​น่ารักออก​กับ​คำ​บอก​

อ่าน​แล้ว​ยิ้ม​ (ทำให้​แก​หยุด​บ่น​ไป​บ้าง…)​ แก​พลอย​นึก​ถึง​พ่อแม่​ตอน​แก​ไปต่างแดน​ครั้ง​แรก​ใน​ชีวิต​ พ่อ​บอก​ให้​เอา​ผ้า​ห่ม​ไปด้วย​ ส่วน​แม่​และ​เพื่อน​บ้าน​ช่วยกัน​โขลกพริก​ให้​เอา​ไป​กิน​ ละอ่อน​ลุง​ตอน​นั้น​ดื้อไม่​เอา​ไป​สัก​อย่าง​

แล้ว​เป็นไง​ล่ะ​ ปี​นั้น​หิมะ​ตก​หนัก​กว่าปีไหน​ๆ​ ลุง​มา​ตระหนัก​ภาย​หลัง​ว่า​ ของ 2 สิ่ง​ที่พ่อแม่​จะ​ให้เอา​ไปด้วย ​คือ​สัญญะของ​ความอุ่น​ร้อน​ที่ลุง​แกกลับ​มอง​ผิด​เป็นความ​ใสซื่อ​ไม่รู้​

สม​น้ำหน้า​อีตาลุง​แก​่​ เลย​ต้อง​สาป​ให้​หนาว​เหน็บปีแรก​นั้น​

บี​ว่า​ลุง​จะพ่วง​เรื่อง​แกไปกับ​ ‘เขียน’ อีก​นาน​ไหม​ ซาช่า​ชัก​รำคาญ​ แต่​แก​แก้​ตัว​ไปว่า​ ก็นี่แหละสัมฤทธิ์ผล​ของงาน​เขียน​หรือของ​เขียน เราอาจ​อ่าน​บางเรื่องผิดหูผิดตาแปลกแปร่ง​ความ​รู้สึก​ และ​เรา​อาจทาบ​ประสบการณ์​ส่วนตัว​เข้า​กับ​เรื่อง​ที่เรา​อ่าน​ ทั้ง 2 ​แบบเป็นไปได้​หมด​ คนอ่าน​อาจ​อยู่ใน​ระยะ​ใกล้ไกลยัง​ไง​นั้น​ มีปัจจัยผกผัน​เยอะ​

และที่​โดนตาลุงหัวโป๊งเหน่งอย่างสุดๆ​ คือ…

เดี๋ยวนะ​ฮะ​ ขอ​ซาช่าแก้​ตัว​ว่า ​ไม่ได้​ลามปาม​ลุง​แกที่​เรียก​แบบ​นั้น​ เป็นหญิงวิกลจริตคนหนึ่งที่เรียกแกแบบนั้น​ พอโดนถามว่า​ชอบใคร​ที่สุด​ที่นี่​ นาง​ตอบ​ “ชอบน้องอาร์ค​ ​(ที่ปัจจุบัน​ไปกำกับ​ซีรีส์วายเสียแล้ว)​ และอาจารย์​โป๊งเหน่ง​ (ที่ปัจจุบัน​ยัง​คง​บ่น​เช่น​เดิม)​” ลุงหัวเราะ​ชอบใจ นานๆ​ มีคนมาชอบมารัก​

และที่ทำลุง​อารมณ์​บรรเจิดใน​​เขียนคือ ประโยคลงท้ายคล้ายลายเซ็น​

“วรรณกรรม​และ​ประชาธิปไตย​ไม่ได้​มี​ไว้ประดับพาน”

