SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • บริษัท สนุกออนไลน์ จำกัด เปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) หรือ Tencent Thailand พร้อมกับประกาศเป้าหมายในปี 2017 ว่าจะสร้างแพลตฟอร์มด้านคอนเทนต์และบริการ ครอบคลุมตั้งแต่ข่าวสาร-เว็บท่า ธุรกิจบันเทิง-มัลติมีเดีย ตลอดจนถึงบริการด้านดิจิทัล
  • Tencent เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและไอทีของจีน ที่เข้ามาทำตลาดในไทย โดยถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท สนุกออนไลน์ ในปัจจุบัน และมีแผนจะรุกตลาดในไทยหนักขึ้นในปีหน้า
  • ธุรกิจของ Tencent Thailand ประกอบด้วย WeChat, Joox, Sanook.com, Tencent Games, NoozUP, TOPSPACE และเตรียมจะลงทุนกับสตาร์ทอัพไทยที่ผลิตสร้างสรรค์คอนเทนต์โดยเฉพาะ ปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์หลัก คือ SkillLane และ Ookbee

    บริษัท สนุกออนไลน์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ sanook.com และ JOOX มิวสิกสตรีมมิงอันดับหนึ่งในไทย ประกาศเดินหน้าใหม่ในชื่อ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) หรือ Tencent Thailand อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมกับตั้งเป้าว่าในปีหน้า จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ จัดหา และบริการคอนเทนต์ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย
​     ในงานแถลงข่าว ‘Tencent Thailand: Road to 2017’ ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 19 ธ.ค. 2559 กฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท Tencent Thailand กล่าวว่า บริษัท Tencent เล็งเห็นศักยภาพของตลาดในไทย ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานออนไลน์สูงและมีกำลังซื้อ จึงได้เข้ามาลงทุนกับบริษัท สนุกออนไลน์ จำกัด ตั้งแต่ปี 2553 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Tencent Thailand แต่ยังคงโฟกัสกับผู้บริโภคในไทยเป็นหลัก มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ครอบคลุมความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคออนไลน์ในไทย
​     “ก่อนหน้านี้ เราโฟกัสกับการทำคอนเทนต์บนเว็บไซต์ และเว็บพอร์ทัล เราเน้นให้บริการข้อมูลข่าวสารกับสังคมไทย จนถึงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราเพิ่งเปิดตัวเว็บไซต์ข่าวสาร Muan.la ในลาว แต่ตลอดระยะเวลาที่เราทำคอนเทนต์ เราเห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคออนไลน์เปลี่ยนแปลง นอกจากการอ่านบทความบนเว็บพอร์ทัลแล้ว สมัยก่อนอ่านบนพีซี ก็เปลี่ยนมาอ่านบนโทรศัพท์มือถือและสมาร์ตโฟนในรูปแบบแอปพลิเคชัน เราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
​     “ปัจจุบันเราโฟกัสกับคนไทยนะครับ สิ่งที่ได้จาก Tencent คือโปรดักต์ แล้วเอาความเป็นแบรนด์มาครอบเพื่อเข้ากับความต้องการของ user ในไทย เราโฟกัสกับ localize โปรดักต์พวกนี้ เช่น WeChat ซึ่งไม่ได้เจาะกลุ่มคนไทย แต่เป็นแบรนด์ของไทยที่ต้องการจะไปเจาะตลาดในเมืองจีน, Joox และเว็บ Sanook”
​     แล้วเราควรจับตาอะไรกันบ้าง?


1. Tencent Thailand กับการปักธงเป็นผู้นำด้าน Content and Service Platforms ในร่มใหญ่ของ Tencent
​     ชื่อของ Tencent อาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก แต่สำหรับแวดวงนักธุรกิจและคนที่สนใจตลาดออนไลน์ในจีน Tencent ก็คืออีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในระดับเดียวกันกับ Alibaba และ Baidu ผลิตภัณฑ์ของ Tencent ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจเกมออนไลน์ แอปพลิเคชันแชต WeChat และยังถือหุ้นทั้งหมดของ Sanook.com
​     การที่ Tencent เข้ามาลงทุนในไทย ผ่าน Tencent Thailand น่าจะเป็นเพราะว่า Sanook นั้นมีผู้ใช้งานสูงถึง 36 ล้านราย/เดือน ทั้งยังเป็นผู้ให้บริการออนไลน์อีกมากมาย และการเดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มด้านคอนเทนต์และบริการ ก็จะยิ่งทำให้ Tencent เข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม หลากไลฟ์สไตล์ กว่าเดิม
​     Tencent Thai จะสร้างแพลตฟอร์ม 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
​     1) กลุ่มข่าวสารสาระบันเทิง (News & Portal) ได้แก่ เว็บ Sanook และบริการข่าวใหม่ NoozUP (นิวส์อัพ)
​     2) กลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนต์และมัลติมีเดีย (Entertainment & Multimedia Platforms) เจาะตลาดบริการเพลงและเกมบนมือถือ ได้แก่ Joox, Tencent Games, V Station
​     3) กลุ่มบริการ (Services) คือ TOPSPACE เอเจนซีผู้ให้บริการด้าน Digital Service
     “สนุกออนไลน์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Tencent Thailand แล้ว เพราะนอกจากเว็บ Sanook แล้ว ตอนนี้เรามีแพลตฟอร์มอื่นๆ เพิ่มเข้ามา มันไม่เหมือนกับตอนแรกที่คนยังไม่รู้จักว่า Tencent คืออะไร ตอนนั้นผลิตภัณฑ์ของเราคือ Sanook ด้วย แต่ตอนนี้เราต้องการจะยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของเราครอบคลุมพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์จริงๆ”

