HIGHLIGHTS:

  • สำหรับฮิวโก้ การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์คือการที่เราเติบโตมาโดยไม่เป็นภัยต่อสังคม
  • การถูกเลี้ยงด้วยผู้หญิงเป็นหลัก ทำให้ฮิวโก้เป็นคนเบาลง เขารู้จักที่จะนำความโหดร้ายและอารมณ์ร้อนที่อยากจะแสดงออกไปใส่ไว้ในดนตรี และที่สำคัญมันทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตกับผู้หญิงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ได้
  • ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนก็ตาม มันจะมีข้อตกลงกันว่าจะทำอย่างนี้ และเราจะไม่ทำอย่างนี้ ดังนั้นการไม่ใช้อารมณ์และการรักษาข้อตกลงจึงถือเป็นเรื่องที่ดี
  • ถ้ามองในแง่ของผลประโยชน์แทนเรื่องคุณธรรม การรักษาคำสัญญาระหว่างมนุษย์คือการเอาตัวรอด มันคือการสร้างความน่าเชื่อถือในวันข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องของความดี แต่คือความฉลาด การไม่ซื่อสัตย์คือโง่ ไม่ใช่เลว
     จากเด็กวัยรุ่นที่เชื่อมั่นในอุดมการณ์ ผ่านความผิดพลาดมาหลายครั้ง ทำให้กลั่นกรองออกมาเป็นเขาในทุกวันนี้ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ กับชีวิตวัย 35 ปี พร้อมบทบาทความเป็นพ่อ และชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยเพศตรงข้าม
      

ผู้ชายที่ไม่มีมนุษยธรรม ไม่เคารพเพศตรงข้าม ไม่เคารพเพศแม่
ถูกตามใจมากเกินไป ไม่ได้ถูกชี้แนะ หรือบางทีไม่ได้ถูกกักกัน เป็นสิ่งที่อันตราย



สำหรับหนุ่มใหญ่วัย 35 มีเรื่องอะไรในชีวิตที่คุณรู้สึกเป็นห่วงมากที่สุด

     ก็มีหลายเรื่องผสมๆ กัน เรื่องครอบครัวคงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดมั้ง แต่ในเวลาเดียวกันถ้าเส้นทางชีวิตด้านอื่นๆ ไม่ก้าวหน้าไปด้วยกัน อย่างเช่นเรื่องการงาน ชีวิตเราก็คงไม่สมบูรณ์ไปได้หรอก คงมีผลกระทบต่อครอบครัวด้วยเช่นกัน ฉะนั้นเรื่องทั้งหลายในชีวิตเราคงแยกออกเป็นเรื่องๆ ไม่ได้ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะถามว่าเป็นห่วงเรื่องสังคมส่วนรวมไหม ห่วงเรื่องอนาคตของลูกตัวเองไหม ก็เป็นห่วงหมดเลย แต่ในเมื่อเราไม่มีบทบาทอะไรในการหล่อหลอมสังคมให้เป็นอย่างที่เราคิดได้ เราก็ต้องมีความหวังอยู่ในใจ และเชื่อมั่นว่าอย่างไรก็ตามทุกอย่างคงต้องดีขึ้นในไม่ช้า
     ในการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ผมรู้สึกว่ามีเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลย คือการที่ผู้ชายคนหนึ่งถูกเลี้ยงดูไม่ดี เราจะกลายเป็นภัยของสังคม
     ผู้ชายที่ไม่มีมนุษยธรรม ไม่เคารพเพศตรงข้าม ไม่เคารพเพศแม่ ถูกตามใจมากเกินไป ไม่ได้ถูกชี้แนะ หรือบางทีไม่ได้ถูกกักกัน เป็นสิ่งที่อันตราย
     ดังนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดวันนี้ก็คือ การทำให้ลูกชายทั้ง 2 คนไม่ต้องเติบโตไปเป็นภัยของสังคม

เพศชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ
     แน่นอน ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะอันตรายไปกว่าผู้ชายที่ไม่มีอะไรจะเสีย ผู้ชายที่มีแต่ความบ้าคลั่ง ไร้มนุษยธรรม ไร้หลักการ ไม่มีสิ่งไหนจะเป็นภัยต่อมนุษย์เท่ากับผู้ชายแบบนี้แล้ว โดยเฉพาะในวัย 17-30 ปี คือช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุดสำหรับผู้ชาย เป็นช่วงวัยที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ เผาป่า ระเบิดภูเขา ฆ่าคนได้นับล้าน
 

การถูกเลี้ยงด้วยผู้หญิงเป็นหลัก ผมจึงไม่สามารถใช้ชีวิตกับผู้หญิงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างที่เห็นกันทั่วไปในสังคมทุกวันนี้ได้



