ไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของพวกเขา

“ผมกล่าวคำลากับพวกเขา และพวกเขาบอกกับผมว่าพวกเขากำลังจะไปตามล่าความฝัน พวกเขาจะทำความฝันให้เป็นจริง แต่ความฝันนั้นจบลงแล้วเมื่อเช้านี้” ดาวิด เด เนส ฟิลโญ ประธานคณะกรรมการที่กำกับดูแลสโมสรชาเปโคเอนเซ กล่าวถึงเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง

ชาโปโคเอนเซ สโมสรที่เป็นความหวังดวงเล็กๆ ของชาวบราซิล เสียชีวิตเกือบยกทีมจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่โคลอมเบีย

หนึ่งในนั้นคือ ติอากวินโญ กองหน้าวัย 22 ที่เพิ่งจะได้ข่าวดีว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ภาพจากคลิปวิดีโอสั้นๆ ของติอากวินโญ ที่กระโดดดีใจสุดชีวิตกับเพื่อนร่วมทีมที่มาแจ้งข่าวดีให้ทราบ และภาพการฉลองชัยในห้องแต่งตัวจากชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา มันทำให้ยากจะเชื่อว่านักเตะทีมนี้ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว

นี่คือโศกนาฏกรรมที่ทำให้โลกลูกหนังทั้งใบต้องร่ำไห้อย่างไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกได้

มันเศร้าและโหดร้ายเกินกว่าจะยอมรับไหว

การเดินทางที่ไม่ถึงปลายทาง   

ชาเปโคเอนเซ กำลังเตรียมเดินทางไปตามล่าความฝันกับการไล่ล่าแชมป์ โคปา ซูดาเมริกานา รายการฟุตบอลที่มีศักดิ์และสิทธิ์เป็นลำดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ ในเกมรอบชิงชนะเลิศนัดแรกที่จะพบกับ อัตเลติโก นาซิอองนาล ที่เมืองเมเดลลิน ในประเทศโคลอมเบีย

แม้จะเป็นทีมเล็ก แต่ผลงานที่น่ามหัศจรรย์ของพวกเขาตลอดปีที่ผ่านมาทำให้ ชาเปโคเอนเซ มีความ ‘เชื่อ’ ว่าพวกเขาจะสร้าง ‘เทพนิยาย’ ของตัวเองได้

หัวใจถูกสูบฉีดด้วยความหวัง พลังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย

แต่ในระหว่างการเดินทาง สายฟ้าและสายฝนก็ถล่มลงมาอย่างนับไม่ถ้วนใส่เครื่องบินเช่าเหมาลำแอโรสเปซ 146 ที่บรรทุกเหล่านักเตะ สตาฟโค้ช รวมถึงผู้สื่อข่าวและลูกเรือ ที่เดินทางไปด้วยกันกว่า 77  ชีวิต

สถานการณ์วิกฤติขึ้นเรื่อยๆ ตามข้อมูลจาก FlightRadar24.com เรดาร์ตรวจพบว่าเครื่องบินลำนี้พยายามบินวน ก่อนที่จะหายสาบสูญไปทางตอนใต้ของ รีโอเนโกร

เครื่องบินลำดังกล่าวตกลงกลางหุบเขาในเวลาประมาณ 22.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ตามรายงานข่าวล่าสุด 71 คนจบชีวิตลงทันที โดยที่ไม่มีโอกาสจะได้เอ่ยแม้เพียงคำร่ำลาในอุบัติเหตุทางอากาศที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษของโคลอมเบีย

มีเพียงคนเดียวที่ได้มีโอกาสกล่าวคำลาคือ ดานิโล ผู้รักษาประตูดาวเด่นของทีมที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

แต่ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นในโคลอมเบียเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับภรรยาได้ไม่นาน ผู้รักษาประตูที่ได้รับการโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมจากการโหวตของแฟนบอลก็สิ้นลมตามไปอีกคนด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว

