HIGHLIGHTS:

  • หนังเล่าเรื่องของ แคน หยอย โอ ปลื้ม 4 นายตำรวจสายหมีจากสถานีตำรวจภูธรสะพานชัน ที่น้ำหนักและขนาดตัวกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พวกเขาทำงานได้แย่ลง
  • โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง คือภาพยนตร์เรื่องแรกเปิดตัวค่ายหนัง TMoment ของวิสูตร พูลวรลักษณ์ หลังการแยกตัวออกจาก GTH เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา
  • เอ็ดดี้ เฮง กลายเป็นนักแสดงเพียงคนเดียวที่ได้เล่นหนังเปิดตัวค่ายให้กับทั้ง TMoment และ GDH
 

เป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ คลายเครียดได้ดี

หนังเกี่ยวกับอะไร
     หนังเล่าเรื่องของ ‘แคน หยอย โอ ปลื้ม’ 4 นายตำรวจสายหมีจากสถานีตำรวจภูธรสะพานชัน โดยหลังจากที่ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาพบว่าน้ำหนักตัวของเหล่า 4 สหายกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ผู้รักษาความสงบด้อยลง พวกเขาทั้ง 4 จึงได้รับภารกิจเร่งลดน้ำหนักตัว ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกเนรเทศไปประจำการที่สถานีตำรวจชายแดน
     ขณะเดียวกันเหตุการณ์ปล้นรถขนเงินของธนาคารดังแห่งหนึ่งก็เป็นอีกภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความสามารถของกองตำรวจภูธรสะพานชันในการเร่งไขปริศนาและหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปดูหนัง
    โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง คือภาพยนตร์เรื่องแรกเปิดตัวค่ายหนัง TMoment ของวิสูตร พูลวรลักษณ์ หลังการแยกตัวออกจาก GTH เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา และว่ากันว่าก่อนหน้านี้วิสูตรในฐานะผู้บริหารเกิดความลังเลในการเลือกหนังเรื่องนี้เปิดตัวค่าย แต่ด้วยความรู้สึกตลกและสนุกที่มีต่อ โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง เขาจึงเลือกภาพยนตร์เรื่องนี้มาใช้เปิดตัวค่าย TMoment ในที่สุด

สิ่งที่ชอบที่สุดจากหนัง
     1. หนังตลกและเพลิน ออกตัวก่อนว่ารสนิยมความชอบของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนดูแล้วอาจจะชอบ รู้สึกสนุก ขณะที่หลายๆ คนอาจจะดูแล้วไม่ชอบก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร เพราะประสบการณ์ในเชิงการรับรู้ของแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำหน้าที่สร้างความบันเทิงด้วยตัวของมันเองได้เป็นอย่างดี วัดจากดีกรีการโพล่งเสียงหัวเราะของตัวเองและผู้ชมคนอื่น รู้สึกว่าเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ คลายเครียดได้ดี
     2.โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ก่อนหน้านี้เรามีโอกาสได้เห็นโอ๊ต ปราโมทย์ ในบทบาทของคนขับรถ หนึ่งในก๊วนพิธีกรรายการ Paloy’s Diary ที่กลายเป็นที่จดจำด้วยคำสบถที่พรั่งพรู การชง-ตบมุกที่ลื่นไหลราวกับว่าเป็นดาวตลกฟอร์มแรงและลืมไปแล้วว่าตนเป็นนักร้อง
     และในภาพยนตร์เรื่องนี้ โอ๊ต-ปราโมทย์ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เมื่อทุกซีนที่เขาปรากฏตัวสามารถทำให้ทึ่งไปกับความสามารถของเขาได้อย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน จนบางครั้งยังแอบมีความรู้สึกลึกๆ ว่าเขาแบกภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ทั้งเรื่อง ที่สำคัญในบางมุมการแสดงของเจ้าตัวยังทำให้เรานึกถึงดาราตลกฮอลลีวูดชื่อดังหุ่นหมีอย่าง โจนาห์ ฮิลล์ (Jonah Hill) อีกด้วย น่าจับตาไม่น้อยว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนกับเส้นทางการแสดง
     3. มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการเปิดตัว โดยส่วนตัวรู้สึกว่า คุณวิสูตร พูลวรลักษณ์ ได้แสดงคอนเซปต์และจุดยืนในการสร้างหนังเรื่องต่อๆ ไปของ TMoment ผ่านภาพยนตร์เรื่อง โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง ได้เป็นอย่างดี นั่นคือการทำหนังกระแสหลัก (แมส) เน้นเสพง่าย ดูง่าย และขายได้ ฉะนั้นการดึงหนังตลกที่ไม่มีพิษมีภัยมาใช้เปิดตัวค่ายก็เป็นการป่าวประกาศแนวทางในการทำหนังของตัวเองที่ชัดเจน
     นอกจากนี้ครั้งหนึ่งเขายังเคยให้สัมภาษณ์กับ a day BULLETIN ไว้อีกด้วยว่า “เราอยากให้คนดูหนัง TMoment แล้วสนุก ได้ความบันเทิง เราฝันไว้แค่นี้ ถ้าคนตีตั๋วเข้ามาดูหนังเราแล้วเดินออกจากโรงอย่างยิ้มแย้ม มีความสุข แค่นั้นคือพอแล้ว” ซึ่งถ้าหากฟีดแบ็กของผู้ชมส่วนใหญ่เป็นไปในทางชื่นชมก็น่าจะตอบโจทย์ความเป็น TMoment ได้เป็นอย่างดี
 

