HIGHLIGHTS:

  • Driver (คนขับรถ) จัดเต็มเรื่องฉากเลิฟซีนแบบไม่มีกั๊ก ชนิดที่ว่านักแสดงเล่นกันเปลืองตัวและแซบกันมากทีเดียว
  • ปมขัดแย้งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เดินไปสู่ความวิบัติ เกิดจากปัญหาการนอกใจกันและการกดภรรยาให้อยู่ใต้สามี

          หากมองกันแค่โครงเรื่องกับตัวนักแสดง Driver (คนขับรถ) (ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์, 2017) เป็นหนังทริลเลอร์-อีโรติกที่มีศักยภาพมากเพียงพอต่อการตรึงสายตาของคนดูให้คอยจับจ้องรอลุ้นจุดคลายปมของตัวละครที่ถูกกะเทาะเปลือกออกมาทีละชั้นอย่างหนักหน่วงและรุนแรง แต่ก็ยังมีจุดด้อยแฝงอยู่บ้างในบางขณะของหนัง 
          (คำเตือน: หลังจากย่อหน้านี้ อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วน)



          Driver เล่าเรื่องราวของครอบครัวผู้มีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง ซึ่งวันดีคืนดี สามี (ภูริ หิรัญพฤกษ์) ก็หายตัวไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ภรรยา (ศิตา ชุติภาวรกานต์) สงสัยและร้อนรนใจ จึงไปขอให้คนขับรถส่วนตัวของสามี (ปรมะ อิ่มอโนทัย) ช่วยขับรถสืบเบาะแสตามสถานที่ต่างๆ ที่สามีของตนเคยไป
          ระหว่างการเดินทางตามหาคนหาย หนังก็ค่อยๆ ย้อนกลับไปเล่าปมขัดแย้งในครอบครัวนี้ซึ่งมีปัญหาสามีนอกใจมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยมายาคติผู้ชายเป็นใหญ่ที่ถูกปลูกฝังจากค่านิยมภรรยาแบบไทยๆ ดังที่แม่พร่ำสอนลูกสาวให้คอยหลับหูหลับตาทำเป็นไม่เห็นความผิดของสามี เพื่อจะอยู่กันไปให้ตลอดรอดฝั่ง สุดท้าย ฝ่ายภรรยาจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนชีวิตคู่แบบนี้เรื่อยมา
          กระทั่งการหายตัวไปนานนับสัปดาห์ของสามี ผู้มีกิตติศัพท์เรื่องความเจ้าชู้ จึงทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของภรรยาขาดสะบั้น เธอจึงลุกขึ้นตามหาความจริงว่าสามีของเธอหายไปทำอะไรที่ไหนกับใครบ้าง
          การเดินทางตามหาสามีครั้งนี้ ทำให้เธอและคนดูค้นพบความจริงชวนเหวอของสามีหลายอย่าง เพราะใครจะคิดว่าผู้ชายที่ความต้องการทางเพศทะลักล้น ระดับที่ทำได้ทุกที่กับทุกคนหากโอกาสอำนวย จะเป็นการกระทำที่เกิดจาก ‘การแสดง’ 



          ทว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เปิดเผยความจริงของสามีเพียงเท่านั้น แต่มันยังค่อยๆ กะเทาะเปลือกของภรรยาและคนขับรถที่เดินทางร่วมกัน เราจะค่อยๆ เห็นตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองคนมากยิ่งขึ้น เมื่อนำเรื่องราวของคนทั้งสามมาปะติดปะต่อกัน มันก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนดูได้อย่างหนักหน่วงทีเดียว เพราะตลอดการเล่าเรื่องมีการส่งสัญญาณและการสร้างบรรยากาศหลอกคนดูอยู่เป็นระยะ
          แต่ปัญหาสำคัญเรื่องหนึ่งของ Driver คือบทและจังหวะในการทวิสต์ปมค่อนข้างเร็วเกินไป ทั้งที่ควรจะใช้เวลาในการเล่าเรื่อง ค่อยๆ คลี่คลายปมไปทีละนิด หรือเติมประเด็นทางจิตวิทยาเข้าไปอีกสักหน่อย เพื่อบิวด์ให้คนดูดำดิ่งไปกับบทบาทของตัวละครลึกลงไปอีกตามสไตล์ของหนังทริลเลอร์-อีโรติก ซึ่งมันส่งผลให้บทหนังและการเปลื้องผ้าของนักแสดงดูอ่อนลงไปถนัดตา จนเราไม่รู้สึกอยากติดตามตัวละครอีกต่อไป
          พูดให้ชัดก็คือ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ท้ายเรื่องเป็นแค่การรอดูต่อไปให้จบตามหน้าที่เท่านั้นเอง เพราะการทวิสต์ปมจากการตามหาสามีที่หายตัวไป มาเป็นการ ‘เอาคืนของภรรยา’ ที่ถูกมายาคติผู้ชายเป็นใหญ่กดหัวอยู่ตลอด จนวันหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรง
          พล็อตมาแบบนี้ หลายคนก็น่าจะพอเดาบทสรุปของตัวละครแต่ละตัวได้
          ในเชิงการเล่าเรื่อง แม้ว่าอาจจะมีบางส่วนที่ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยแม่นยำนัก มีหลายจุดที่หนังพลาดจนดรอปลงไปบ้าง แต่ในภาพรวมก็ถือว่าทำออกมาได้ดีระดับหนึ่ง โดยเร้าอารมณ์ของคนดูได้ทั้งในเชิงการสืบสวนสอบสวนและฉากอีโรติก