Croatia

 

เมืองโตรเกีย

13 วัน 12 คืน เป็นระยะเวลาที่ใครๆ ต่างก็บอกว่ามากเกินพอสำหรับท่องเที่ยวในยุโรปสัก 3 ประเทศ แต่ด้วยความคิดที่ว่าการทำความรู้จักกับอะไรในเวลาเพียง 3-4 วัน คงไม่ทำให้เราลึกซึ้งกับสิ่งนั้นเพียงพอ พวกเราจึงตัดสินใจใช้เวลาทั้ง 13 วัน ท่องไปในโครเอเชีย เพื่อทำความรู้จักกับประเทศน้องใหม่วัยรุ่น ที่มีอายุเพียง 21 ปีแห่งนี้ให้ลึกซึ้งที่สุด

เมืองดูบรอฟนิก

เมืองดูบรอฟนิก

เมืองดูบรอฟนิก

เราเลือกวิธีการเดินทางแบบโรดทริป เช่ารถขับจากเหนือจรดใต้ มีสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อหลายแห่งที่พ่วงท้ายมาด้วยดีกรี ‘มรดกโลก’ เป็นจุดหมายหลักปักธงไว้ว่าต้องไปให้ได้ ทั้งอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ (Plitviče Lakes National Park) ทะเลสาบสีเขียวมรกตแกมฟ้า ที่ไหลผ่านตะกอนแร่ธาตุนับพันปี จนเกิดความงามอันเป็นเอกลักษณ์ พระราชวังไดโอคลีเชียน (Diocletian Palace) แห่งเมืองสปลิต (Split) สถาปัตยกรรมที่สะท้อนความรุ่งเรืองขีดสุดของจักรวรรดิโรมัน และเมืองเก่าดูบรอฟนิก (Dubrovnik) ที่สวยสะกดจนได้รับฉายาว่า ‘ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก’

Plitvice Lakes National Park

Plitvice Lakes National Park

แต่เมื่อเป็นการเดินทางแบบโรดทริป ย่อมสร้างข้อได้เปรียบให้การท่องเที่ยว เหนือไปกว่าแค่ชมสถานที่แลนด์มาร์ก เพราะเราจะไปที่ไหนก็ได้ตราบใดที่ขับรถไปถึง

ฉะนั้นนอกจากเมืองที่ ‘ต้องไป’ ก็มีเมืองใหม่ๆ ที่ ‘น่าไป’ เพิ่มขึ้นมาในทริป อาทิ วาราซดิน (Varaždin) เมืองหลวงเก่าของโครเอเชีย เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก แถมโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรก (Baroque) จนได้รับการขนานนามว่า Little Vienna

Criatia

Croatia

เมืองโรวีนจ์ (Rovinj) และ โพเรซ (Poreč) เมืองสุดชิลริมชายฝั่งที่หลายคนมองข้าม เพราะอยู่นอกเส้นทาง แต่สำหรับทริปของเรา การนั่งจิบเบียร์เย็นๆ ริมหาด รอดูพระอาทิตย์ตกพ้นขอบทะเลเอเดรียติกที่โรวีนจ์ คือโมเมนต์ที่ได้รับการโหวตจากสมาชิกให้เป็นที่สุดของการเดินทางครั้งนี้

เมืองโรวีน

เมืองโรวีน

ชายหาดเมืองโรวีน

นอกจากนี้โรดทริปยังไม่มีเวลาที่ตายตัว ระหว่างทางสามารถเถลไถลได้โดยไม่ต้องกลัวตกรถบัสหรือรถไฟ จะแวะกินอาหารหรือซื้อผลไม้ข้างทางเมื่อไรก็ได้ จะเข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหนก็ได้ หรือจะแก้เมื่อยอย่างมีสไตล์ด้วยการแวะจิบไวน์ขาวที่ฟาร์มเลี้ยงหอยนางรมก็ได้อีก

จอดพักที่ฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม อ่าวมาลี สตอน

จิบเบียร์ริมหาดที่โรวีน

Biska บรั่นดีหลังอาหารสูตรเฉพาะของโครเอเชีย

แต่สิ่งที่ถือเป็นเสน่ห์ที่สุดของการขับรถเที่ยวเองคือ เรามีโอกาสได้หยุดชื่นชมความงามเล็กๆ น้อยๆ สองข้างทางได้ทุกเมื่อ

ผลไม้ท้องถิ่น ราคาย่อมเยา

ระหว่างทาง

ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าพระราชวังใหญ่โตจะทำให้เราอิ่มเอมใจได้มากกว่าบ้านหลังเล็กๆ หรือม้วนฟางสักก้อนที่อยู่ริมทาง ฉะนั้นควรมีสักครั้งที่ลองให้อิสระกับการเดินทาง โดยไม่ถูกจำกัดด้วยตารางท่องเที่ยวมาตรฐานที่ใครๆ เขาก็ทำกัน

 เราอาจจะได้เห็น รู้สึก และประทับใจ ในบางอย่างที่คนอื่นไม่เคยมีโอกาสได้มองเห็น

Best Period: กรกฎาคม-สิงหาคม คือช่วงพีกซีซันที่โครเอเชียสวยที่สุด แต่ข้อเสียที่คนไทยอาจจะไม่ชอบคืออากาศร้อ

Tips: 1. GPS นำทาง พิสูจน์มาแล้วว่า Google Map แม่นยำและเชื่อถือได้ในโครเอเชีย ฉะนั้นไม่ต้องเช่า GPS ติดรถให้เปลืองเงิน ซื้อซิมการ์ดราคาถูกจากร้านสะดวกซื้อเปลี่ยนในมือถือดีกว่า เพราะสามารถใช้โทรติดต่อสถานที่ต่างๆ ในกรณีฉุกเฉินได้ด้วย
2. ค่าที่จอดรถสาธารณะในโครเอเชียแพงมาก ฉะนั้นควรเลือกที่พักที่มีที่จอดรถฟรี จะช่วยประหยัดเงินได้เยอะเลย

Impress Me!: โครเอเชียเพิ่งได้เป็นประเทศหลังผ่านสงครามแบ่งแยกดินแดนจากยูโกสลาเวียเมื่อปี 1995 แต่กลับใช้เวลาเยียวยาตัวเองเพียงไม่นาน ก็สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม High-Income Economy Country พร้อมๆ กับการเป็นเมืองท่องเที่ยวฮอตฮิตติดอันดับโลกได้อย่างรวดเร็ว ไม่ง่ายเลยที่เมืองหลังสงครามจะสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรได้มากขนาดนี้ ผู้คนจิตใจดีและยังปลอดมิจฉาชีพชนิดที่ว่าเดินสะพายเป้ตอนกลางคืนได้อย่างสบายใจไร้กังวล

How to Get There: ถึงจะไม่มีบินตรงจากไทย แต่มีหลายสายการบินที่ให้บริการแบบต่อเครื่อง เช่น ออสเตรีย ตุรกี และสายการบินจากตะวันออกกลาง

Map:

Tags: ,