HIGHLIGHTS:

  • เดินเที่ยวไทเปแบบพกพาไกด์บุ๊ก แต่ไปในที่ที่ไม่มีอยู่ในไกด์บุ๊ก (เล่มที่พกติดตัว)
  • ‘Zhong Shan 18 K Plus’ ที่รวมของร้านเล็กๆ 5 ร้าน ตั้งแต่ร้านตัดผมไปจนถึงสตูดิโอของนักออกแบบ
  • ‘pon ding’ ร้ายขายชา กาแฟ นิตยสารศิลปะ/งานออกแบบ และสถานที่แสดงงานศิลปะ
  • ‘Yue Yue & Co’ ร้านหนังสือสุดแสนโรแมนติก
          ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าผู้เขียนไม่ได้เป็นนักเดินทางประเภทต้องค้นหาสถานที่นอกไกด์บุ๊กหรือเที่ยวไทเปแบบคนไทเป แต่เป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาที่พกพาไกด์บุ๊กติดตัวตลอดเวลา และพยายามตามเก็บแลนด์มาร์กสำคัญที่มีอยู่ในไกด์บุ๊กเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย  
​          แต่สถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นสเปซเล็กๆ แต่น่ารัก (ใช้คำว่า ‘สเปซ’ เพราะถ้าเป็นร้านก็มักจะขายมากกว่าหนึ่งอย่าง หรือทำมากกว่าหนึ่งสิ่ง) ที่ผู้เขียนบังเอิญเดินผ่าน หรือไม่ก็เดินเข้าไปตามตรอกซอกซอยนอกเหนือเส้นทางที่ไกด์บุ๊กระบุพิกัดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเอาไว้นิดหน่อย เพราะถ้าออกไปไกลมากก็จะหลงทางเอา
​          แน่นอนว่าสเปซเหล่านี้ไม่ใช่ที่เร้นลับ บางที่คงปรากฏอยู่ในหนังสือบางเล่ม บางที่ผู้เขียนก็พบในไกด์บุ๊กเล่มอื่นในภายหลัง เพียงแต่เล่มที่ผู้เขียนพกติดตัวมาด้วยไม่ได้แนะนำเอาไว้

Zhong Shan 18 K Plus
​          สเปซแรกอยู่แถวจงชาน (Zhong Shan) หนึ่งในย่านอารยธรรมการช็อปปิ้งในไทเป นอกจากห้าง Shinkong Mitsukoshi ที่แบ่งเป็นสามตึก ย่านนี้ยังเต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้า ร้านตัดผม คาเฟ่ และร้านอาหารจำนวนมาก ถ้าใครชอบช็อปปิ้งแนวเดินลัดเลาะไปตามถนน ย่านนี้น่าจะเดินสนุก เพราะมีร้านรวงเรียงรายตลอดสองข้างถนนเหมือนกับซอยเล็กซอยน้อย ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะได้พบกับวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่


          ผู้เขียนมาเดินเล่นในย่านนี้ตามที่ไกด์บุ๊กบอกแบบเดินมั่วซั่วไปเรื่อย และตื่นตาตื่นใจไปกับร้านตัดผมที่มีอยู่มากมายมหาศาล จนกระทั่งหันไปเห็นบ้านหน้าตาแบบบ้านญี่ปุ่นหลังเล็กๆ ตอนเดินผ่านรอบแรกเห็นคนนั่งดื่มชากาแฟกันเต็มหน้าบ้าน ก็คิดว่าเป็นร้านกาแฟนั่นแหละ ดูน่ารักกิ๊บเก๋ดี คิดไว้ว่าเดี๋ยวจะแวะมาลองชิม จนกระทั่งเดินกลับมาอีกทีก็เห็นป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ‘Zhong Shan 18 K Plus’ แล้วก็มีรูปกราฟิกที่บอกเป็นนัยว่าข้างในเป็นอย่างไร พอเดินเข้าไปก็พบว่าข้างในแบ่งเป็นร้านเล็กๆ 5 ร้าน บวกห้องน้ำแบบนั่งยอง (จะบอกทำไม!)

