HIGHLIGHTS:

  • After You เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรก จำนวน 165 ล้านหุ้น เปิดตลาดที่ 11.50 บาท จากราคา IPO ที่ 4.50 บาท และปิดที่ 13.50 เพิ่มขึ้น 9 บาท (+200%) มูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 3,431 ล้านบาท
  • ข้อมูลจาก บมจ.หลักทรัพย์ ทิสโก้ ระบุว่า รายได้จากการขายและกำไรสุทธิของบริษัทมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ปี 2556 รายได้จากการขาย) อยู่ที่ 189 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท ส่วนไตรมาสที่ 3 ของปี มีรายได้จากการขาย 439 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท
  • บจ.หลักทรัพย์ ทิสโก้ วิเคราะห์ว่าเป็นราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 35% แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคของสาขาใหม่อาจไม่มากเท่ากับสาขาในเมือง
  • สรพล วีระเมธีกุล มีมุมมองเชิงบวกต่อ After You ทั้งในแง่โมเดลธุรกิจ ฐานะทางการเงิน และการตลาด พร้อมกับคาดว่าหุ้นจะโตในทิศทางที่ดีในระยะสั้น
  • นำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์ ชี้ว่า After You มีอัตรากำไรโดดเด่น และมีแนวโน้มเติบโตสูงจากการระดมทุนเพื่อขยายกิจการ แต่ยังมีความเสี่ยง พร้อมชี้แนะผู้ก่อตั้งธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว
     ในที่สุด วันนี้ After You ธุรกิจร้านคาเฟ่ขนมหวานและเบเกอรีครบวงจรชื่อดังเปิดซื้อขายหุ้นเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI)
     Money Channel รายงานว่า บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ได้กำหนดมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.10 บาท และเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป จำนวน 165 ล้านหุ้น โดยเมื่อเช้านี้ ราคาหุ้นของ After You เปิดตลาดที่ 11.50 บาท จาก IPO ที่ 4.50 บาท และปิดที่ 13.50 เพิ่มขึ้น 9 บาท (+200%) มูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 3,431 ล้านบาท
     สาเหตุที่การเข้าเทรดครั้งนี้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ ทั้งในสายตาของนักลงทุนและคนทั่วไป เพราะว่า After You เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และมีลูกค้าประจำเหนียวแน่น
     หลายคนอาจยังสงสัยว่า การลงทุนนี้จะคุ้มค่าหรือไม่?
     หรืออยากลองซื้อ แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มศึกษาจากอะไรบ้าง?
     The Momentum และ Money Channel ได้เชิญนักวิเคราะห์ด้านการลงทุนจาก บจ.หลักทรัพย์ ทิสโก้, สรพล วีระเมธีกุล จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง และ นำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์ จากบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องต้นและประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของการเข้าเทรดครั้งนี้


ถอดรหัสความสำเร็จของ After You ก่อนมองหุ้น
     The Momentum มองว่า After You เป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่นทางแบรนด์และผลิตภัณฑ์ จากการเปิดกิจการมา 9 ปี แต่ก็ยังครองใจลูกค้าไทยและต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง-สูง จนกลายเป็นธุรกิจไทยที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดมากที่สุดอีกรายหนึ่ง
     นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีไทยที่จะยืนหยัดได้ในอุตสาหกรรมธุรกิจคาเฟ่และขนมหวาน ซึ่งนอกจากจะมีการแข่งขันสูงแล้ว ยังต้องรับมือกับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองอีกด้วย
     บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า อุตสาหกรรมคาเฟ่ในไทย มีมูลค่าตลาดประมาณ 9.1 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% ของอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น โดยรายได้ของ After You คิดเป็นประมาณ 3-4% ของอุตสาหกรรมคาเฟ่ (ปี 2557) และมีศักยภาพที่จะเติบโตในอนาคต
     อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การบริหารของ After You ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ ในแง่ระบบการจัดการ การผลิต วัตถุดิบ และการบริการที่รอบด้านและมีมาตรฐาน จนสามารถขยายสเกลธุรกิจมาเปิดให้บริการ 18 สาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ร้านน้ำแข็งไสเมย์โกริมี 2 สาขา และมีลูกค้าค่อนข้างเฉพาะกลุ่มมากกว่า
     ในแง่โครงสร้างธุรกิจ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด แบ่งเป็นร้านขนมหวาน และบริการจัดงานนอกสถานที่และการรับจ้างผลิต มีทีม R&D คอยพัฒนาสูตรใหม่ๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้รายได้ 99% ของบริษัทมาจากร้าน After You และเมย์โกริ รวมกัน 20 สาขา และเตรียมขยายเป็น 30 สาขา ภายในปี 2561 ปัจจุบัน บริษัทได้เปิดโรงงานใหม่ที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งสามารถรองรับการผลิตได้สูงสุด 40-45 สาขา
     ที่ผ่านมา After You เน้นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก มากกว่าการลงทุนโฆษณาผ่านสื่อหลักอย่างธุรกิจร้านค้าและแฟรนไชส์ร้านอาหารรายอื่น ก็ยิ่งตอกย้ำว่าทั้งแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ After You มีความแข็งแรงและทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันจริง จึงมีศักยภาพที่จะเติบโตและขยายสาขาไปได้มากกว่าปัจจุบัน
     อันที่จริง หากย้อนกลับไปพิจารณาถึงผลดำเนินการย้อนหลังของ After You ซึ่ง The Momentum เคยสรุปไว้ในบทความที่แล้ว จะพบว่ารายได้จากการขายและกำไรสุทธิของบริษัทไม่เคยตกลงเลยสักปีเดียว แต่กลับมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2013 จนถึง 9 เดือนแรกของปีนี้*
     ปี 2013 มีรายได้จากการขาย 189 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6 ล้านบาท
     ปี 2014 มีรายได้จากการขาย 311 ล้านบาท กำไรสุทธิ 46 ล้านบาท
     ปี 2015 มีรายได้จากการขาย 414 ล้านบาท กำไรสุทธิ 58 ล้านบาท
     9 เดือนแรกของปี 2016 มีรายได้จากการขาย 439 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท
     ถ้าหาก After You สเกลได้ ปรับกลยุทธ์โดยยังคงรักษาแบรนดิ้งเอาไว้ ก็น่าจะมีโอกาสที่จะไปต่อได้อีกไกล
(*ข้อมูลจาก บมจ.หลักทรัพย์ ทิสโก้ ประจำวันที่ 23 ธ.ค. 2559 อัพเดตเพิ่มเติมจากบทความ ดีเดย์! After You เตรียมเคาะราคาขาย ก่อนเข้าตลาดหุ้น 23 ธันวาคมนี้)
 

การเติบโตในอนาคตยังมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคของสาขาใหม่
อาจไม่มากเท่ากับสาขาในเมืองทำให้การเติบโตของสาขาใหม่อาจต่ำกว่าที่คาด

เมื่อ After You เข้าตลาดหุ้น การลงทุนนี้จะคุ้มค่าในระยะสั้นหรือระยะยาว?
     ในประเด็นของราคา IPO ทาง บจ.หลักทรัพย์ ทิสโก้ กล่าวว่าเป็นราคาที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับการเติบโตในอนาคต
     “เนื่องด้วยบริษัทอาฟเตอร์ยู มีการเติบโตจากการขยายสาขาที่สูง ทำให้ราคา IPO ที่ 4.50 บาท เป็นราคาที่ไม่แพง เมื่อเทียบอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 35% เนื่องจากการขยายสาขาที่สูงถึงปีละ 5-6 สาขา เพื่อให้ได้เป้าที่ 30 สาขาภายในปี 2561 จะได้มูลค่าที่เหมาะสมของบริษัทที่ 6-7.15 บาท อย่างไรก็ตาม การเติบโตในอนาคตยังมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคของสาขาใหม่อาจไม่มากเท่ากับสาขาในเมืองทำให้การเติบโตของสาขาใหม่อาจต่ำกว่าที่คาด”
     บจ.หลักทรัพย์ ทิสโก้ ยังระบุว่า บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะของบริษัท หลังหักภาษีนิติบุคลลและเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด (ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องทางการเงิน ภาวะเศรษฐกิจ และความจำเป็นในการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน)
     ขณะที่ สรพล วีระเมธีกุล จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าสถานการณ์หุ้นของ After You ค่อนข้างไปได้สวย หากมองในระยะสั้น
     “เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ After You ทั้งในแง่ฐานะทางการเงินและการตลาดฯ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการเปิดให้บริการคาเฟ่ขนมหวานเพียง 9 ปี แต่สามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
     “เรามองว่าในระยะสั้น ราคาหุ้นจะ perform ได้ดี เนื่องจากจำนวนหุ้นถึงมือประชาชนทั่วไปเพียง 64 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นเพียง 8.8% ของหุ้นทั้งหมด ประกอบกับอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลังสูงถึง 48% และมีกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 64%
     “ขณะที่ภาพในปี 2560-2561 ยังดูดี เนื่องจากจำนวนสาขาในปัจจุบันยังถือว่าต่ำและมีโอกาสขยายอีกมากกว่า 15-20 สาขา (เพิ่มอีก 1 เท่าจากปัจจุบัน) ทำให้ภาพระยะสั้น-กลางของ After You ดูน่าสนใจ
     “ในระยะยาว เรามีมุมมองเป็นกลาง เรายังไม่มีคำแนะนำพื้นฐานในขณะนี้เนื่องจากเรามีข้อมูลที่จำกัด แต่หากนับอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง จะพบว่าบริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยสูงถึง 85% (เทียบกับคาเฟ่และบาร์แค่ 2.5%) สำหรับในอนาคตอ้างอิงจาก consensus คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตเฉลี่ย 3 ปี (2559-2561) ประมาณ 30% ซึ่งเรามองว่าเป็นไปได้
     “เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทมีจำนวนสาขาเพียง 20 สาขา หากใช้สมมติฐานการขยายสาขาใหม่ปีละ 5 สาขา/ปี (อ้างอิงจากผู้บริหาร) และอัตราการเติบโตรายได้เฉลี่ยต่อร้าน ประมาณ 5% ซึ่งถือว่า conservative หากเทียบกับปัจจุบันที่ 14.5% ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 30% ถือว่าเหมาะสม
     “ในแง่โมเดลธุรกิจ ปัจจุบัน After You มีสมาชิกสูงกว่า 220,000 คน ร้านส่วนมากตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มีพื้นที่ให้บริการเฉลี่ยประมาณ 110 ตารางเมตร คาดรายได้เฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 28-30 ล้านบาท โดยใช้เงินลงทุน (Capex) ประมาณ 5-7 ล้านบาทต่อสาขา
     “ฉะนั้นเราคาดว่าบนสมมติฐานที่บริษัทฯ สามารถคงยอดขาย/สาขา (%SSG) ให้อยู่ในระดับสูง 14.5% (อ้างอิงข้อมูล จากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 9 เดือนของปี 2559) ได้นั้น เราเชื่อว่าโมเดลร้าน After You จะมีจุดคุ้มทุนภายใน 2-2.5 ปี”
 