น่าจะเอา​ไปออกข้อสอบให้อภิปราย​เลยล่ะ

แล้ว​ถ้าแถม​ประเด็น​ ผู้หญิง​เขียน​-ชนชั้น​-การศึกษา​-การ​ผลิต​ซ้ำ​ทาง​สังคม​ เหมือน​ที่​ปรากฏ​ใน​เขียน นักศึกษาคง​วาง​กระดาษ​คำตอบ​เปล่า​ไว้​บน​โต๊ะ​ ทำไม​ลุง​ไป​เยอะ​กะ​พวก​เขา​ แค่ร้องเพลง​ Golden ของวงเคป็อปเพื่อ​กวน​ประสาทนักศึกษา ต่าง​ก็​พากัน​อุดหู​ว่า “พอเถอะ​ค่ะ​ ขอ​หนู​ทำ​ข้อสอบ​จน​เสร็จ​เถอะ​ค่ะ”

แล้ว​เรา​จะอภิปราย​ประเด็น​ตบท้าย​ ‘เขียน’ ด้วย​ท่าที​ หรือ ‘ใน​ฐานะ’ อะไร​ดี​นะ​

ลุงโป๊ง​เหน่งแก​แหย่​บี​เพราะ​รู้ว่า​คำหลัง​คือคำ​ที่​นักมานุษยวิทยา​ชอบเอา​มา​ออก​ตัว อาจเพราะ​กลัว​ ‘เสีย​เซลฟ์’ หรือ​จาก​การ​ต้องมี ​’Reflexivity’ อะไร​นั่น​ ที่แปล​ไว้ว่า​ สะท้อนย้อน​คิด​หรือ​สะท้อนตัวตน

ลุงเลือก​ไม่​ถูก​ว่า​จะ​บ่อ​น้ำตาตื้น​จนตกใน​ หรือ​จะ​เส้น​จั๊กกะเดียม​หย่อน​จนต้อง​หุบ​ปาก​ไม่​หัวเราะ​

เหมือน​ที่บี​ว่า​คือ ​ไอ้​ประโยคออก​ตัว​แบบ​นั้น​มัน​โผล่มา​ใน​ทุก​แวด​วง​ และ​ใครๆ ​ก็​ Reflexive กัน​ได้​ (ตาลุงให้ซาช่าพูดภาษาอะไรเนี่ยลุง!)​ มัน​หลาย​นัยอยู่​นะ​ อาจ​ไม่ใช่​แค่​ออก​ตัว​ ยังรวม​การบุ้ยใบ้มุมมองจำเพาะ​ การแก้ต่าง​ล่วงหน้า​ หาก​พูดหรือเขียน​ไม่​ตรง​ตาม​ความคาด​หวัง​ หรือการ​โอ่วิชาชีพ​ตนเอง​ หรือ​แค่​หมุด​ตัวตน​คนพูดแบบ​ลอยๆ เพราะ​ไม่รู้จะเกริ่น​ยัง​ไง​ ในกรณีหลัง​นี้​หมายถึง​ว่า​อย่า​ไป​ใส่ใจ​

และเหตุผลเรื่อง​ ‘บาป​กำเนิด​เยอะ’ จากยุค​อาณานิคม​โน่น​เลย​ จึง​ต้อง​ย้อน​ทบสะท้อน​กระท้อนคิด​อะไร​นั่น​ ขำ​อีก​แล้ว​ (ลุง​แก​ไบโพลาร์หรือ​เปล่าเนี่ย​ ไม่ได้​แค่​อาการไม่สำเร็จ​รูป)​ นัก​เดิน​ทา​ง นักสำรวจ​​น่ะ ไม่ได้​มี​แค่​นัก​มานุษยวิทยา​ (นะค่ะ)​ กองทัพนโปเลียน​เดินทาง​ไปรบแต่​ละที​ ไม่ได้​มี​แต่​นาย​ทหาร​​ แต่​มีทุก​ ‘นัก’ ตั้งแต่​ นักรบ​ นัก​วิทย์ฯ​ นัก​เคมี​ นัก​ภาษา​ศาสตร์​ รวม​ถึง​นัก​วาดภาพ​หรือ​ศิลปิน​ ตายแล้ววว​ บาป​กันทั้งโคตร​เลย​ล่ะเนี่ย​ พวก​ศิลปินกระแส​ Orientalism คง​ต้อง​เยียวยา​จิต​กัน​ทั้ง​ยวง เพราะ​เที่ยว​เอา​ภาพ​ชาว​บ้าน​ต่าง​เผ่าพันธุ์​ เชื้อชาติ​ สีผิว ภาษา มารยาท มาสร้าง​ผลงาน​โชว์ในซาลง​ บาป​กันจริง​เจ้าประคุณ!