 
          ร้านแรกทางขวามือคือร้านตัดผมซึ่งราคาโหดใช้ได้ ค่าสระผม 400 ดอลลาร์ไต้หวัน ค่าตัด 1,000-1,500 ค่าทำสี ทรีตเมนต์ แต่งหน้า และอื่นๆ ก็จะแพงขึ้นไปอีก พอเลี้ยวขวาไปตามทางก็พบกับร้านที่ดูเหมือนจะขายขนมญี่ปุ่น ลึกเข้าไปเป็นร้านขายชา กาแฟ และไอศกรีม ถัดจากร้านขนมเป็นร้านขายของโบราณ ของสวยงาม ราคาก็งามตามความสวย ส่วนร้านสุดท้ายอยู่ทางขวามือ ดูผ่านๆ เหมือนเป็นร้านขายซีดีเพลงเพราะมีโปสเตอร์วง Franz Ferdinand โดดเด่นอยู่กลางร้าน แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ จนเห็นป้าย จึงรู้ว่ามันคือสตูดิโอออกแบบกราฟิกชื่อ Misc Studio ลองแวะชมผลงานในเว็บไซต์ได้ เก๋ไก๋ไม่เบาเลยทีเดียว



พิกัด: เดินทางโดย MRT สายสีเขียวและสีแดง ขึ้นที่สถานี Zongshan (G14/R11) ทางออกหมายเลข 4 ออกจากสถานี จะเห็นด้านหน้าฝั่งตรงข้ามถนนจะเป็นทางออกหมายเลข 1 ขวามือเป็นช็อปอาดิดาส ซ้ายมือเป็นห้าง Shinkong Mitsukoshi ตึก 3 ให้เดินไปทางถนนเล็กๆ ข้างๆ ห้าง ตรงไปเรื่อยๆ คอยสังเกตซอยย่อยๆ ฝั่งขวามือ จะเห็นป้าย Lane 26 เดินเข้าไปจนถึงตึกสีขาวๆ จะเจอบ้านญี่ปุ่นอยู่ขวามือ ซ้ายมือเป็นร้านตัดผมสุดชิค สถานที่น่าสนใจใกล้เคียงคือ SPOT: Taipei Film House

pon ding
          สเปซต่อมาชื่อ pon ding ยังอยู่ในละแวกจงชาน แต่เดินออกมาค่อนข้างไกล ถ้าอยู่กรุงเทพฯ จะแนะนำให้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ที่ไทเปไม่มี เดินเอาหน่อยละกันนะครับ พอให้เหงื่อซึมๆ
        

          สเปซแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอย Lane 53 ผู้เขียนพบโดยบังเอิญหลังจากกินข้าวแถวนั้น เดินเข้าไปใน Lane 53 ได้สัก 50 เมตร สเปซนี้จะอยู่ขวามือ มีป้ายสีดำแผ่นเล็กๆ ตั้งอยู่ที่พื้น เขียนว่า art, books, café มีโลโก้เขียนว่า pon ding อยู่ด้านล่าง
          (ผู้เขียนไปที่ pon ding ประมาณกลางเดือนกันยายน ได้ข่าวมาว่าทางร้านกำลังจะปิดปรับปรุงช่วงเดือนตุลาคม ใครผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมแวะชมและถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะครับ)
 

          ที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่ขายชา กาแฟ นิตยสารศิลปะ และงานออกแบบเก๋ๆ มีทั้งของฝรั่ง ญี่ปุ่น และของไต้หวัน มีที่ให้นั่งดื่มเครื่องดื่มและอ่านหนังสือราว 7-8 ที่ หนังสือที่ทางร้านเลือกมาวางขาย เป็นแนวที่ดูแล้วได้แรงบันดาลใจ  งานที่โดดเด่นคือ พวกบุ๊กอาร์ตกึ่งทำมือของศิลปินไต้หวัน หลายเล่มน่ารักมากๆ
          หลังจากเดินวนดูหนังสือได้สักพัก คนในร้านก็แนะนำว่าที่ชั้นสามมีงานศิลปะจัดแสดง ส่วนที่ชั้นสองกำลังเตรียมจัดอีกงานหนึ่ง
 