คุณมีช่วงเวลาที่อันตรายแบบนั้นด้วยเหรอ

     ก็ต้องมี แต่โชคดีที่ผมมีแม่ซึ่งเป็นคนที่ส่งอิทธิพลสูงสุดในชีวิต แล้วในวัยเด็กของผมเต็มไปด้วยผู้หญิงที่ทรงพลัง น่าเคารพนับถือ ผมเติบโตมาในโลกที่มีผู้หญิงเยอะกว่า ดังนั้น ผมอาจจะบางเบาลง ไม่ได้โหดเหี้ยมเท่ากับคนที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ
     ผมฝึกหัดที่จะนำความโหดร้ายและอารมณ์ร้อนๆ ที่อยากจะแสดงออกเข้าไปใส่ไว้ในดนตรี เหมือนเป็นแหล่งระบายพลังบางอย่าง ทั้งความตื่นเต้น ความกระตือรือร้น ความดี ความเลว และทุกอย่างที่ผสมๆ กันอยู่ออกไปสู่ภายนอก
     ผมก็มีศัตรูให้ต่อต้าน มีเป้าหมายที่ผมอยากจะไปเล่นงานมัน แต่ผมทำได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง อย่างว่าแหละ การถูกเลี้ยงด้วยผู้หญิงเป็นหลัก ผมจึงไม่สามารถใช้ชีวิตกับผู้หญิงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างที่เห็นกันทั่วไปในสังคมทุกวันนี้ได้
 

นั่งวิจารณ์ผู้นำประเทศ พรรคการเมือง หรือขั้วอำนาจต่างๆ โดยที่ตัวเรายังเหลวแหลกอยู่ แบบนี้มันก็ไม่ใช่

ผู้หญิงมีความสำคัญต่อชีวิตของผู้ชายอย่างไร
     ผู้หญิงคือสิ่งสำคัญที่สุดเลยครับ เพราะว่าถ้าไม่มีผู้หญิง ผมคิดว่ามาตรฐานในชีวิตของตัวเราเองจะลดต่ำลงมาก มาตรฐานที่มีให้กับตัวเอง ความพอใจในตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีผู้ชายด้วยกันมาพิพากษาว่า ‘เฮ้ย เล็ก มึงเป็นคนไม่ดี’ ผมโคตรไม่แคร์เลยว่ะ (หัวเราะ) แต่ลองให้แม่ แฟน น้องสาว หรือพี่สาว มาบอกว่าผิดหวังในตัวผม อันนี้สิเราจะรู้สึกลึกไปถึงข้างใน ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า แต่ผมจะเอามาตรฐานว่าเราควรทำตัวยังไง พฤติกรรมของเราดีหรือไม่ดี โดยวัดจากสายตาของเพศตรงข้าม เพราะตามธรรมชาติของผู้ชายเราๆ นี่มันต้องแข่งกันโหด แข่งกันเจ๋ง แต่ว่าผู้หญิงเขาไม่ได้เคารพเรื่องพวกนี้
     สมมติถ้าคุณเมาแล้วขับ ไม่มีเพื่อนผู้ชายคนไหนบอกคุณว่า ‘มึงแน่ใจเหรอ จะดีเหรอ’ แต่ลองเป็นผู้หญิงสิ เขาจะช่วยเข้ามาห้ามปราม เราก็จะรู้สึกตัวขึ้นมา ถึงเขาไม่พูด เราก็จะรู้สึกว่าเขาไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วย

‘การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์’ ความหมายของคำนี้คืออะไรกันแน่
     ที่ผ่านมาผมใช้เวลาค่อนข้างเยอะในการวิพากษ์วิจารณ์สังคม จากความผิดหวังว่าสังคมเราควรจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คาดหวังว่าผู้นำประเทศจะต้องเป็นอย่างนี้ จนถึงจุดที่เห็นว่าบางทีเราไปคาดหวังอะไรจากคนอื่นมากไป
     ในอีกทางหนึ่ง เราสามารถเริ่มต้นจากตัวเองได้หรือเปล่า สิ่งที่ถูกต้องคือทำอย่างไรให้เราเป็นคนที่ใช้ได้ ทำอย่างไรให้ชีวิตของคนรอบข้างเราดีขึ้น มีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องเป็นภาระใคร พอทำได้แล้วจากนั้นค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปจากตัวเอง ไม่ใช่เริ่มจากการไปเรียกร้องภายนอก แล้วค่อยๆ กลับเข้ามาโดยไม่ได้มองตัวเองก่อน นั่งวิจารณ์ผู้นำประเทศ พรรคการเมือง หรือขั้วอำนาจต่างๆ โดยที่ตัวเรายังเหลวแหลกอยู่ แบบนี้มันก็ไม่ใช่
 

การหักหลังเมีย คนใกล้ชิด เพื่อนรัก หรือแม้แต่พาร์ตเนอร์ร่วมธุรกิจ คือการกระทำที่โคตรโง่เลย



ในฐานะพ่อคน สำคัญแค่ไหนในการจะส่งต่อความคิด หรือแง่มุมในชีวิตให้กับลูก

     ทุกอย่างที่เราทำ ทุกคำพูดที่เราพูด จะกลายเป็นไดอะล็อกที่อยู่ในหัวเขาตลอดไปในอนาคต จะกลายเป็นมาตรฐานของชีวิตเขา เพราะเขาจะเอาผู้หญิงทุกคนมาเทียบกับแม่ เอาผู้ชายทุกคนมาเทียบกับพ่อ ผมไม่รู้ว่ามันจะสำคัญต่อคนอื่นหรือเปล่า แต่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผม
     