มีเพียงคนเดียวที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ายังมีชีวิตอยู่คือ อลัน รัสเชล ปราการหลังของทีม ซึ่งน้องสาวของเขา ทวิตข้อความถึงพี่ชายของเธอทันทีด้วยความโล่งใจหลังได้รับข่าวดี “ฉันรักพี่ พี่คือนักรบ”

นอกเหนือจากรัสเชลแล้ว ตามรายงานข่าวที่รอการยืนยันอย่างเป็นทางการระบุว่า แจ็กสัน โฟลล์แมน ผู้รักษาประตูตัวสำรอง, เฮลิโอ ซัมเปร์ ปราการหลัง และราฟาเอล ก็อบบาโต นักกายภาพบำบัด รวมถึงลูกเรือ และผู้สื่อข่าว 1 คนอาจจะรอดชีวิตด้วย

ท่ามกลางการสวดมนต์อ้อนวอนของคนทั่วโลกให้พวกเขาปลอดภัย

และหวังว่าคนบนฟ้าจะตอบสนองต่อคำอ้อนวอนนั้น

ทีมเล็กๆ ที่สร้างด้วยรัก

“ทีมฟุตบอลทีมนี้เป็นทีมแห่งปาฏิหาริย์” โมนิกา วิลามิซาร์ ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวอัลจาซีรา ให้คำจำกัดความถึงชาเปโคเอนเซเอาไว้

‘เฮอร์ริเคนแห่งตะวันตก’ ชาเปโคเอนเซ เป็นสโมสรฟุตบอลเล็กๆ ในเมืองชาเปโก เมืองที่มีประชากรเพียงแค่ 200,000 คน โดยก่อตั้งมาเมื่อปี 1973 และในปี 2009 พวกเขายังอยู่ในระดับดิวิชัน 4 ของลีกบราซิลอยู่เลย

แต่ทีมเล็กๆ แห่งนี้ค่อยๆ ไต่ทีละระดับจาก เซเรีย ดี จนมาถึงลีกสูงสุด เซเรีย เอ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรในปี 2014 หลังจากนั้นพวกเขาแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นทีมที่น่าจับตามองมากที่สุดของบราซิล

ทีมจากเมืองชาเปโกไม่ได้เป็นทีมเงินถุงเงินถัง ไม่ได้มีนายทุนเงินหนาที่ไหนให้การสนับสนุน แต่จะมีหน่วยงานที่เรียกว่า Chapecoense Organization ที่คอยควบคุมดูแลกิจการของสโมสรให้เป็นไปด้วยดีที่สุด

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์มากมายเหมือนทีมอื่น นักเตะดังที่สุดของพวกเขาคือ เคลแบร์ ซานตานา อดีตนักเตะจากทีมแอตเลติโก มาดริด แค่คนเดียว แต่สิ่งที่พวกเขามีคือความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกันดุจครอบครัว

เช่นกันกับเลือดนักรบที่สู้ไม่ถอยยามเมื่อลงสนาม ซึ่งกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และทำให้ชาเปโคเอนเซก้าวไปได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะในรายการ โคปา ซูดาเมริกานา พวกเขาสยบทีมยักษ์ใหญ่จากอาร์เจนตินาอย่าง อินดิเพนเดียนเต และซาน ลอเรนโซ และได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศกับอัตเลติโก นาซิอองนาล ซึ่งจะลงสนามกันทั้งหมด 2 นัด นัดหนึ่งที่โคลอมเบีย ส่วนอีกนัดต้องไปจัดแข่งที่เมืองกูรีตีบา ซึ่งห่างจากเมืองของพวกเขาไปถึง 400 กิโลเมตร เพียงเพราะสนามอารีนา คอนเด ของพวกเขามีความจุไม่เพียงพอสำหรับการจัดเกมใหญ่ระดับนี้

มีการเปรียบเทียบว่าพวกเขาคือ ‘เลสเตอร์แห่งบราซิล’ และมีโอกาสที่จะสร้างเทพนิยายของตัวเองได้เหมือนกับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุดทำได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา

สิ่งที่ชาเปโคเอนเซทำนั้นยิ่งใหญ่และงดงาม ทำให้พวกเขาไม่เพียงจะเป็นแค่ความภูมิใจของชาวเมืองชาเปโก