          พอเดินขึ้นไป คนในร้านก็เดินตามมาอธิบายงานด้วย งานที่จัดแสดงชื่อ Younique ไอเดียเบื้องหลังคือความเชื่อที่ว่าคนเราทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยศิลปิน 4 คนเลือกรูปจากอินสตาแกรมที่ทำให้เขาหรือเธอเกิดแรงบันดาลใจสำหรับการสร้างงานคนละ 3 ชิ้น
          งานของศิลปินมีทั้งแบบที่เอาเสื้อผ้าเก่ามาพับและตัดเย็บเป็นหน้าตาคน ดูคล้ายๆ กับงานวาด มีงานที่เล่นกับแสงเงา งานปั้นเซรามิก แต่งานที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดคือวัตถุจัดแสดง เป็นต้นไม้ มีสามชิ้น ชิ้นที่ชอบมากคือ ต้นอะไรสักอย่างที่มีกิ่งก้านเล็กๆ โผล่ออกมาจากก้อนที่เหมือนกับเป็นลำต้นของมัน แล้วก็มีแสงเงาส่องกระทบผนังของห้องจัดแสดง
          คนในร้านที่เดินตามมาอธิบายว่างานนี้เน้นความสัมพันธ์ของกิ่งก้านใบของต้นไม้ที่พอมันโตขึ้นก็ต้องไปกระทบกับสภาพแวดล้อม ตัวอาคาร และแสงเงา เหมือนกับคนเราเมื่อเติบโตขึ้นก็ต้องมีความสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ต่างจากต้นไม้  

พิกัด: สถานี Zongshan (G14/R11) ทางออกหมายเลข 2 เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกใหญ่ เห็นธนาคาร E. Sun Bank อยู่ฝั่งตรงข้าม ข้างธนาคารเป็นร้านขายราเมน ให้ข้ามถนนไปฝั่งธนาคารแล้วเดินไปทางขวามือผ่านร้านราเมน เดินตรงไปจนถึงสี่แยกใหญ่อีกแยก จะเห็นธนาคาร TC Bank อยู่ซ้ายมือ ก็ข้ามถนน จะเจอร้านขายงานเย็บปักถักร้อย เดินตรงไปเรื่อยๆ จนเจอป้าย Lane 53 ต้นซอยซ้ายมือเป็นร้านอาหารจีน/ญี่ปุ่น อีกฝั่งเป็นร้านตัดสูทชื่อ Arts เดินเข้าซอยไปประมาณ 50 เมตร pon ding จะอยู่ขวามือ สถานที่น่าสนใจใกล้เคียงคือ MOCA: Museum of Contemporary Art Taipei

Yue Yue & Co
          สเปซสุดท้ายชื่อ ‘Yue Yue & Co’ เป็นร้านหนังสือสุดโรแมนติก ตั้งอยู่ในบริเวณ Songshan Cultural and Creative Park อันเป็นที่ตั้งของ Taiwan Design Center หน่วยงานที่มีหน้าที่ผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และงานออกแบบคล้ายกับ TCDC ในบ้านเรา นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์การออกแบบและพื้นที่สำหรับจัดแสดงงาน
          นิทรรศการต่างๆ โดยทั้งหมดปรับปรุงมาจากโรงงานยาสูบของญี่ปุ่น (ครั้งหนึ่งไต้หวันเคยตกอยู่ใต้การปกครองของญี่ปุ่น) อาคารโดยรอบจึงมีหน้าตาเหมือนโกดังสองชั้นเรียงรายรอบสวนร่มรื่นที่อยู่ตรงกลาง
บริเวณเดียวกันยังมีอาคาร Taipei New Horizon ซึ่งปีกหนึ่งของอาคารเป็นศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้งงานดีไซน์ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ Eslite ร้านขายชาหลากหลายแบรนด์ของไต้หวัน มีโรงภาพยนตร์ฉายหนังอาร์ต ฯลฯ และอีกปีกของอาคารเป็นโรงแรม Eslite
          ผู้เขียนตั้งใจจะมาที่นี่ช่วงบ่าย แต่กว่าจะเจอก็เล่นเอาเหนื่อย เพราะเดินอ้อมหลงทางไปประมาณหนึ่งบล็อกถนนกว่าๆ หลังจากเดินหลงอยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็มาถึงปาร์กราวๆ 4 โมงเย็น เวลาปิดของพิพิธภัณฑ์และงานจัดแสดงคือ 6 โมงเย็น จึงขึ้นไปเดินเล่นบนตึก Eslite
          จากด้านบน มองลงไปเห็นคล้ายๆ สวน เมื่อลงไปดู เดินเลี้ยววนไปมาจนกระทั่งเจออาคารชั้นเดียว แต่ยังไม่เห็นด้านหน้า เพราะมีตู้น้ำหยอดเหรียญบังสายตา พอเดินมาเห็นด้านหน้าเท่านั้นแหละ เหมือนมีลำแสงแฮปปี้วาบขึ้นมาในหัว โอ้โฮ! ร้านหนังสืออะไรจะน่ารักโรแมนติกได้ขนาดนี้ 
 