ลุง​ขอ​วก​มาเรื่อง​เดิม​ตาม​ประสา​โป๊งเหน่ง​ย้ำคิด​ย้ำ​ทำ​ เรื่องที่​ว่า​ชีวิต​จริง​ซ้อน​แทรกกับภาค​สนาม​กำ​มะลอ​ คือ​พฤติกรรม​คนมัน​เนื่อง​ ‘ในฐานะ’ อะไร​อยู่​เสมอ ​แม้​ไม่ออก​ตัว​ด้วย​วาจา​หรือ​จด​จารเป็นภาษาเขียน​ เรา​ไม่ได้​เป็นเรา​ไป​ทั้งหมด​ คนอื่น​หรือ​ผู้อื่น​กำกับ​ให้​เราปฏิบัติ​ทาง​กายภาพ​และ​จินตภาพ​ใน​แบบ​ใด​แบบ​หนึ่ง​เป็นนิจศีล​ ‘ฐานะ’ ใน​ความหมาย​ของสถานภาพ​ จึง​ขยับ​ดัดแปลง​ไป​ตาม​โอกาส​และ​วาระ​ 

ลุงเหน่ง​จะกล้า​บอกบี​เหรอ​ว่า​ แก​อิจฉาตาร้อนผมยาวสยาย​ของ​บี​ แก​จะ​กล้า​ระเบิดออกมาเหรอ​ว่า​ บีเขียน​ย่อหน้าหนึ่ง​ที่​มีคำว่า​ ‘การ’ ซ้ำ​อยู่​หลายรอบ​ ​(ชวดรางวัล​วรรณกรรม​ดีเด่น​ ‘ประดับพาน’ ไป ​เพราะ​อีลุง​โปลิสไวยากรณ์​นี่แหละ​ ตัว​จริง​เสียง​จริง​ แต่​ปลอม​ทั้ง​ดุ้น)​

ต่อ​ให้​เรา​ไม่ยอม​อยู่​ ‘ใน​ฐานะ’ อะไร​แน่​ชัด​ คำพูด​คำ​เขียน ​กิริยา​ท่าทาง​จะ​ร่วมกัน​สร้าง​ ‘ฐานะ’ นั้น​ขึ้น​มา​ ผู้​อื่น​จะ​ทึก​ทัก​เรา​ไปตาม​โทน​ทุ้มน้ำเสียง​ที่​เรา​ให้​

พูดแบบเท่ๆ​ ที่​คน​ชอบ​พูดกัน​คือ ​ต่อ​ให้​เรา​หุบปาก​หด​มือ​ ความเงียบก็​ยัง​จัด​วาง​เรา​ไว้​ ‘ใน​ฐานะ’ ใด​ฐานะ​หนึ่ง​อยู่​วัน​ยัง​ค่ำ​ แค่ว่า แค่ว่าเรา​ต้อง​รู้จะ​ขยับ​หมุด​หมาย​นั้น​ แต่​ว่า​ แต่​ว่า​เรา​จะ​สำนึก​รู้​อยู่​เสมอ​เหรอ​ว่า ​อะไร​ ใคร สิ่ง​ใด​กำกับ​เรา​อยู่​ สาย​จิต​วิเคราะห์ได้​ขำ​กลิ้ง​

ครั้น​จะ​บอก​เกร่อ​ๆ​ อีก​ว่า​ให้​ต่อรองกับมัน​ แต่​การ​ต่อ​รอง​พูดง่ายทำยากชิบ เพราะ​มันวกมา​ยัง​ประเด็น​เดิม​ว่า​ ‘ใน​ฐานะ’ อะไรอีก​ชั่ว​นาตาปี​

