HIGHLIGHTS:

  • บ่อยครั้ง ‘บริการมือถือ’ ทำให้เราต้องขาดความคล่องตัว ไม่ยืดหยุ่น และพานให้เราต้องเสียเวลา ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ด้วยบริการโทรศัพท์มือถือในรูปแบบดิจิทัล ที่มีชื่อว่า Line Mobile ทำทุกอย่างตั้งแต่การลงทะเบียนซื้อซิมไปถึงจ่ายค่าโทรผ่านแอปพลิเคชัน Line Mobile (Beta) 
  • Line Mobile (Beta) มีจุดเด่นอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ ความเรียบง่าย (Simplicity) ความยืดหยุ่น (Flexibility) และความสะดวก (Convenience) 
  • นอกจากนี้ Line Mobile (Beta) ก็มีของฟรีให้ใช้เพียบ เช่น LINE Call, LINE Video Call, LINE Messenger และดู LINE TV ได้แบบไม่อั้น 

          เมื่อ ‘เวลา’ กลายเป็นสิ่งมีค่า อย่างที่ ‘ท่านชัชชาติ’ มักจะบอกอยู่เสมอ และเทคโนโลยีดิจิทัลก็เอื้อให้เราทำทุกสิ่งอันเสร็จสำเร็จได้บนมือถือในมือ แต่ทำไมบ่อยครั้ง ‘บริการมือถือ’ นั่นเอง กลับทำให้เราต้องขาดความคล่องตัว ไม่ยืดหยุ่น และพานให้เราต้องเสียเวลา นับจากโปรโมชันที่ฟังกี่ทีก็ไม่เข้าใจ พอเปลี่ยนโปรฯ แล้ว อ้าว-ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา มีสัญญาผูกมัดแบบเจ็บๆ ตามมา หลายเรื่องก็ต้องไปทำธุรกรรมที่ช็อปฯ เสียเวลาเดินทาง หาที่จอดรถ และหลายครั้งก็จบลงที่ท้ายคิวยาวๆ
           ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะเราอยู่ในยุคดิจิทัลที่สามารถทำได้ทุกอย่างแค่ปลายนิ้วคลิก ด้วยบริการโทรศัพท์มือถือในรูปแบบดิจิทัล ที่มีชื่อว่า Line Mobile ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับเราตั้งแต่การสั่งซื้อซิมไปจนถึงการชำระค่าโทรในแบบที่คุณทำที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ ขอแค่มีอินทอร์เน็ตกับโทรศัพท์สักเครื่อง แถมยังเล่น LINE โดยไม่เสียเน็ตอีกด้วย

Line Mobile
 
รู้จัก Line Mobile (Beta) ให้มากขึ้น
          Line Mobile (Beta) เป็นบริการโทรศัพท์มือถือในรูปแบบดิจิทัลบนเครือข่ายชั้นนำของประเทศ นึกภาพง่ายๆ ก็คล้ายกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายอื่นๆ แต่ของ Line Mobile (Beta) จะมาในรูปแบบดิจิทัล คือจะทำทุกอย่างตั้งแต่การลงทะเบียนซื้อซิม เปลี่ยนแพ็กเกจ ตรวจสอบค่าโทร และจ่ายค่าโทรผ่านแอปพลิเคชัน Line Mobile (Beta) ที่สำคัญไม่มีสัญญาผูกมัดในการใช้บริการ จะยกเลิกหรือเปลี่ยนแพ็กเกจเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ 
          ซื้อซิมโทรศัพท์ผ่านเว็บไซต์หรือโมบาย
          การสั่งซื้อซิมโทรศัพท์พร้อมกับเลือกแพ็กเกจการโทร ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปที่ th.linemobile.com จะผ่านเว็บไซต์หรือโทรศัพท์ก็ได้แล้วแต่สะดวก
          1. กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ พร้อมกับเลือกเบอร์ที่คิดว่าชอบและถูกโฉลก ตามด้วยถ่ายหน้าบัตรประชาชน และเซลฟีกับบัตรประชาชนของตัวเอง เสร็จแล้วก็อัพโหลดทั้งสองรูปเข้าไป
          2. ต่อมาก็ถึงเวลาเลือกแพ็กเกจการใช้งานตามใจที่ต้องการ โดยในเวอร์ชัน Beta จะมีแพ็กเกจให้เลือกอยู่ 6 แบบ (ชื่อแพ็กเกจจดจำได้ง่ายเพราะมีชื่อเรียกเหมือนไซส์เสื้อผ้า)
          3. เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ก็อยู่เฉยๆ ได้เลย เพราะซิมโทรศัพท์จะถูกส่งมาตามที่อยู่ที่เราระบุไว้ตอนแรก โดยใช้เวลาในการจัดส่งซิมประมาณ 3-5 วันทำการ