          ร้านนี้เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวสีเขียว ด้านนอกหน้าร้านมีม้านั่งเรียงราย ถ้านั่งหันหลังให้ร้าน วิวด้านหน้าจะเป็นบ่อน้ำ (มีป้ายระบุว่าบ่อน้ำนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้บริหารจัดการน้ำในโรงงานยาสูบ และที่สำคัญคือเก็บน้ำไว้ใช้ดับไฟยามเกิดเหตุเพลิงไหม้)



          เมื่อเดินเข้ามาในร้านก็พบกับหนังสือที่ถูกจัดเป็นหมวดหมู่และคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ดูจากหน้าปกและหนังสือแปลบางเล่ม พบว่าหนังสือพวกนี้พอหาได้ในร้านหนังสือใหญ่ แต่เมื่ออยู่ในร้านนี้ก็ถูกจัดวางไว้อย่างโดดเด่นพอสมควร ในร้านมีชา-กาแฟขายด้วย บรรยากาศภายในร้าน ทั้งการจัดวางโต๊ะ แสงไฟ และชั้นหนังสือ น่ารักอบอุ่นสุดๆ ผู้เขียนเข้าไปในช่วงที่ร้านกำลังเตรียมจัดงานพูดคุยเกี่ยวกับประเด็น LGBT พอดี จึงมีโต๊ะสำหรับหนังสือในหมวดนี้โดยเฉพาะ ดูและเดาจากหน้าปกก็มีทั้งวรรณกรรม สารคดี และงานวิชาการ  
          ก่อนออกจากร้าน ถามพนักงานว่าชื่อร้านอ่านว่าอะไร เธอออกเสียงว่า ‘เยว่ เยว่’ (Yue Yue) มีความหมายในทำนองว่า ‘Reading is happy.’
          สำหรับคนรักหนังสือ แม้จะอ่านหนังสือในร้านไม่ออกสักเล่ม แต่ร้านหนังสือที่ผ่านการคิดมาอย่างประณีตในทุกๆ เรื่อง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มีความสุขที่ได้มาเยือน

พิกัด: เดินทางโดย MRT สายสีฟ้า ขึ้นที่สถานี Sun Yat-Sen Memorial Hall (BL17) ทางออกหมายเลข 5 จะมีป้ายบอกทางไป Songshan Cultural and Creative Park ให้เดินไปตามทาง จริงๆ มีทางที่ลัดกว่านั้น แต่ขออนุญาตไม่บอก อยากให้เดินไกลๆ กันบ้าง (ฮา) พอเข้าไปในปาร์ก เดินไปทางตึก Taipei New Horizon ปีกฝั่งโรงแรม ร้านเยว่ เยว่ จะอยู่บริเวณนั้น สถานที่น่าสนใจใกล้เคียงคือ Sun Yat-Sen Memorial Hall


ขอบคุณภาพถ่าย โดย สุธิดา ชลชลาธาร ผู้เป็นทั้งไกด์และล่ามส่วนตัวของผู้เขียนตลอดทริปนี้