เมื่อวานนี้ (5 เมษายน 2026) โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านบัญชีส่วนตัวบน Truth Social ระบุว่า ได้เข้าช่วยเหลือนักบิน F-15 ที่ถูกอิหร่านยิงตกได้อย่างปลอดภัยแล้ว
โดยเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เมษายน 2026) กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) รายงานว่า ระบบป้องกันทางอากาศขั้นสูงของอิหร่านได้ยิงเครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ตกเหนือน่านน้ำทางตอนใต้ของอิหร่าน
ในเวลาต่อมา ทางการสหรัฐฯ ได้เร่งเปิดปฏิบัติการค้นหานักบิน F-15 จำนวน 2 รายทันที โดยสามารถช่วยเหลือนักบินรายแรกได้ ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่นักบินอีกรายยังคงสูญหาย
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิรักในปี 2003 ที่เครื่องบินสหรัฐฯ ถูกยิงตก
กลุ่ม IRGC ได้สั่งปิดล้อมพื้นที่ภูเขาบางส่วนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดโคห์กิลูเยห์และโบเยอร์อาห์มัด หลังเครื่องบิน F-15 ถูกยิงตกทันที เพราะเชื่อว่าสหรัฐฯ ยังไม่สามารถเข้าช่วยเหลือนักบินอีกรายในบริเวณดังกล่าวได้
นอกจากนี้กลุ่ม IRGC ยังเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันตามหาและจับกุมนักบินชาวอเมริกันที่ยังคงหายสาบสูญ โดยสื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านเสนอเงินรางวัลนำจับนักบินรายนี้มากถึง 6 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.9 ล้านบาท)
ขณะเดียวกันอิหร่านยังทำลายเครื่องบินรบ C-130 ของสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk อีก 2 ลำ บริเวณตอนใต้ของเมืองอิสฟาฮาน ในระหว่างปฏิบัติการค้นหานักบินด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (5 เมษายน 2026) ทรัมป์ระบุว่า ‘เกิดปาฏิหาริย์ในวันอีสเตอร์’ เนื่องจากนักบิน F-15 คนที่ 2 ได้รับการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว พร้อมยกย่องเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งแกร่งและเด็ดขาด
เปิดปฏิบัติการช่วยเหลือนักบิน F-15 ของสหรัฐฯ
สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency: CIA) ถือเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินครั้งนี้ โดยทำหน้าที่ติดตามตำแหน่งของนักบินรายดังกล่าว ก่อนจะส่งข้อมูลไปยังกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ CIA พยายามส่งข้อมูลลวงเข้าไปในอิหร่านเพื่อสร้างความสับสนให้กับกองทัพและประชาชนในอิหร่าน โดยอ้างว่า สามารถเข้าช่วยเหลือนักบินได้เรียบร้อยแล้ว
ระหว่างที่กลุ่ม IRGC กำลังตรวจสอบข้อมูลและประชาชนอิหร่านอยู่ในภาวะสับสน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินหลายสิบลำเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งทรัมป์อ้างว่าได้ติดตั้ง ‘อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในโลก’ ติดกับเครื่องบินไปด้วย เพื่อใช้ในการช่วยเหลือนักบิน
ในระหว่างปฏิบัติการ CIA ได้ส่งข้อมูลตำแหน่งของนักบินให้กับกองทัพสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันกองทัพสหรัฐฯ ก็มีการยิงสกัดเพื่อไม่ให้กองกำลังบางส่วนของ IRGC เข้าถึงพื้นที่ได้
ในเวลาต่อมา กองทัพสหรัฐฯ เข้าช่วยเหลือนักบินได้สำเร็จก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันเสาร์ (4 เมษายน 2026) โดยจะนำตัวนักบินคนดังกล่าวไปรักษาที่ประเทศคูเวต และระหว่างนี้จะไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของเขา
ทรัมป์กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวสำเร็จได้โดยไม่มีทหารชาวอเมริกันเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว และยกย่องว่าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่กล้าหาญมากที่สุดของประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
“ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นว่า เรามีอำนาจเหนือกว่าและครองความเป็นใหญ่ในน่านฟ้าอิหร่านได้อย่างเด็ดขาด” ทรัมป์กล่าวผ่านบัญชีส่วนตัวบน Truth Social
นอกจากนี้ทรัมป์ยังขู่อิหร่านอีกด้วยว่า หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในกำหนดเส้นตายคือวันที่ 7 เมษายน 2026 เวลาประมาณ 20.00 น. ของสหรัฐฯ โรงงานไฟฟ้าและอิหร่านจะต้อง ‘ตกนรกทั้งเป็น’
“วันอังคารนี้โรงงานไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านจะถูกโจมตีในคราวเดียวกัน มันจะเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน!!!
“เปิดช่องแคบบ้านั่นซะ ไอ้พวกระยำ ไม่เช่นนั้นคุณต้องตกนรกทั้งเป็น รอดูได้เลย! ขอให้อัลเลาะห์คุ้มครอง!” ทรัมป์กล่าวผ่านบัญชีส่วนตัวบน Truth Social
ที่มา:
– https://www.bbc.com/news/articles/cx2vpz1kwreo
– https://www.aljazeera.com/news/2026/4/5/us-pilot-from-downed-f-15-plane-rescued-in-iran-what-we-know
Tags: ภูมิภาคตะวันออกกลาง, อิหร่าน, Israel, นักบิน, Iran, Us, สหรัฐฯ, สงครามสหรัฐอิหร่าน