เรามองว่าในระยะสั้น ราคาหุ้นจะ perform ได้ดี
เนื่องจากจำนวนหุ้นถึงมือประชาชนทั่วไปเพียง 64 ล้านหุ้น
หรือคิดเป็นเพียง 8.8% ของหุ้นทั้งหมด ประกอบกับอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 3 ปี
ย้อนหลังสูงถึง 48% และมีกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 64%

ความเสี่ยงของ After You ที่ควรศึกษาก่อนลงทุน
     อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขยายธุรกิจของ After You ยังมีความเสี่ยง เนื่องจากธรรมชาติของตลาดในอุตสาหกรรมนี้นั้นมีการแข่งขันสูงและมีคู่แข่งใหม่ๆ จ้องจะแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ทุกเมื่อ
     สรพล วีระเมธีกุล อธิบายว่า “ร้านคาเฟ่ขนมหวานมีการแข่งขันที่สูง และ Barriers to Entry หรือมีอุปสรรคในการเข้าอุตสาหกรรมค่อนข้างต่ำ เรามองว่าในปี 2560-2561 บริษัทอาจมีเงินสดในมือสูงเกินความจำเป็น”     
     ทางด้าน นำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า After You มีอัตรากำไรโดดเด่น และมีแนวโน้มเติบโตสูงจากการระดมทุน ทั้งนี้เนื่องจาก เมย์-กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง สามารถพัฒนาสูตรขนมหวานเอง เมนูขนมของร้านจึงมีซิกเนเจอร์ที่ต่างไปจากคู่แข่งในตลาด และยังตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
     ขณะที่แม่ทัพ ต.สุวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้ง มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและวางระบบที่รอบด้าน ทั้งด้านบุคลากร สต็อกสินค้า ระบบการผลิต และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ธุรกิจขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วกว่าช่วง 5 ปีแรก
 

“แม้ว่าคุณเมย์จะเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของลูกค้าสม่ำเสมอ
แต่กระแสความนิยมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก
หากไม่สามารถคิดสูตรเมนูที่ได้รับความนิยม ย่อมมีผลต่อยอดขายและกำไรในอนาคตของ After You มาก

     อย่างไรก็ตาม นำชัยแนะว่าถ้าหากขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับรสนิยมความชอบของลูกค้าที่เปลี่ยนเร็ว ก็อาจได้รับผลกระทบได้เช่นเดียวกับคู่แข่งรายอื่น
     “โอกาสการเติบโตในอนาคตยังสามารถขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ได้อีกมากเมื่อเทียบกับธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น เอ็มเคสุกี้ พิซซ่าคอมปานี สเวนเซนส์ เป็นต้น นอกจากนี้ ด้วยแบรนด์ของ AU ทำให้มีโอกาสเติบโตในธุรกิจ OEM หรือ Catering อีกด้วย ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่สูงกว่าการขายหน้าร้าน”
     “แม้ว่าคุณเมย์จะเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของลูกค้าสม่ำเสมอ แต่กระแสความนิยมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก หากไม่สามารถคิดสูตรเมนูที่ได้รับความนิยม ย่อมมีผลต่อยอดขายและกำไรในอนาคตของ After You มาก
     “การกระจุกตัวของสาขา สาขาทั้งหมดของ After You อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ปัญหาความไม่สงบทางการเมือง อุทกภัย เป็นต้น อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
     “การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค กระแสรักสุขภาพอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจริญเติบโตของบริษัทได้”

    ขอบคุณการสนับสนุนข้อมูลจาก Money Channel

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai​
อ้างอิง:
     - http://www.moneychannel.co.th/news_detail/14505