SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • ธันวาคมที่ผ่านมา มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances ยืนยันว่ากายวิภาคของลิงวอกนั้นพร้อมแล้วสำหรับการพูดอย่างมนุษย์เรา ขาดก็แต่ระบบสั่งการจากสมองเท่านั้น
  • ผลการวิเคราะห์พบว่าในทางทฤษฎี ลิงวอกสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ใกล้เคียงกับรูปแบบของความถี่ที่มนุษย์สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงสระ /ae/ หรือ /a/ หรือแม้กระทั่งประโยคที่มีใจความครบถ้วนสมบูรณ์อย่าง “Will you marry me?”
ภาพถ่ายวิดีโอด้วยรังสีเอ็กซ์ แสดงให้เห็นความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงของอวัยวะในช่องปากทั้งหมดตั้งแต่ ลิ้น ริมฝีปาก และกล่องเสียง
     การเปล่งเสียงพูดเพื่อสร้างคำต่างๆ นั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ส่งผลต่อการสื่อสารและสร้างอารยธรรมอย่างยิ่ง นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามศึกษาเพื่อหาคำตอบมาตั้งแต่ยุคของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน (นักชีววิทยาชาวอังกฤษ, 1809-1882) แล้วว่า ความสามารถในการเปล่งเสียงพูดของมนุษย์นั้นมีต้นกำเนิดมาจากไหนกันแน่ และทำไมบรรดาสัตว์ในกลุ่มไพรเมตอย่างลิงทั้งหลายไม่สามารถพูดได้อย่างมนุษย์
     สมมติฐานแรกคือ วงจรประสาทในสมองของลิงไม่ซับซ้อนพอจะใช้ควบคุมกล่องเสียง ลิ้น และกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการออกเสียง แต่หลักฐานอีกด้านกลับบ่งชี้ว่าเป็นเพราะข้อจำกัดทางร่างกายที่ทำให้ลิงออกเสียงพูดเหมือนมนุษย์ไม่ได้
     เดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย เทคัมเซห์ ฟิตช์ (Tecumseh Fitch) แห่งภาควิชาชีววิทยาของการรู้คิด (cognitive biology) มหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยผ่านวารสาร Science Advances เพื่อยืนยันว่ากายวิภาคของลิงวอกนั้นพร้อมแล้วสำหรับการพูดอย่างมนุษย์เรา ขาดก็แต่ระบบสั่งการจากสมองเท่านั้น
     ทีมวิจัยเริ่มต้นด้วยการถ่ายคลิปวิดีโอด้วยรังสีเอ็กซ์ในขณะที่ลิงวอกกำลังแสดงสีหน้าและรูปปากแบบต่างๆ ทั้งตอนร้องเสียงต่ำๆ และกินอาหาร จากนั้นนำคลิปที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ แล้วดูว่าลิงวอกสามารถเปล่งเสียงอะไรออกมาได้บ้าง หากไม่มีข้อจำกัดด้านวงจรประสาท


ภาพ MRI กะโหลกของลิงวอก เพื่อนำมาทดลองสร้างเสียงสังเคราะห์ของมัน
     ผลการวิเคราะห์พบว่า ในทางทฤษฎีลิงวอกสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ใกล้เคียงกับรูปแบบของความถี่ที่มนุษย์สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงสระ /ae/ หรือ /a/ หรือแม้กระทั่งประโยคที่มีใจความครบถ้วนสมบูรณ์อย่าง “Will you marry me?”  ที่สำคัญอาสาสมัครที่ได้ฟังเสียงสังเคราะห์ของลิงสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเสียงสระพื้นฐานได้ถูกต้องถึง 98%
     งานวิจัยก่อนหน้านี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนที่ใช้ออกเสียงของไพรเมตจากซากศพซึ่งแตกต่างจากงานล่าสุดที่ใช้การวิเคราะห์จากภาพเคลื่อนไหวทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
     ลอรี ซานโตส (Laurie Santos) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเยลให้ความเห็นว่ายังคงมีปริศนาอีกมากรอให้นักวิทยาศาสตร์เข้าไปหาคำตอบ เช่น มนุษย์เริ่มพูดได้ตอนไหนกันแน่ การที่ลิงวอกมีโครงสร้างที่สร้างเสียงพูดคล้ายมนุษย์ได้ หมายความว่าไพรเมตที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากกว่าลิงวอก เช่น ลิงชิมแปนซี ก็น่าจะมีกายวิภาคที่คล้ายคลึงกัน ถ้าข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง การศึกษาสมองของลิงชิมแปนซีอย่างละเอียดก็น่าจะช่วยเผยให้เห็นถึงวงจรประสาทที่เฉพาะในมนุษย์เท่านั้น ซึ่งทำให้เผ่าพันธุ์ของเราพูดได้
     “งานวิจัยชิ้นนี้ได้เปิดประตูบานใหม่สู่การทำความความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อความสามารถด้านภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์” ซานโตสกล่าวปิดท้าย

Cover: Chaiwat Subprasom, Reuters/profile
อ้างอิง:
     - http://phys.org/news/2016-12-monkeys-vocal-anatomy-problem.html