HIGHLIGHTS:

  • หนังเลสเบียนไม่ค่อยถูกพูดถึงในวงกว้างเท่าใดนัก ยิ่งแนวโรแมนติกยิ่งน้อย เราจึงเก็บมาฝาก เผื่อใครกำลังหาหนังดู
  • คัดมา 5 เรื่อง (ที่จริงยังมีอีกมาก สามารถแลกเปลี่ยนกันได้) ประกอบด้วย Saving face, I Can’t Think Straight, Bloomington, Imagine Me & You และ Show Me Love

          ในตลาดหนังบ้านเราอาจมีหนังเพศที่สามให้ดูกันมากขึ้น โดยเฉพาะหนังชายรักชายที่มีให้ดูหลากหลายแนว แต่หนังหญิงรักหญิงนั้นตลาดยังเล็กกว่า และไม่ค่อยถูกพูดถึงในวงกว้างมากนัก          
          หาดูยากนั่นหนึ่ง ไม่รู้จะดูเรื่องอะไรนั่นอีกหนึ่ง กลุ่มคนดูเฉพาะนั่นอีกหนึ่ง ถ้าไม่นับ Yes or No, ซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น (ดาว-ก้อย), Blue Is the Warmest Color และ ซีรีส์ The L Word ที่โด่งดังจริงๆ คนที่ไม่ได้ติดตามหนังแนวนี้ก็อาจไม่รู้ว่ายังมีขุมทรัพย์อยู่อีกมหาศาล
          ต่อไปนี้คือ 5 หนังเลสเบียนแนวโรแมนติกที่ดูแล้วหัวใจสดใส คุณภาพเยี่ยม นักแสดงยอด ใครที่เคยดูแล้วให้อุบไว้ก่อน แล้วมาดูว่ามีเรื่องที่คุณชอบอยู่ในนี้รึเปล่า ส่วนใครกำลังหาหนังเลสเบียนดูและอยากฟินกับความรักอ่อนละมุน ไปที่เรื่องแรกกันได้เลย


 
Saving Face (Alice Wu/USA/2004)
          เป็นเรื่องที่ได้รับการคอนเฟิร์มจากทุกเสียงว่าน่ารักมากกก เลยขอหยิบมาเล่าก่อน มีชื่อไทยว่า ‘หาพ่อใหม่ให้แม่ของฉัน’ ซึ่งเราควรข้ามๆ ไป จำว่า ‘Saving Face’ น่าจะเวิร์กกว่า
          หนังพูดถึงครอบครัวคนจีนที่อพยพมาอยู่อเมริกา ประกอบด้วย ตา ยาย แม่ และลูกสาว ครอบครัวค่อนข้างมีหน้ามีตาในสังคมพอสมควร แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง Hwei-Lan Gao คุณแม่ยังสาว ก็ดันท้องขึ้นมา (รับบทโดย Joan Chen) โดยไม่ยอมบอกว่าใครเป็นพ่อเด็ก สร้างความอับอายให้ตากับยายเป็นอย่างมาก จนเธอต้องหนีมาอยู่กับ ‘วิล’ ลูกสาวบุคลิกห้าวที่เป็นหมอ (รับบทโดย Michelle Krusiec) แต่ปัญหาก็เริ่มเกิดเมื่อ ‘วิล’ แอบคบอยู่กับ ‘วิเวียน’ นักบัลเลต์สาวสวยลูกคุณหนู (รับบทโดย Lynn Chen) และต้องคอยปิดบังแม่ไปเรื่อยๆ
          หนังดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ตัวละครมีเสน่ห์ล้นเหลือ ทั้งตัวแม่ที่ไม่ยอมรับว่าลูกตัวเองชอบผู้หญิงด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเองก็มีความลับที่ปกปิดอยู่ด้วย หรือแม้แต่ตัววิเวียนที่อยากเปิดเผยให้โลกรู้ว่ากำลังคบอยู่กับคุณหมอวิล แต่ตัววิลเองก็ยังไม่กล้า แม้ว่าจะรักมากขนาดไหนก็ตาม
          แม้เนื้อเรื่องจะสะท้อนให้เห็นการถูกกักขังอยู่ในกรอบของสังคม แต่วิธีแสดงออกและความน่ารักของฉากกุ๊กกิ๊กระหว่างวิลกับวิเวียน ก็ช่วยให้โลกสดใสขึ้นมาทันตา รวมถึงตัวละครแม่ก็โดดเด่นน่าประทับใจมาก จนเราเอาใจช่วยความรักของทุกคนในเรื่อง ตอนจบเป็นอย่างไรต้องหามาดูกันเอง แนวคุณหมอหน้านิ่งกับคุณหนูขี้อ้อนนี่ทำให้เขินสุดๆ


