HIGHLIGHTS:

  • เจฟฟ์ โจนส์ (Jeff Jones) ประธานบริษัท Uber ประกาศลาออก โดยให้เหตุผลว่าแนวทางของบริษัทไม่สอดคล้องกับตน และมองไม่เห็นอนาคตการทำงานที่นี่
  • ก่อนหน้านี้โจนส์เข้ามาทำงานเพื่อกู้ภาพลักษณ์ของ Uber โดยเฉพาะหลังจากเผชิญกับข่าวฉาวมาตลอดหลายปี แต่เป็นไปได้ว่ากระแสต่อต้าน Uber ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัท ทำให้เขาตัดสินใจลาออก
     เป็นข่าวที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกทันที เมื่อ เจฟฟ์ โจนส์ (Jeff Jones) ประธานบริษัท Uber ประกาศลาออกแบบฟ้าผ่าในวันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค. 60 หลังจากทำงานได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น!
     หลายฝ่ายต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่า สาเหตุของการลาออกครั้งนี้อาจมาจากทนกระแสต่อต้านจากสาธารณชนไม่ไหว และสุดจะทนกับพฤติกรรมของ ทราวิส คาลานิก (Travis Kalanick) ซีอีโอแห่ง Uber นั่นเอง
     อย่างไรก็ตาม โจนส์ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า แนวทางของบริษัทไม่สอดคล้องกับตนเองเท่าไร ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ พร้อมย้ำว่าไม่เห็นอนาคตของตนเองที่นี่
     “ผมเข้ามาทำงานที่ Uber เพราะพันธกิจและเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”
     ทว่าท่าทีของโจนส์กลับทำให้สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะคาลานิกดันประกาศว่า จะรับคนเข้ามาดูแลฝ่ายปฏิบัติงาน หรือ COO (Cheif Operating Officer) เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเข้าข่ายซ้ำซ้อนกับตำแหน่งที่โจนส์รับผิดชอบ

เจฟฟ์ โจนส์ ประธานบริษัท Uber
Photo: recode.net
 
     ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาในวันเดียวกัน (19 มี.ค. 60) นิวยอร์กไทม์สได้รายงานว่า ไบรอัน แมกเคลนดอน (Brian McClendon) รองประธานบริหารฝ่าย Maps and Business Platform ของ Uber ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะลาออกเช่นกัน แต่ยังคงทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท
     ก่อนหน้านี้ Uber ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านรุนแรงมาตลอด โดยเฉพาะปีนี้ เริ่มจากการประท้วง #DeleteUber เมื่อต้นปี ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการลบแอปฯ มากกว่า 200,000 ราย กรณี Waymo บริษัทของ Google ฟ้องร้องข้อหาขโมยเทคโนโลยีสำหรับรถไร้คนขับ ยังไม่รวมถึงการลดค่าตอบแทนและนโยบายอื่นๆ ที่เอาเปรียบผู้ขับขี่ ซึ่งจุดชนวนไปสู่สงครามราคากับผู้ขับขี่ Uber
     นอกจากนี้ Uber ยังมีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร เช่น อดีตวิศวกรหญิงของบริษัทถูกล่วงละเมิดทางเพศและเหยียดเพศ ตามมาด้วยคลิปสุดอื้อฉาวของคาลานิกที่ถูกสาธารณชนประณามว่า เขาปฏิบัติกับพนักงานขับรถไม่เหมาะสม

เหตุการณ์ประท้วง Uber ในสหรัฐอเมริกา
Photo:  Brendan McDermid, Reuters/Profile

 
ผู้บริหารแห่ถอนตัว ส่อวิกฤตสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก?
     ถ้าถามว่าการลาออกของเจฟฟ์ โจนส์ ส่งผลกระทบต่อ Uber มากน้อยแค่ไหน หากมองแค่ระยะเวลาการทำงานอาจจะไม่มากนัก เพราะโจนส์เข้ามาดำรงตำแหน่งไม่ถึง 1 ปี ย่อมส่งไม้ต่อให้คนอื่นได้อยู่แล้ว
     อย่างไรก็ตาม โจนส์ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงเบอร์ 2 รองจากคาลานิก และถูกมอบหมายให้เข้ามากู้ภาพลักษณ์ของบริษัทเมื่อปลายปีที่แล้ว การถอนตัวของเขาในช่วงที่ Uber เจอแรงต้านเช่นนี้อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทติดลบกว่าเดิม
     อันที่จริงหากมองข้ามเรื่องความไม่พอใจส่วนตัว เป็นไปได้ว่าโจนส์ตัดสินใจลาออกเร็ว เพราะเห็นว่าธุรกิจยังคงขาดทุน แม้ว่าบริษัทจะมีมูลค่าประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ VC หลายรายยังคงกังวลว่า Uber อาจไม่สามารถทำกำไรได้ในระยะยาว เมื่อพบว่าวิสัยทัศน์ของเขากับคาลานิกไม่ตรงกัน ก็ยากที่จะเดินต่อ

ไบรอัน แมกเคลนดอน
Photo: Jim Young, Reuters/Profile

 
     ในทางกลับกันเคสของไบรอัน แมกเคลนดอน นั้นแตกต่างไปจากโจนส์ ตรงที่เขาอยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องของ Waymo ในข้อหาขโมยเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับของ Google เนื่องจากแมกเคลนดอนเคยทำงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกันดีอย่าง Google Maps, Google Earth, Google Street View มานานกว่า 10 ปีนั่นเอง
     นอกจากนี้ยังมีพนักงานอีกหลายคนที่ลาออกในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สืบเนื่องมาจากคาลานิกมีนโยบายตรวจสอบพนักงานบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดพนักงานหญิง อาทิ Amit Singhal รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรม และเอ็ด เบเกอร์ (Ed Baker) รองประธานฝ่ายวิศวกรรม
     เท่ากับว่า Uber เสียบุคลากรมากความสามารถหลายคนไปในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตทั้งจากด้านนอกและในบริษัท ในแง่หนึ่งอาจเป็นโอกาสดีที่ Uber จะได้สะสางคดีความภายในองค์กรให้เสร็จสิ้น พร้อมกับลบล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของตนเองในคราวเดียว
     อย่างไรก็ตาม ปัญหาและความท้าทายที่รออยู่ก็คือ แม้ว่า Uber จะมีฐานผู้ใช้บริการในหลายประเทศ แต่โมเดลธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่และอัดโปรโมชันลดราคาเอาใจคนนั่ง ก็ยิ่งทำให้ Uber ยากที่จะขยายตัวและทำกำไรได้ทุกปี โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายในปัจจุบันยังไม่รองรับบริการดังกล่าวอย่างแท้จริง

ทราวิส คาลานิก ซีอีโอ Uber
Photo: Robert Galbraith, Reuters/Profile

ที่มา:
     - www.recode.net/2017/3/19/14976110/uber-president-jeff-jones-quits
     - www.reuters.com/article/us-uber-jeffjones-idUSKBN16Q0X3
     - www.nytimes.com/2017/03/19/business/jeff-jones-leaves-uber-ride-sharing-president.html?_r=2
     - www.businessinsider.com/uber-vp-of-maps-brian-mcclendon-is-leaving-2017-3