พวกเขายังเป็นความภูมิใจของชาวบราซิลด้วย โดยเฉพาะในยุคที่วงการฟุตบอลบราซิลเสื่อมถอยมาเป็นระยะเวลานาน ดินแดนลูกหนังที่เปี่ยมมนตรามากที่สุดบนโลกถูกปกครองใต้นายทุนหน้าเลือดและแมวมองที่ต้องการกอบโกยผลประโยชน์จากนักฟุตบอลดาวรุ่งให้มากที่สุด ขณะที่เศรษฐกิจของชาติอยู่ในอาการโคม่า

เรื่องราวที่จับใจของชาเปโคเอนเซ จึงเป็น ‘แรงบันดาลใจ’ ของคนบราซิล

ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่ข่าวโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะทำให้บราซิลทั้งประเทศต้องตกอยู่ในภาวะอารมณ์มืดมนอนธการ

รัฐบาลบราซิลประกาศไว้อาลัยให้ทีมฟุตบอลทีมนี้เป็นเวลา 3 วัน ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (CONMEBOL) สั่งงดกิจกรรมทางเกมฟุตบอลทุกอย่างทั้งทวีปจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง

ครื่องบินตก โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในเกมฟุตบอล

ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกในเกมฟุตบอล

โศกนาฏกรรมลูกหนังที่เกิดจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่โด่งดังที่สุดในอดีตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ปี 1958 ที่เมืองมิวนิก

โดยทัพนักเตะ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคที่เรียกกันว่า ‘บัสบีเบบส์’ (ทีมเด็กดาวรุ่งของแมตต์บัสบี) มีกำหนดเดินทางกลับจากการเดินทางไปบุกยันเสมอ เรดสตาร์ เบลเกรด 3-3 ในศึกรายการยูโรเปี้ยน คัพ ที่กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย ด้วยเครื่องบินสายการบิน บริติช ยูโรเปียน แอร์เวย์ เที่ยวบิน BE609 แต่เกิดเหตุขัดข้องมีน้ำมันไม่พอ ทำให้ต้องเติมน้ำมันที่สนามบินมิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตกก่อน

หลังเติมน้ำมันเสร็จสิ้น เครื่องบินเตรียมออกเดินทางกลับสู่เมืองแมนเชสเตอร์ แต่ปรากฏว่านักบินไม่สามารถนำเครื่องขึ้นได้ ทำให้เครื่องได้ไถลออกนอกรันเวย์ ก่อนจะชนกับรั้วสนามบินและบ้านข้างเคียงก่อนจะระเบิดในที่สุด

อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 23 คน โดย 8 คนในนั้นเป็นผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ซึ่งหนึ่งในนักเตะที่เสียชีวิตมีดาวดังของทีมอย่าง ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส ด้วย แต่ผู้จัดการทีมแมตต์ บัสบี และตำนานตลอดกาลของสโมสรในเวลาต่อมาอย่าง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน รอดชีวิต

ขณะที่ทีม ‘กระทิงหิน’ โตริโน่ เคยประสบชะตากรรมเดียวกันเมื่อเครื่องบินตกที่เมืองตูริน เมื่อปี 1949 ส่งผลให้ผู้เล่นทีมชุดใหญ่เสียชีวิตทั้งหมด

ในปี 1987 อลิอันซา ลิมา สโมสรฟุตบอลในเปรู ต้องสูญเสียผู้เล่นทั้งทีมเมื่อเครื่องบินตกในทะเลแปซิฟิก เช่นเดียวกับทีมชาติแซมเบีย ที่สูญเสียนักเตะทีมชาติยกชุดเมื่อเครื่องบินตกที่ประเทศกาบอง ในปี 1993

ความหวังและวันพรุ่งนี้ของชาเปโคเอนเซ

ภายหลังเหตุโศกนาฏกรรม นอกเหนือจากความอาลัยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาพร้อมกันคือ ‘ธารน้ำใจ’ ที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยื่นให้แก่ทีมมหัศจรรย์ของบราซิล

