SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • ประเทศเวียดนามกำลังจะทิ้งไทยไว้กลางทาง ด้วยนโยบายการพัฒนาประเทศที่เป็นไปอย่างมีวิสัยทัศน์ ส่งผลให้ทิศkทางการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเมืองศูนย์กลางความเจริญอย่างโฮจิมินห์ซิตี้ เริ่มก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่จะเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
  • โครงการปรับปรุงทางเท้า แก้ไขปัญหาหาบเร่ แผงลอย เชื่อมต่อโครงข่ายถนน กำลังจะเกิดขึ้นในโฮจิมินห์ซิตี้ โดยมีแผนดำเนินการภายในปี 2017 นี้
     ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตไปในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ‘ประเทศเวียดนาม’ ในวันนี้ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก และขึ้นแท่นประเทศเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติในการเป็นฐานการลงทุนและการผลิตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนประเทศไทยในฐานะคู่ค้า (และคู่แข่ง) ต้องร้อนๆ หนาวๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าเหตุผลข้างต้น คือนโยบายการพัฒนาประเทศที่เป็นไปอย่างมีวิสัยทัศน์ ส่งผลให้ทิศทางการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างโฮจิมินห์ซิตี้ เริ่มก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่จะเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

    และนี่คือ 5 การเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาเมืองของโฮจิมินห์ซิตี้ ที่จะเซอร์ไพรส์โลกในปี 2017 นี้

1. Sidewalk Revolution
     ปฏิวัติทางเดินเท้า ด้วยการรื้อถอนสิ่งแปลกปลอม เช่น ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้าที่เลิกใช้งาน และอื่นๆ อีกมากมาย (คล้ายๆ ที่กรุงเทพฯ เลยว่าไหม) ซึ่งตั้งขวางทางสัญจร เป็นอุปสรรคต่อการเดินเท้าของเหล่าคนเมืองออกไปจากบาทวิถี



2. Dedicated Area for Street Food
     
อุทิศเศษเสี้ยวพื้นที่ตามมุมเมือง จัดตั้งศูนย์รวมอาหารหาบเร่แผงลอย และบรรดาสตรีทฟู้ดสุดเก๋ไก๋ แบบตั้งใจวางแผนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการใช้ทางเท้าระยะยาว ซึ่งประเทศสิงคโปร์เคยทำสำเร็จมาแล้ว โดยใช้เวลาร่วม 10 ปี ในการจัดการปัญหาหาบเร่แผงลอยจนสามารถคืนความสุขให้กับทางเดินเท้าและเหล่านักเดินได้สำเร็จ โดยภาครัฐใช้วิธีการสร้าง Cluster ของร้านรวงต่างๆ กระจายไว้ทั่วเมืองตามจุดที่มีการใช้งานหนาแน่น เกิดเป็นฟู้ดคอร์ตแบบ Open-air รู้จักกันในชื่อ Hawker ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่โด่งดังไปทั่วโลก ร้านอร่อยเจ้าเก่าแก่แห่งสิงคโปร์ล้วนรวมตัวอยู่ที่นี่



3. New Elevated Roads
    
เมืองที่ดีจะต้องมีระบบถนนที่เชี่อมต่อถึงกันเป็นโครงข่าย แต่เพราะพื้นที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้นั้นมีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย สวนทางกับปริมาณรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวนมหาศาล (คล้ายๆ ที่กรุงเทพฯ อีกแล้วว่าไหม) ภาครัฐจึงวางแผนที่จะสร้างถนนลอยฟ้าเพื่อเพิ่มพื้นผิวจราจร ขึ้นอีก 5 สาย โดยเฉพาะบริเวณรอบสนามบินนานาชาติ Tan Son Nhat



4. Moving Underground
    
ตามที่บอกไปว่าพื้นที่เนื้อเมืองนั้นมีจำกัด ในขณะที่จำนวนประชากรในเขตเมืองก็เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อเพิ่มความหนาแน่นการใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเมือง นอกเหนือจากการเพิ่มชั้นขึ้นสู่ตึกสูงระฟ้า การเลือกใช้พื้นที่ใต้ดินก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี โฮจิมินห์ซิตี้จึงเริ่มดำเนินโครงการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใต้ดิน เป็นส่วนต่อขยายจาก Ben Thanh ตลาดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของนครโฮจิมินห์ โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการเงินจากประเทศญี่ปุ่นในการ โดยโครงการนี้ได้รับการอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างกว่า 365 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว



5. New Walking Street
    
ถนนท่องเที่ยวชื่อดัง Bui Vien ซึ่งมีเอกลักษณ์และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของนครโฮจิมินห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จำนวนมหาศาลในแต่ละปี มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าถนนข้าวสาร กำลังจะปรับสู่การเป็นถนนคนเดินในทุกสุดสัปดาห์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

 
     นี่เป็นเพียงน้ำจิ้มที่ประชาชนคนกรุงเทพฯ อาจจะต้องตาร้อนผะผ่าว เมื่อ 5 การเปลี่ยนแปลงข้างต้นเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง และก่อนที่ ‘ประเทศเวียดนาม’ จะทิ้งพวกเราไปอย่างไม่เห็นฝุ่น ภาครัฐ เอกชนและประชาชนควรเริ่มต้นนโยบายการพัฒนาเมืองเสียที หลังจากรีๆ รอๆ กันมานานนับร้อยปี
 
อ้างอิง:
- www.thansettakij.com/content/27253
- http://e.vnexpress.net/news/video/news/5-big-ways-saigon-is-changing-this-year-3560794.html
- www.newgeography.com/content/002738-the-evolving-urban-form-ho-chi-minh-city-saigon