HIGHLIGHTS:

  • The Chanchila เหมือนเป็นสถานีย่อมๆ ที่เมื่อได้แวะแล้วจะทำให้คุณมีการบ้านไปถามกับตัวเองว่า ชีวิตนี้ได้ตัดสินใจทำอะไรจากความต้องการจริงๆ ของตัวเองบ้างหรือยัง และถ้ายัง จะรอให้ถึงภพหน้า หรือทำมันซะตั้งแต่ภพนี้
     ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยเขียนบทและทำละครเวที โดยอ้างอิงจากวรรณกรรมเยาวชนของญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งชื่อ เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เป็นเรื่องราวว่าด้วยเรื่องของวิญญาณตนหนึ่งที่ถูกให้โอกาสกลับมาโลกมนุษย์อีกครั้งเพื่อค้นหาสิ่งที่ตัวเองเคยทำผิดไว้ เรื่องราวที่ให้แง่คิดผ่านการมองปัญหาอย่างบุคคลที่สาม ที่มักจะมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนกว่าผู้ที่ตกอยู่ในปัญหานั้น โดยใช้ความตายและวิญญาณเป็นสัญลักษณ์ของตาที่สามนั้น


     The Chanchila เมื่อภพหน้ายังมาไม่ถึง ก็เช่นกัน…
     ละครเวทีโรงเล็กเรื่องนี้เป็นผลงานของกลุ่ม Monkey Army Theatre กำกับโดย อ.ฉั่ว-ศรชัย ฉัตรวิริยะชัย และนำแสดงโดยบุคลากรผู้มีผลงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการการแสดงและศิลปะในประเทศ
     เรื่องราวดำเนินตามตัวละครหลัก ‘วิชิต’ ชายหนุ่มที่เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุ แล้วดันต้องมาติดอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ชันชิล่า’ สถานที่ที่เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางระหว่างนรกกับสวรรค์ ด้วยความที่ในชีวิตที่ผ่านมาวิชิตไม่เคยตัดสินใจ ‘เลือก’ อะไรสักอย่างด้วยตัวของเขาเอง ทำให้สวรรค์ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะส่งเขาไปที่ไหน จึงให้ภูตตนหนึ่งมาช่วยวิชิต ‘รีวิว’ เหตุการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาของเขาเพื่อตัดสินว่าเขาควรไปอยู่ในภพใด
     ละครเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของวิชิตตั้งแต่เด็กจนโตผ่านเหตุการณ์หลักๆ หลายเหตุการณ์สำคัญในชีวิต โดยคราวนี้วิชิตได้มองเหตุการณ์เหล่านั้นผ่านตาที่สาม คือวิญญาณของเขาเองเพื่อถามตัวเองว่าแต่ละครั้งนั้นเขาได้เลือกทางเดินนั้นด้วยตัวของเขาเองจริงหรือไม่ ทั้งการตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลัย การเลือกอาชีพ หรือการเลือกคู่แต่งงาน หรือปล่อยให้คนอื่น และสถานการณ์รอบตัวเป็นผู้เลือกให้
     นอกจากวิชิต milestone เหล่านี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิตคนแทบจะทุกคน หากคุณโชคดีได้เลือกและอยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก ก็ดีไป หากแต่คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันอาจจะติดอยู่กับภาวะเดียวกับวิชิต ที่ไม่ว่าจะถึงช่วงไหนของชีวิตก็ยังไม่มีโอกาสได้เลือกทางของตัวเองสักที
     สิ่งที่ชอบเกี่ยวกับละครเวทีเรื่องนี้คือ subject กับ message ที่ค่อนข้างชัดตั้งแต่ต้นจนจบ ต่อให้อีกใจจะคิดว่า milestone ที่เลือกมาเป็นตัวอย่างอาจจะคลาสสิกไปนิด และบางทีการตีความ ‘การตัดสินใจทำอะไร’ ในเรื่องดูจะคลีเช่ไปหน่อย (เช่นฉากประท้วงของนักศึกษา) แอบคาดหวังว่าบทจะสุดได้มากกว่านี้ การตัดสินใจในปัจจุบัน หรือชีวิตคนสมัยนี้มีอีกหลายเรื่องมากที่ยกขึ้นมาพูดได้ หรือเล่าชีวิตกดดันให้แอบเสิร์ดไปเลย เหมือนถ้าจะมาทางนี้แล้วอาจจะสุดได้มากกว่า
     แต่ด้วยความเข้าใจว่าต้องการเลือกให้ตัวอย่างเข้าถึงทุกคน จึงทำให้โดยรวมแล้วยังมองว่า The Chanchila มีดีตรงที่ทำให้คนดูกลับไปคิดย้อนมองชีวิตของตัวเอง กระทั่งอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครบางคนลุกขึ้นมาทำอะไรก็เป็นได้ ซึ่งนั่นเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่ละครเวทีเรื่องหนึ่งจะให้แก่คนดูได้ไม่ใช่หรือ?
 