โอ๊ยยยย​ บีสมอง​จะ​ปวด​กับ​ลุง​โล้น​ไหม​ ซาช่า​เอือมแต้ๆ​ (แน่ะ​ แกเอา​ภาษาท้องถิ่น​ไหน​ยัด​ปาก​ซาช่า​อีก​เนี่ย​ ช่วย​พากย์​ตรง​ตาม​ถิ่น​หน่อย​เถอะ​ หรือ​ตาลุง​คิดว่า​ซาช่าเป็นเหมียว​ต่าง​จังหวัด​ เหมียว​บ้านนอก​ เลย​หาเรื่องลงโทน ​ตจว.)

อีก​เรื่องที่​ลุงขอเผือก​ (บี​แปล​ภาษาอินเทรนด์​พวก​นี้​ให้​ซาช่าหน่อย​คับ​ ซาช่า​ชอบ​กิน​แต่​มัน)​ คือ​วาระหรือ​ที่มา​ของ​บทความ​แรก​ใน​ ‘เขียน’ ว่า มา​จาก​การ​ได้รับ​เชิญ​ไป​บรรยาย​ใน​ประเด็น​ ‘การ​เขียน​งาน​มานุษยวิทยา​ให้​สาธารณชน​อ่าน’ ตาลุงอมยิ้มอย่าง​มี​เลศนัย​ แก​ว่า​มันเวียร์ดอยู่​มาก​กับ​ประเด็น​นี้​ใน​ประเทศ​นี้ ​เนื่องจาก​เกิด​พารานอยด์แบบเดียวกัน​ใน​แทบ​ทุก​แวด​วง​ เป็นปัญหา​คลาสสิก​ (บีเดา​อีก​คำที่ลุงแก​เลี่ยง​ได้ไหม…)​ และ​เรา​จะถูกกรอก​หูด้วย​อิชชูนี้​จน​ต้อง​เอา​ทิชชู่อุด​ ทำไม​นะหรือ?

(อีลุง​ดัดจริต​โวหาร​อีก​แล้วคับบี ปล่อย​แก​ ดูซิ​ว่า​แก​จะขุด​เค้น​อะไร​สะเหล่อๆ​ มาบอกอีก​)​

แรก​เลย​ เรื่อง​ปวดหัว​ยัง​งั้น​พาดพิง​คำ​กล่าว​หา​เก่า​แก่​เรื่อง​งาน​วิชาการมัก​อยู่บน​หอคอย​งาช้าง​ สูงส่ง​เลอค่า​ ยาก​จะ​ไต่​ สุด​จะเอื้อม​ พูดให้​เข้า​บรรยากาศ​คือ มีไว้ ‘ประดับพาน’ ให​้กราบ​ให้ไหว้​ ซ้ำ​คลอด​นัยสำคัญ​ออกมา​ว่าใช้การอะไร​ไม่ได้​ ผู้คน​ตาสีตาสา​​เอา​ไปประทัง​ท้อง​ไม่ได้​ เอา​ไปประเทือง​ปัญญา​ยิ่ง​แล้ว​ใหญ่​ เพราะ​เอาลง​จากหอคอย​ หยิบลง​จากพาน​ แทบ​เป็นไปไม่ได้​เลย​

ผล​กระ​ทบ​โดยตรง​ที่​ผู้คน​ไม่ค่อย​เห็น​คือ ​ใน​ทุก​วิชาการ​ที่​จะ​ขอทุน​ ที่จะ​ตีพิมพ์​ จำ​เป็น​ต้อง​อุปโลกน์​ประโยชน์​แบบ​ที่​เป็นหรือไม่รูปธรรม​​ จน​พาล​ไพล่​กลายเป็น​เปิด​ประตู​กว้าง​ให้​ทุกผู้ทุก​นาม​เข้า​ถึง​เข้า​ใจ​รู้เรื่อง​

