HIGHLIGHTS:

  • ในยุคนี้ หากประเทศไทยไม่มีแรงงานคุณภาพและขาดผู้มีทักษะฝีมือสายอาชีพ เราคงไม่อาจไปแข่งขันกับนานาประเทศได้
  • มูลนิธิเอสซีจีเห็นถึงโอกาสและความสำคัญของบุคลากรสายอาชีวศึกษา จึงดำเนินโครงการ ‘อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ’ ตั้งแต่ปี 2556
  • มีนักเรียนอาชีวะมากมายที่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น วรากร อนุศาสนะนันท์ เจ้าของร้านแต่งรถอันดับต้นๆ ของประเทศ
 
          เรียนสายอาชีพหรือสายสามัญดี? เป็นคำถามคลาสสิกของเด็กจบมัธยมต้นทุกคนเมื่อต้องเลือกว่าจะเรียนต่ออะไรในอนาคต แต่จากภาพลักษณ์ของเด็กอาชีวะที่ดูเป็น ‘นักเรียน นักเลง’ ก็ทำให้หลายคนรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ลังเลที่จะตัดทางเลือกอย่างการเรียนต่อสายอาชีพออกไป จนอาจมองข้ามไปว่าการเรียนสายอาชีพมีข้อดีมากกว่าที่คิด
          การเลือกเรียนอาชีวะนำไปสู่ทางเลือกอีกหลายทางในชีวิต การเรียนและการฝึกฝนทักษะเฉพาะทางทำให้นักเรียนอาชีวะสามารถหารายได้ระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ และสามารถประกอบอาชีพได้ทันทีหลังเรียนจบ ปวช. ซึ่งเทียบเท่ากับ ม.6 อีกทั้งสายอาชีพก็มีหลากหลายสาขาให้เลือกเรียน ทั้งสายช่างอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นสาขาเมคคาทรอนิกส์ ก่อสร้าง ไฟฟ้า ช่างกลโรงงาน ช่างยนต์ หรือสาขาบริการ เช่น สาขาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวการโรงแรม อาหารและโภชนาการ หรือคหกรรมศาสตร์ เป็นต้น เมื่อนักเรียนสายอาชีวะอยากจะศึกษาต่อระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้ และไม่ต้องห่วงว่าจบไปแล้วจะหางานทำไม่ได้ เพราะกระแสโลกปัจจุบันนี้ยังขาดแคลนผู้มีทักษะฝีมือเฉพาะทางอีกจำนวนมาก
          ไม่เพียงเท่านี้ นักเรียนอาชีวะก็มีทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศด้วย เราอยากให้คุณลองจินตนาการดูว่า หากประเทศไทยไม่มีแรงงานคุณภาพและขาดผู้มีทักษะฝีมือสายอาชีพ ประเทศเราจะเป็นอย่างไร เราคงไม่อาจไปแข่งขันกับนานาประเทศได้ และอาจต้องนำเข้าแรงงานสายอาชีพจำนวนมหาศาลมาทดแทน ซึ่งนั่นหมายถึงการสูญเสียเม็ดเงินมหาศาลเช่นกัน
          จะเห็นว่า หากปราศจากอคติ ‘นักเรียน นักเลง’ เราก็จะเห็นข้อดีมากมายของการเรียนสายอาชีพ
          มีนักเรียนอาชีวะมากมายที่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวของ วรากร อนุศาสนะนันท์ เจ้าของ Bounce Luxury Shop จังหวัดระยอง ร้านแต่งรถอันดับต้นๆ ของประเทศ