การตัดสินใจทำอะไรตามความต้องการของเราหลายครั้ง ทำให้คนรอบข้าง ทั้งพ่อ แม่ เพื่อนฝูง หรือคนรัก
หงุดหงิดได้ง่ายๆ แต่เราก็ยังเลือกที่จะทำมัน เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นความต้องการที่แท้จริงของตัวเราเองไม่ใช่หรือ?


     สิ่งที่คิดว่าเป็น love-hate relationship (คือว่าจะไม่ชอบนะ แต่ดันชอบ) เกี่ยวกับละครเวทีเรื่องนี้ คือตอนจบของเรื่อง
     5 วินาทีแรกที่รู้ว่าจะจบแบบนี้เล่นเอาหงุดหงิดขึ้นมาทันที ว่าสิ่งที่ดูมาทั้งหมดจะเลือกให้จบแบบนี้จริงหรือ? แต่ความรู้สึกหงุดหงิดนั้นดันกลายเป็นความสำเร็จหนึ่งของละครเวทีเรื่องนี้ เพราะ ‘ความหงุดหงิดในฐานะผู้ชม’ เกิดจากการที่ผู้ชมอินกับละครนั่นเอง ก่อนที่ 5 วินาทีถัดมาจะเกิดอาการยิ้มมุมปาก ส่ายหัว และคิดในใจว่า ‘อย่างน้อยนี่คือการตัดสินใจเลือกทางเดินด้วยตัวของวิชิตเอง’ อย่างที่เราลุ้นกันมาทั้งเรื่องไง
     คิดไปคิดมามันต่างอะไรกับชีวิตจริงที่การตัดสินใจทำอะไรตามความต้องการของเราหลายครั้ง ทำให้คนรอบข้าง ทั้งพ่อ แม่ เพื่อนฝูง หรือคนรัก หงุดหงิดได้ง่ายๆ แต่เราก็ยังเลือกที่จะทำมัน เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นความต้องการที่แท้จริงของตัวเราเองไม่ใช่หรือ?
     ในชีวิตจริง คงไม่มีสถานที่อย่างชันชิล่ามาให้เรานั่งแวะ ‘รีวิว’ ชีวิตที่ผ่านมาเหมือนบนเวที หากเราต้องอยู่ในภพนี้กันต่อไป ละครเวทีเรื่องนี้เหมือนเป็นสถานีย่อมๆ ที่เมื่อได้แวะแล้วจะทำให้คุณมีการบ้านไปถามกับตัวเองว่า ชีวิตนี้ได้ตัดสินใจทำอะไรจากความต้องการจริงๆ ของตัวเองบ้างหรือยัง และถ้ายัง จะรอให้ถึงภพหน้า หรือทำมันซะตั้งแต่ภพนี้
     เห็นทีจะมีแต่คุณเท่านั้นที่ตอบคำถามนี้ได้เพียงผู้เดียว   

FACT BOX:

    ละครเวที The Chanchila เมื่อภพหน้ายังมาไม่ถึง จะจัดแสดงอีกทั้งหมด 20 รอบในวันที่ 13-15 และ 20-22 มกราคม เวลา 19:30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14:30 น.)
บัตรราคา 500 บาท และ 350 บาท สำหรับนักเรียน/นักศึกษา จองบัตรได้ที่ 09 2941 9156, 09 4241 0251 และ 09 1762 6555 คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
     แสดงที่โรงละคร Syrup The Space อาคารลิเบอร์ตี้ พลาซ่า ถนนทองหล่อ