 
I Can’t Think Straight (Shamim Sarif/UK, INDIA/2008)
          หนังได้รับรางวัล  Best Fiction Feature ใน Miami Gay and Lesbian Film Festival ปี 2009 และมีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้ชม
          หนังเรื่องนี้พัฒนามาจากนวนิยายชื่อเดียวกัน เนื้อหาหยิบยกประเด็นสำคัญสองเรื่องมาเล่น คือพรมแดนเรื่องเชื้อชาติ และพรมแดนเรื่องเพศ
          ‘ทาลา’ สาวจอร์แดนที่มีเชื้อสายปาเลสไตน์ (รับบทโดย Lisa Ray) กำลังจะถูกจับแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก แต่แล้วเธอก็ได้พบกับหญิงชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดียชื่อ ‘เลลา’ (รับบทโดย Sheetal Sheth) ทั้งสองพูดคุย สนิทสนม จนกระทั่งตกหลุมรักกันและกัน มีฉากที่ไม่ควรพลาดอยู่หลายฉาก ส่วนหนังจะจบอย่างไรขอไม่สปอยล์
          สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ารักคือบุคลิกของตัวละครที่แตกต่างกัน คนหนึ่งเก่ง หัวก้าวหน้า ส่วนอีกคนเรียบร้อยกว่า เมื่อจับคู่กันจึงบังเกิดความสนุกและความน่าเอ็นดู อีกทั้ง Lisa Ray กับ Sheetal Sheth ก็เคยแสดงร่วมกันในหนังดรามาชื่อ The World Unseen
          นี่เป็นเคมีที่ลงตัวมากๆ ชื่นชมในการแคสต์ตัวแสดงที่ทำให้เราเชื่อว่าทั้งสองคนรักกันจริงๆ ทั้งถ่ายทอดเรื่องเชื้อชาติได้อย่างงดงาม


               
Bloomington (Fernanda Cardoso/USA/2010)
          เป็นหนึ่งในหนังตำนานเมื่อพูดถึงหนังหญิงรักหญิง เรื่องนี้เป็นรักต่างวัย ที่เหนือไปกว่านั้นคือเป็นรักระหว่างครูกับลูกศิษย์
          แจ็กกี (รับบทโดย Sarah Stouffer) สาวหน้าตาน่ารัก อดีตดาราเด็กยอดนิยม เธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ใช้ชีวิตใหม่แบบเด็กธรรมดา จนกระทั่งพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเธอเรียนเอกจิตวิทยาและได้พบกับอาจารย์สาว ‘แคทเธอรีน’ (รับบทโดย Allison McAtee) ทั้งสองทำความรู้จักกันผ่านทั้งเหตุการณ์ที่บังเอิญและตั้งใจ แต่ก่อนที่แจ็กกีจะรู้สึกอะไร เพื่อนๆ ก็เล่าให้เธอฟังว่าแคทเธอรีนเคยมีประวัติไม่ดีเรื่องมีความสัมพันธ์กับนักศึกษาสาวๆ ทั้งยังมีข่าวลือว่าเธอเป็นลูกสาวมาเฟียและเป็นแวมไพร์
          อย่างไรก็ตาม คนจะรักกัน อะไรก็ฉุดไม่อยู่ ทั้งคู่ทำความรู้จักกันในงานนัดพบของเอกจิตวิทยา พัฒนาความสัมพันธ์มากขึ้น เปิดเปลือยความรู้สึกและอดีตให้แต่ละฝ่ายได้สัมผัส แต่เมื่อความรักของทั้งคู่กำลังไปได้สวยก็เกิดจุดพลิกผัน เมื่อแจ็กกีต้องไปเล่นหนังในเมืองที่ห่างไกล ทั้งยังไม่สามารถเปิดเผยความรักครั้งนี้ได้ ทำให้คนดูต้องลุ้นแล้วลุ้นอีก
          นี่เป็นอีกเรื่องที่หวานปนเศร้า แต่ดูได้สบายๆ ไม่หดหู่มาก มีฉากให้ยิ้มเป็นระยะ เรื่องภาพและบทภาพยนตร์ไม่ต้องพูดถึงเพราะลงตัวมาก ตอนจบตรึงใจจนอยากให้หามาดูกัน