แล้วบทบาทความเป็นพ่อเปลี่ยนแปลงตัวคุณบ้างไหม

     ก็ท้าทายมาก แต่ผมไม่ได้คิดว่าประสบการณ์ตรงนี้ของผมจะแปลกประหลาดไปจากคนอื่น ความเปลี่ยนแปลงหลังจากมีลูกก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยน ปัง! ทีเดียว ไม่ใช่ว่าครั้งแรกที่ผมอุ้มลูกในมือแล้วโลกเปลี่ยนไป บางคนอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ หรือผมอาจจะเยือกเย็นมากก็ไม่รู้
     แต่สำหรับผมมันค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า จนกระทั่งวันหนึ่งเราก็รู้สึกว่า โอ้โฮ นี่เรากลายเป็นคนละคนแล้ว กว่าเราจะรู้สึกตัว ก็เกิดขึ้นไปแล้ว
     
คุณเคยให้สัมภาษณ์ไว้ครั้งหนึ่งว่าคุณมักใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินทุกๆ เรื่องในชีวิต ยกเว้นความรัก เพราะอะไร

     เพราะความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนก็ตาม เราจะมีข้อตกลงกันว่าจะทำอย่างนี้ และเราจะไม่ทำอย่างนี้ ดังนั้นการไม่ใช้อารมณ์และการรักษาข้อตกลงจึงถือเป็นเรื่องที่ดีเสมอ
     ความซื่อสัตย์หรือการไว้วางใจเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตเรา ทั้งเรื่องส่วนตัวไปจนถึงเรื่องเงินทอง คนที่นอนอยู่ข้างๆ เรา คนคนนี้หรือที่เราจะหักหลัง การหักหลังเมีย คนใกล้ชิด เพื่อนรัก หรือแม้แต่พาร์ตเนอร์ร่วมธุรกิจ คือการกระทำที่โคตรโง่เลย
     ถ้ามองในแง่ของผลประโยชน์แทนเรื่องคุณธรรม การรักษาคำสัญญาระหว่างมนุษย์คือการเอาตัวรอด มันคือการสร้างความน่าเชื่อถือในวันข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องของความดี แต่คือความฉลาด การไม่ซื่อสัตย์คือโง่ ไม่ใช่เลว ทุกคนมีความคิดเลวๆ อยู่ในหัวตลอดเวลาโดยเฉพาะผู้ชาย ไม่เป็นไรไม่ผิด แต่ความโง่แบบไม่จำเป็นผมให้อภัยตัวเองไม่ได้ และให้อภัยคนอื่นไม่ได้ เพราะมนุษย์ควรจะฉลาดกว่านี้ ถ้าคุณไม่ต้องการเพื่อนร่วมโลกที่ไว้ใจก็ไม่เป็นไร ทำไปสิ อยากจะทำอะไรก็ทำไป มาตรฐานต่ำสุดของการแต่งงานคือมึงต้องไม่ไปเอาคนอื่น หลักๆ แล้วมีแค่นี้ นอกจากนั้นคุณจะกลับบ้านกี่โมง ต้องพูดจาอย่างไร ต้องร่วมเพศบ่อยแค่ไหน ใครต้องทำกับข้าว มันไม่ได้ระบุไว้เลย
 

มาตรฐานต่ำสุดของการแต่งงานคือมึงต้องไม่ไปเอาคนอื่น 

การออกมาสัมภาษณ์กับสื่อ คุณคิดว่ามันเป็นภาระรับผิดชอบของตัวเองหรือเปล่า ในการพูดหรือสื่อสารอะไรออกไป
     ไม่ครับ เพราะว่าผมแค่ตอบคำถาม ภาระของผมคือต้องไม่โกหก
     ในยุคอินเทอร์เน็ตอย่างนี้ ความลับกับคำโกหกอยู่ไม่รอดแล้ว ทุกอย่างจะถูกฟ้องออกมาหมด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่พูด คุณต้องทำใจไว้เลยว่าวันหนึ่งอาจจะย้อนกลับมา การที่ผมจะไม่พอใจ อาย เครียด เขิน หรืออะไรก็ตาม นั่นเป็นเรื่องของผม เป็นภาระของผมที่ผมต้องแบกเอง แต่ว่าคนอ่านคนฟังก็ต้องรับผิดชอบเองด้วย ผมอาจจะผิดทุกประการก็ได้ แต่ใครบังคับ ใครเอาปืนจ่อหัวให้คุณเชื่อผมล่ะ
     คุณชวนผมมาให้สัมภาษณ์โดยผมไม่จำเป็นต้องมาบอกเรื่องอะไรเหล่านี้เลย ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตไปได้ด้วยดี โดยไม่ต้องมีคำแนะนำจากฮิวโก้ ผมเชื่อ

เรื่อง: ปริญญา ก้อนรัมย์, ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, มิ่งขวัญ รัชตคช ภาพ: มณีนุช บุญเรือง สไตลิสต์: Hotcake