อัตเลติโก นาซิอองนาล เสนอตัวจะยอมแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ เพื่อให้มั่นใจว่า ชาเปโคเอนเซได้เป็นแชมป์โคปา ซูดาเมริกานา ในฤดูกาลนี้ เพื่อเป็นเกียรติยศครั้งสุดท้ายต่อทีมยอดนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่

ขณะที่สโมสรฟุตบอลในระดับลีกสูงสุดนำโดย ฟลาเมงโก, พัลไมรัส และเซา เปาโล เสนอที่จะให้ยืมผู้เล่นไปใช้งาน (เหมือนที่ครั้งหนึ่งลิเวอร์พูลเคยให้แมนฯ ยูไนเต็ด ยืมผู้เล่นหลังโศกนาฏกรรมที่มิวนิก) รวมถึงขอให้มีการออกกฎเพื่อรับรองสถานะของชาเปโคเอนเซ ให้อยู่ในลีกสูงสุดอีกอย่างน้อย 3 ปี

ด้านแฟนฟุตบอลในเมืองชาเปโก ได้เดินทางมายังอารีนา คอนดา สนามของชาเปโคเอนเซ เพื่อไว้อาลัยให้แก่เหล่าฮีโร่ของพวกเขาที่ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร

“พวกเราควรจะได้เฉลิมฉลองกันในตอนนี้ ทีมของพวกเราตอนนี้เพิ่งจะได้เป็นทีมระดับท็อป และพวกเขาก็เหลือเกมเดียวเท่านั้นก็จะได้เป็นแชมป์ระดับทวีป”

อย่างไรก็ตาม ในคราบน้ำตาและเศษซากหัวใจที่แตกสลาย ชาเปโคเอนเซยังมีความหวังที่เหลืออยู่

มาเธอุส ซาโรลี นักเตะวัย 21 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของโค้ชเชา จูเนียร์ ไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมด้วย เพราะทำพาสปอร์ตหาย นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอื่นๆ รวมอีก 9 ราย ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน

นักเตะเหล่านี้ รวมถึงเหล่านักเตะเยาวชนในทีม จะต้องพยายามสู้เพื่อทุกคนที่จากไป

แม้มันจะยาก แต่ไม่มีใครรู้ว่าชาเปโคเอนเซ อาจจะทำได้เหมือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถกลับมาสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยการเป็นสโมสรแรกในอังกฤษที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองได้ในอีก 10 ปีต่อมา

แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต

ณ เข็มนาฬิกาเดินไป สิ่งเดียวและสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเราควรทำคือการปลอบประโลมคนที่เหลืออยู่และคนที่เกี่ยวข้องกับทีมฟุตบอลเล็กๆ ทีมนี้ เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป

#EstaMosConChapecoense เราอยู่เคียงข้างชาเปโคเอนเซ

FACT BOX:

โลกฟุตบอลทั้งใบร่วมแสดงความอาลัยจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับทีมชาเปโคเอนเซ
      – เปเล่
“ฟุตบอลบราซิลอยู่ในช่วงแห่งความเศร้าโศก มันเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย ขอให้พวกเขาไปสู่สุคติ”
     – ฟีฟ่า
“เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้สูญเสีย ครอบครัว และแฟนๆ ของชาเปโคเอนเซ รวมถึงองค์กรสื่อในบราซิลในวันแห่งความสูญเสียนี้”
     – โรนัลดินโญ่
“ผมขอเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวและเพื่อนของทุกคนที่อยู่บนเครื่องบิน! พระเจ้าจะช่วยปลอบประโลมพวกคุณในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้!”
     – เนย์มาร์
“วันนี้โลกทั้งใบต้องหลั่งน้ำตา แต่สวรรค์จะมีความสุขในการได้รับคนเหล่านี้ขึ้นไปอยู่บนนั้น”
     – ลิโอเนล เมสซี
“ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว เพื่อน และแฟนบอลของทีมชาเปโคเอนเซ”