เป็นหนังที่เราสามารถเดาเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ต่างๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก

สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดจากหนัง
    รู้สึกว่าเนื้อเรื่องของหนังประเภทนี้ และประเด็นที่นำเสนอบางประเด็นค่อนข้างมีความหมิ่นเหม่จะซ้ำซ้อนและเฝือจากหนังเรื่องอื่นๆ ในท้องตลาด เป็นหนังที่เราสามารถเดาเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ต่างๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก นอกจากนี้ด้วยการดำเนินเรื่องที่ไปเร็วมาเร็วเคลมเร็ว จึงไม่ได้ทำให้เราอินกับความสัมพันธ์ของ 4 เพื่อนตำรวจเท่าที่ควร
    ยังไม่นับเรื่องความไม่สมเหตุสมผลบางประการ (คนถ่ายคลิป) หรือการจมหายของนักแสดงคนอื่นๆ (ยกเว้น โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน) โดยเฉพาะ เชอรีน-ณัฐจารี หรเวชกุล ที่แม้จะเป็นนักแสดงนำ แต่ก็ไม่ได้แอร์ไทม์เพียงพอ เธอจึงไม่เป็นที่จดจำเท่าไรนัก น่าเสียดายที่เสน่ห์ของเธอสามารถทำให้ตัวละครมีนไปไกลได้มากกว่านี้แน่นอน เพียงแต่ติดอุปสรรคเรื่องบทที่ไม่ส่งกับเวลาในการปรากฏตัวที่น้อยเกินไปนั่นเอง
 

จงใช้ชีวิตของคุณให้มีความสุขที่สุดด้วยวิธีการของคุณเองซะ

เราเรียนรู้อะไรจากหนัง
    ‘จงมีความสุขกับการเป็นตัวเอง’ นี่คือข้อคิดหลักๆ ที่เราได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่จำเป็นว่าคุณต้องหุ่นดี ซิกซ์แพ็กบึ้ม และไม่จำเป็นว่าคุณต้องปั้นตัวเองให้ตัวใหญ่หุ่นหมีเพื่อให้ใครชอบ สิ่งสำคัญอย่างเดียวคือจงใช้ชีวิตของคุณให้มีความสุขที่สุดด้วยวิธีการของคุณเองซะ อย่าให้คำพูดของใครมาทำให้คุณเป็นทุกข์กับร่างกายของตัวคุณเอง (ยกเว้นว่าคุณเป็นทุกข์เอง หรือความสุขของคุณทำให้สุขภาพเสียก็คงต้องพิจารณาตัวเองใหม่!)
     นอกจากนี้เรายังเรียนรู้ว่าหนังบนโลกนี้มีหลายประเภท รสนิยมของคนก็หลากหลายเช่นกัน ดังนั้นถ้าอยากรู้ว่าหนังดีหรือไม่ดีอย่างไร การพิสูจน์ด้วยตัวเองก็คือทางออกที่ดีที่สุด

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหนัง
    เอ็ดดี้ เฮง กลายเป็นนักแสดงเพียงคนเดียวที่ได้เล่นหนังเปิดค่ายให้กับทั้ง TMoment และ GDH หลังจากเเยกออกมาจาก GTH โดยในเรื่อง โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง เขารับบทเป็น ‘ปลื้ม’ 1 ในแก๊ง 4 ตำรวจสายหมี ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ของฝั่ง GDH เขารับบทเป็น ‘ตีตี้’ เพื่อนแผนกไอทีของนายเด่นชัย (เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี)
 

พาผู้ใหญ่ไปดูน่าจะทำให้พวกเขาคลายเครียด และระเบิดเสียงหัวเราะไม่น้อย 

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร
    พาผู้ใหญ่ไปดูน่าจะทำให้พวกเขาคลายเครียด และระเบิดเสียงหัวเราะไม่น้อย แต่ถ้าคุณเป็นนักเรียนสายทำหนัง หรือเป็นคนชอบหนังแนวทดลอง ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ทางของคุณแน่นอน เพราะอาจจะทำให้คุณหงุดหงิดไปกับรายละเอียดดีเทลปลีกย่อยบางส่วนได้

ควรชวนใครไปดู
    ควรชวนพ่อแม่ ผู้ใหญ่ ครอบครัว หรือคนรักไปดู น่าจะได้รับประโยชน์จากความบันเทิง และประเด็นเนื้อหาของหนังที่ไม่หนักเกินไป เสพง่ายแน่นอน

ความคุ้มค่าต่อเงินที่เสียไป
    นานาจิตตัง ถ้ารู้สึกว่าอยากดู คิดว่าตัวเองชอบหนังกระแสหลัก เน้นเสพความเป็นคอเมดี หนังเรื่องนี้อาจจะคุ้มค่าต่อการเสียเงินทุกบาททุกสตางค์ตีตั๋วเข้าไปชม แต่หากคุณหวังจะเสพภาพยนตร์ที่มีความลุ่มลึก แฝงประเด็นข้อคิด และทำให้คุณอยู่ในห้วงของหนังเเบบสลัดไม่ออกจนต้องไปนั่งอ่านกระทู้อื่นๆ ของ Pantip ต่อ โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มค่าต่อการเสียเงินก็เป็นได้

ขอ 3 พยางค์จากหนังเรื่องนี้
     หมี พา เพลิน