ลุง​ติด​ตลกแดก​ว่า ​สุดท้าย​มันจะลงเอย​ด​้วยสำนวนประเภท Made Easy หรือ​ For Beginner หรือ​อีก​สารพัด​คำ ​ภาษาไทย​ก็​ ‘คู่มือ’

‘อานิสงส์​จาก​ความ​รู้’ ไง​ล่ะ​

ช้า​ก่อน​ลุ​ง​ แล้ว​คู่มือ​มัน​เสีย​หาย​อะไร​เหรอ​ เวลา​คุณๆ​ พูดเรื่อง​พหุ​เทวนิยม​ โลกาภิวัตน์​ เพศสภาพ​ ช่วย​แปล​ศัพท์​เหล่านั้น​ก่อน​ไหม​ ซาช่าไม่ได้​เรียน​สูงพอ​จะ​แปล​ภาษา​ซ้ำซ้อน​ และ​เวลา​ท่าน​พูดเรื่อง​ฮาเบอร์​มาส,​ โคลด​ เลวี-สโตรส,​ ริเกอร์​ คือ​ใคร​กัน​อะคับ​ ทำอาชีพ​อะไร​กัน​ ขาย​กล้วยปิ้ง​ หรือเซลส์ขาย​รถ​ หรือ​ช่าง​ซ่อมแอร์​

-​ ซาช่า​ อย่า​ซ่าให้มากนัก​ ยืม​ร่าง​พูด​ ไม่ได้​แปล​ว่า​ให้​ปาก​มาก​ต่อ​ปาก​ต่อ​คำ​ เปล่า​ ฉัน​ไม่ได้ปฏิเสธ​คู่มือ​ คู่มือ​มี​สปีด​สอง​แบบ​ แบบ​ไว​ฉับ​รับ​รู้​เรื่อง​ ย่อ​ยเคี้ยว​คาย​มา​ให้​เสร็จ​จน​แทบจะ​ป้อน​เข้า​ปาก​ก็ว่า​ได้​ นั่น​เป็น​เป้าหมาย​เริ่มต้น​ และ​สปีด​แบบ​นี้​ไม่ได้​เขียน​ง่าย​อย่าง​ที่​เข้าใจ​ เพราะ​อีก​เป้าหมาย​หนึ่ง​ที่แฝง​อยู่​คือ​ สะกิด​กระตุ้น​ลุ้น​ให้​ไป​อ่าน​ต่อ​ใน​ต้น​ฉบับ​

อีก​แบบ​คือ​สปีด​ช้าแช่มเฉื่อย​ เพราะ​เมื่อ​ถนัด​และ​ขยัน​ผลิต​สื่อ​สำเร็จรูป​บ่อย​จนชิน​ มี​แต่​ Intro, Handbook,​ Manual แถม​จำหน่าย​ไว​เหมือน​อาหาร​กล่อง​ปรุง​แล้ว​พร้อม​ลงคอ​ผู้เสพ​ สาธารณชน​ก็​จะ​เสพติด​อาการ​สะดวก​ซื้อ​ ไม่​ต้อง​ตีลังกา​สมองหรือ​ขยับ​ธาตุ​อะไร​ใดๆ​ ผู้เสพ​ติด​เฉื่อย​เนือยเอื่อยเรื่อย​

โปรดิวเซอร์ละคร​ทีวีแก้​ต่าง​เรื่อง​ทำละคร​ที่​ขึ้น​ป้าย​น้ำเน่า​ บอกว่า​พอทำ​ละคร​คุณภาพ​ คนก็ไม่ดู ยอด​เรตติง​ต่ำ​ ไม่​ว่า​กันหรอก​หาก​สารภาพ​กัน​ตรง​ๆ​ แบบ​นี้​

เรื่อง​เศร้าคือ ​การ​ไม่ยอม​เสี่ยง​แลก​กับ​การ​ที่​ผู้เสพจะ​ได้ทั้ง​บัน​เทิงอารมณ์​และ​ประเทือง​ความคิดอ่าน​ หาก​ยอมให้กับความง่าย​ดาย​ เอาเพลิน​ เอาฮาบ้าจี้​ นั่น​เท่ากับ​ปล้น​ความ​คิด​ของ​ผู้เสพ​มาไว้​และ​แทน​ที่​ด้วย​ความ​อับ​เฉา​