2. ขยายบริการสู่ ‘Live Content’ และ ‘Offline’
​     กฤตธี บอกกับ The Momentum ว่า สิ่งที่ยังขาดใน ecosystem ของตลาดคอนเทนต์ออนไลน์ในไทยก็คือ คอนเทนต์ประเภทวิดีโอ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคปัจจุบัน เช่น วิดีโอข่าว หรือแม้แต่ live content เช่น V Station ของ Joox ฟีเจอร์ใหม่ที่นำคอนเสิร์ตและรายการต่างๆ มาฉายในระบบออนไลน์สตรีมมิง โดยที่ผู้ชมสามารถอินเตอร์แอ็กทีฟกับศิลปินได้แบบเรียลไทม์ และที่ผ่านมา Joox ได้ถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลดนตรี K-Pop ‘Melon Music Award’ จากเกาหลีใต้มาแล้ว และยังนำรายการทีวีไทยมาเผยแพร่ผ่านสตรีมมิงด้วย เช่น Thailand’s Got Talent
​     นอกจากนี้ Tencent Thailand ยังเตรียมพัฒนาคอนเทนต์ประเภท online learning เพื่อตอบสนองคนยุคใหม่ที่อยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง รวมทั้งทำคอนเทนต์ออฟไลน์มากขึ้นในรูปแบบการจัดคอนเสิร์ตในปีหน้า
​     ทั้งนี้กฤตธีเห็นว่า ถึงแม้เทรนด์ User-Generated Content (UGC) จะมาแรง แต่แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค (และแบรนด์) ควรจะมีส่วนผสมของคอนเทนต์ที่สร้างโดยมืออาชีพ หรือ Professionally-Generated Content (PGC) ด้วย

3. ‘คอนเทนต์ที่ใช่ ต้องอยู่ในสื่อที่ใช่’ เปลี่ยนกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ของแบรนด์ (Branded Content) แบบ Cross Platform
​     เมื่อถามถึงโมเดลธุรกิจ กฤตธีอธิบายว่าธุรกิจบริการแพลตฟอร์มด้านคอนเทนต์ ควรมีรายได้จากฝั่งแบรนด์และผู้บริโภค พร้อมเสริมว่าคนไทยในปัจจุบันมีความเข้าใจและพร้อมจะจ่ายเงินเพื่อบริโภคคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้นในอนาคต
​     ที่สำคัญ การทำคอนเทนต์ให้กับแบรนด์จะไม่จำกัดแค่แบนเนอร์โฆษณาอีกต่อไป แต่ควรเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ จัดทำโดยมืออาชีพและผู้บริโภคมีโอกาสมองเห็นสูง มียูนิตการนำเสนอคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งยูเซอร์และแบรนด์บนหลายแพลตฟอร์ม (Cross Platform) เช่น การโฆษณารีวิวร้านอาหารในเว็บ Sanook เว็บ NoozUP และการสร้างเพลย์ลิสต์ของแบรนด์ใน Joox


4. ยกทัพบริการด้านดิจิทัล เจาะตลาดจีนและอาเซียน
​     หลายคนอาจมองว่าการเข้ามาของ Tencent จะทำให้ธุรกิจไทยสูญเสียโอกาส แต่ในอีกด้านหนึ่ง ดูเหมือน Tencent Thailand เล็งจะบุกตลาดจีนกลับเหมือนกัน โดยผ่านแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งมีผู้ใช้เป็นคนจีนที่อยู่ในประเทศจีนและต่างประเทศทั่วโลก จึงเปิด TOPSPACE ดิจิทัลเอเจนซี เพื่อซัพพอร์ตด้านการซื้อมีเดีย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวของไทยที่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าคนจีน ผ่านการโฆษณาในแอปพลิเคชัน WeChat และช่องทางอื่นๆ
​     นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มขยายตลาดคอนเทนต์ในอาเซียน เช่น เปิดเว็บข่าว Muan.la (ม่วน.แอลเอ) เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศลาว โดยเป็นคอนเทนต์แปลจากภาษาไทย (60%) และข่าวในประเทศ (40%) และเตรียมจะเปิดให้บริการในอินโดนีเซียเป็นลำดับถัดไป

5. เตรียมลงทุนบริษัทสตาร์ทอัพ
​     ไม่เพียงเท่านั้น Tencent Thailand ยังเผยว่าจะลงทุนบริษัทสตาร์ทอัพในไทย
​     เพื่อซัพพอร์ตด้านการสร้าง content service และ ecosystem ที่เอื้อต่อคอนเทนต์แพลตฟอร์มของบริษัท โดยไม่จำกัดรูปแบบว่าจะต้องเป็นเพลง หนัง หรือหนังสือ
​     ปัจจุบัน Tencent Thailand เป็นพาร์ตเนอร์กับ SkillLane และ Ookbee
​     และ Tencent Headquarter จะเป็นผู้สนับสนุนการลงทุนในสตาร์ทอัพ
​     มาเต็มขนาดนี้ เราอาจได้เห็นแนวทางการปรับตัวใหม่ๆ ของธุรกิจสื่อที่เข้ามาเป็นพันธมิตรกับ Tencent Thailand ทางเลือกของผู้บริโภคจะยิ่งทวีความหลากหลาย และสตาร์ทอัพไทยสายคอนเทนต์จะมีโอกาสได้ร่วมทุนหรือเติบโตอย่างรวดเร็วต่อไป
​     ขณะเดียวกัน ก็น่าจับตามองต่อไปว่าหลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งมีทุนมหาศาลเข้ามาลงทุนในธุรกิจคอนเทนต์และสตาร์ทอัพในไทยแล้ว จะยังมีช่องว่างให้ธุรกิจไทยเติบโต โดยไม่ถูกกลืนไปด้วยหรือไม่

ภาพประกอบ: Karin Foxx