          ช่วงที่วรากรเรียน ปวช. ที่วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ด้วยการปลูกฝังแบบผิดๆ จากรุ่นพี่และสภาพแวดล้อม เขาก็เคยเป็นหนึ่งในนักเรียนอาชีวะที่ยกพวกตีกันกับนักเรียนต่างสถาบัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ต้องเจอกับเหตุการณ์บาดเจ็บรุนแรง ไม่มีเพื่อนข้างกายที่ร่วมต่อยตีกับนักศึกษาต่างสถาบันแม้คนเดียว มีเพียงคนในครอบครัวที่คอยดูแลรักษาจนหายดี
          บทเรียนนี้ทำให้เขาหันเหจากเส้นทางนักเลง มาตามหาฝันของตัวเอง แม้จะเดี๋ยวเรียนเดี๋ยวดร็อปจนจบ ปวช. ช้ากว่าเพื่อน แต่ความรู้และทักษะที่เขาได้เรียนรู้มาก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และเมื่อค้นพบว่าตัวเองมีความสนใจและชื่นชอบการแต่งรถ เขาจึงเปิดร้านแต่งรถร้านแรกในชีวิตขึ้น แม้ว่าในตอนเริ่มต้น เขาต้องปิดกิจการลงเนื่องจากประสบการณ์ที่ยังน้อย แต่หลังจากล้มเหลวในครั้งแรก เขาก็ได้บทเรียนและออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์มากขึ้น แล้วจึงกลับมาเปิดร้าน Bounce Luxury Shop อีกครั้งในปี 2554 กลายเป็นร้านที่โดดเด่นด้วยไอเดียและฝีมือที่ทุกคนยอมรับ “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” เขากล่าว
          จากวันนั้นถึงวันนี้ ด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่สั่งสมมา บวกกับการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้ร้านของเขามีลูกค้ามาใช้บริการมาก จนถึงขนาดต้องจองข้ามปีเลยทีเดียว
          จะเห็นว่า คนเราไม่ว่าจะเป็นใครหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ก็สามารถสร้างอนาคตได้ด้วยสมองและสองมือของเราเอง โดยอาศัยทักษะความรู้ที่ติดตัวมา
          มูลนิธิเอสซีจีเห็นถึงโอกาสและความสำคัญของบุคลากรสายอาชีวศึกษา จึงดำเนินโครงการ ‘อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ’ ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนหันมาเรียนอาชีวะมากขึ้น โดยการให้ทุนการศึกษาสาขาช่างอุตสาหกรรม และต่อมาในปี 2558 ได้เพิ่มการให้ทุนในสาขาบริการ ปัจจุบันมีนักเรียนทุนอาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติอยู่ทั่วประเทศกว่า 1,500 คน โดยพิจารณาจากความขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นพื้นฐาน รวมทั้งคำนึงถึงสาขาที่ตลาดแรงงานคุณภาพต้องการ ซึ่งนอกจากสนับสนุนด้านทุนการศึกษาแล้ว โครงการ ‘อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ’ ยังสนับสนุนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือต่างๆ ด้วย รวมถึงการส่งเสริมการทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ เพื่อสร้างบุคลากรสายอาชีพที่มีคุณภาพ เป็นทั้งคน ‘เก่งและดี’ เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมต่อไป
          ล่าสุด มูลนิธิเอสซีจีได้ผลิตหนังสั้นเรื่อง ‘ทางเลือก’ ภายใต้แนวคิด ‘อนาคต...อยู่ที่มือเรา’ ซึ่งสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของนักเรียนอาชีวะ ในหนังสั้นบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครนักศึกษาอาชีวะที่ชื่อเอก เขาและแม่แท้ๆ ต้องอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อเลี้ยง สิ่งที่เขาเห็นเป็นประจำคือพ่อเลี้ยงตบตีแม่ ทำให้เอกสะสมความโกรธไว้ข้างใน และอดทนรอเวลาทำอะไรบางอย่างเพื่อให้พ้นไปจากสภาพชีวิตเช่นนี้  ชีวิตแต่ละวันของเขาผ่านไปด้วยการเรียนช่างยนต์และทำงานพิเศษในอู่รถแห่งหนึ่ง งานพิเศษนี้ทำให้เขามีรายได้ขณะที่กำลังเรียนอยู่ จนกระทั่งเขาเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง
          มาถึงตรงนี้ ทางเลือกของเขามีอยู่ไม่กี่ทาง แต่เขาจะเลือกทางไหนนั้น อยากให้ดูหนังสั้นเรื่องนี้ด้วยตัวคุณเอง