ย้อน​มายัง​เรื่อง​การ​เขียน​ให้​สาธารณชน​อ่าน​ โปรด​อย่า​ดูถูกคนอ่าน​ หาก​เขา​อยาก​รู้อยาก​เข้า​ใจ​ ไม่​ว่า​มัน​จะ​หิน​จนผม​ร่วง​ (ลุงว่าใคร…)​ หรือง่าย​แบบ​ปอก​กล้วย​เข้า​ปาก​ เขา​จะ​จัดการ​ตัวเอง​ในลักษณะใด​ลักษณะ​หนึ่ง​

พูดให้เ​พี้ยนเข้าไป​อีก​คือ ​ตัวบท​จะเลือก​ผู้อ่าน​ที่รู้จะ​ต่อ​รองทั้ง​ความหมาย​ยากง่าย​และ​มวลหมู่​อุปสรรค​นั้น​เอง​ เขาจะ​วาง​หรือไม่วางมันลง​ นั่น​รวม​อยู่ใน​ผล​กระ​ทบ​ที่จะ​เกิดขึ้น​ อย่า​ทึก​ทัก​ไป​เอง​ว่า​ สาธารณชนเดิน​และ​กระโดด​และโ​ยคีโยคะ​ทางสมอง​ไม่​เป็น​

โปรด​อย่า​นิยาม​การเขียน​เพื่อ​สาธารณชน​ด้วยกระบวนการ​ทำ​ให้​ง่าย​

บี​ว่า​ลุง​แก​เครียด​ไป​ไหม​ คง​ต้อง​ให้​ดูละครย้อนยุค​ของทีวี​ไทย​ เห็นหัวเราะ​เอิ๊ก​อ๊ากก​ทุก​ที​ (อัน​นี้​ชวน​ระแวง​เพราะ​ไม่มี​วัน​รู้​หรอก​ว่า​แก​ขำ​เนื่องจาก​อะไร)​

แก​ทิ้งท้าย​ไว้​ว่า​ (เสีย​ที​นะ​ลุง​ แอบสิงเสียง​ฉัน​จน​ขน​ฉันพลอย​จะ​ร่วง​ไปด้วย)​ แก​ไม่ได้​มา​รีวิว​ ‘เขียน’ แบบ​ที่​ย่อความ​โครง​และ​เนื้อ​หา​มา​ให้​อ่าน​ แก​บอก​ว่า​ ข้อ​เขียน​ที่​จะ​โดน​แก​ เป็น​ข้อ​เขียน​ที่​กระตุ้น​เร้า​ให้​ตอบ​ ให้​คิด​ต่อ​ ซาช่า​ขอ​แถม​ให้​แก​ว่า​ ให้​เพ้อ​อย่าง​คงสติ​ และ​ก่อ​ให้​เกิด​อาการ​ไม่​สำเร็จ​รูป​ขึ้น​มา​

จะเนื่อง ‘ใน​ฐานะ​’ อะไร​

ด้วย​ ‘อานิสงส์​ของ​ความ​รู้’ ประเภท​ไหน​

จาก​ ‘บาป​กำเนิด’ ​ใด

จะ​ ‘ประดับ​พาน’ หรือ​ไม่

แก​ไม่มี​วัน​รู้​ล่วงหน้า​

                    เหมียว​ซาช่า

ปล.​ บีคับ​ ถ้า​รีวิว​ตาลุง​โป๊ง​เหน่ง​ยาว​กว่า​นี้​ คงกลายเป็น​มหากาพย์​แข่ง​กะ​โฮเมอร์ละคับ​ ซาช่า​อยาก​รู้จัก​ 2 ตัว​ที่เอกเขนก​บนหน้า​ปก​อะคับ​ มี​อินสตาแกรมของทั้งคู่ไหม

Tags: , , , , , , , , ,