               
Imagine Me & You (Ol Parker/UK/2005)
          ชายหญิงที่คบกันมานานกำลังจะแต่งงานกัน เป็นคู่ที่ทุกคนเห็นว่าเหมาะสมกันอย่างที่สุด ชายแสนดีอย่าง ‘เฮกเตอร์’ (รับบทโดย Matthew Goode) กับสาวแสนสวยอย่าง ‘ราเชล’ (รับบทโดย Piper Perabo) ดูท่าจะไปด้วยกันได้ดี แต่ในวันแต่งงาน ราเชลกลับเกิดรักแรกพบกับ ‘ลูซ’ (รับบทโดย Lena Headey) สาวเจ้าของร้านดอกไม้ที่มาจัดงานให้ในวันแต่งงาน
          ราเชลใช้เวลาเพียง 3 วินาทีก็เกิด love at first sight เธอรู้สึกเหมือนรู้จักกับลูซมาเนิ่นนาน แล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์แบบเพื่อน โดยรู้ทั้งรู้ว่าในใจของแต่ละคนคิดอย่างไร ลูซนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าตัวเองชอบผู้หญิง ส่วนราเชลอยู่ในภาวะสับสนกับชีวิตแต่งงานที่ฝ่ายชายไม่ได้ทำอะไรผิด ภาวะทั้งเอาใจช่วยและเข้าใจตัวละครจึงเกิดขึ้นกับคนดูแทบตลอดทั้งเรื่อง
          หนังมีฉากเป็นประเทศอังกฤษ ให้ความรู้สึกคล้ายกับเรื่อง Nothing Hill อยู่มาก (พระเอกเรื่องนั้นเปิดร้านหนังสือ ส่วนนางเอกเรื่องนี้เปิดร้านขายดอกไม้) ใครที่ชอบหนังภาพสวยๆ ฟีลกู๊ด เพลงประกอบไพเราะ และมีบทสนทนากระแทกใจหลายช็อต น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก และสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดในเรื่องคือการเปิดกว้างเรื่องเพศที่สามในสังคม และไม่พยายามทำให้ผู้ชายเป็นตัวร้าย
          งดงาม ละมุนละไม และชวนให้ยิ้ม เพราะนักแสดงเหมาะสมกันมาก แม้ตอนนี้ลูซจะผันตัวไปเป็น เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ แห่ง Game of Thrones ซีรีส์อันโด่งดังแล้วก็ตาม


 
Show Me Love (Lukas Moodysson/Sweden/1998)
          หนังสัญชาติสวีเดนที่มีอายุเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ยังคงความงดงามไว้เต็มหัวใจ
          ‘อังเนส’ (รับบทโดย Rebecka Liljeberg) รู้ตัวว่าเป็นเลสเบียนตั้งแต่อายุ 14 ปี เธอมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม ไม่ค่อยมีเพื่อนที่โรงเรียน มีเพียงวิกตอเรีย เพื่อนที่เป็นอัมพาตตั้งแต่ยังเล็ก
          หนังเปิดเรื่องด้วยงานปาร์ตี้วันเกิดของอังเนส โดยมี ‘เอลิน’ (รับบทโดย Alexandra Dahlström) สาวฮอตที่หนุ่มๆ ทั้งโรงเรียนหมายปองมางานนี้ด้วย และเกิดเหตุการณ์ที่กระทบหัวใจของคนทั้งสอง เมื่ออังเนสเสียจูบแรกให้กับเอลิน ยิ่งไปกว่านั้นคืออังเนสแอบชอบเอลินมานานแล้ว หลังจากจูบนั้น เอลินจึงเริ่มสับสนในตัวเอง ทั้งไม่อยากยอมรับว่าตัวเองเป็นเลสเบียน จึงพยายามคบผู้ชายที่มาจีบ เรื่องไปกันใหญ่ เพราะเอลินเมินเฉยใส่อังเนส จนอังเนสทำร้ายตัวเอง ขณะเดียวกัน เอลินก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายใน ส่วนคนดูก็ต้องลุ้นว่าเด็กสาวที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะกล้ายอมรับตัวเองหรือไม่
          เรื่องนำเสนอประเด็นความสับสนของวัยรุ่นได้ดี ความแตกต่างระหว่างเด็กที่กล้ายอมรับตัวเอง กับคนที่ดูเหมือนกล้าหาญ เข้าสังคมเก่ง แต่ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงให้คนอื่นรับรู้
          หนังได้รับรางวัลถล่มทลายถึง 19 รางวัล และเข้าชิงอีก 8 รางวัลในเทศกาลหนังหลายประเทศ เป็นหนังดีที่ควรดูและเก็บเป็นความประทับใจอีกเรื่องหนึ่ง
               
          นอกจาก 5 เรื่องแนวโรแมนติก ยังมีหนังหญิงรักหญิงคุณภาพน่าดูอีกมาก ทั้ง Loving Annabelle, Handmaiden, Fingersmith, Carol, A Perfect Ending, Maria-sama ga miteru, Kyss Mig (Kiss Me, With Every Heartbeat), D.E.B.S ฯลฯ แตกต่างหลากหลายแนว อาจนำเสนอได้ไม่ครบถ้วน แต่ก็แลกเปลี่ยนกันได้เสมอ