line mobile
 
ทำทุกอย่างผ่านแอป Line Mobile (Beta)
          การใช้งานก็เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Line Mobile ที่ให้บริการทั้ง iOS และ Android ซึ่งหน้าตาโดยรวมของแอปจะเรียบง่าย มีหัวข้อให้คลิกแค่ที่จำเป็น หลักๆ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ หน้า ‘Dashboard’ ที่แสดงภาพรวมการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต จำนวนนาทีที่เหลือ ยอดค่าโทร เป็นต้น ขณะที่หน้า ‘Control’ มีไว้สำหรับการควบคุมค่าโทรและความเร็วอินเทอร์เน็ต ถ้าเรากลัวใช้อินเทอร์เน็ตเกินแพ็กเกจก็ปรับเป็นการใช้ขั้นต่ำไม่อั้นที่ 256 Kbps เพียงแค่ใช้นิ้วเลื่อนปุ่มควบคุมความเร็วอินเทอร์เน็ตจากเน็ตความเร็วสูงเป็นเน็ตฟรีไม่จำกัด ง่ายแค่นี้เอง เจ๋งไหมล่ะ
          แล้วถ้ารู้สึกว่าแพ็กเกจที่ใช้งานอยู่น้อยเกินไปหรือมากเกินไป ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานได้ด้วยตนเอง ทางระบบก็จะเปลี่ยนแพ็กเกจให้อัตโนมัติ โดยแพ็กเกจใหม่จะมีผลในรอบบิลถัดไป
          นอกจากนี้ที่หน้าโปรไฟล์จะมีเมนู ‘ชวนเพื่อน’ ให้เราสามารถชวนเพื่อนมาใช้บริการได้ถึง 5 คน เพื่อรับสิทธิพิเศษลดราคา 75% รวมทั้งใครมีแพลนเดินทางไปต่างประเทศ ก็สามารถตรวจสอบค่าบริการโรมมิงได้ด้วยตัวเองเช่นกัน และขอเปิดบริการโรมมิงผ่านทาง Call Center ได้ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น หรือจะสอบถามเรื่องการใช้ ปัญหาต่างๆ ที่สงสัย ก็ได้เช่นกัน โดยรอสายไม่เกิน 3 นาที แต่ถ้าร้อนใจกว่านั้น ก็มีบริการแชทสดๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
          คิดค่าโทรตามจริง จ่ายค่าโทรแบบไม่ต้องไปที่ช็อป
          ข้อดีที่ใครๆ น่าจะชอบคือ เราสามารถตรวจสอบและดูประวัติการโทรย้อนหลังได้ตรงหน้า ‘Dashboard’ โดยสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จรับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ ความสะดวกคือเราจ่ายค่าโทรศัพท์ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือผ่านทาง Rabbit Line Pay ซึ่งในอนาคตจะมีช่องทางการชำระเงินอื่นๆ เช่น Internet Banking เป็นต้น



 

บทสรุปการใช้งาน Line Mobile (Beta)
          หลังจากได้ทดลองใช้งานแล้ว ก็พบว่า Line Mobile (Beta) มีจุดเด่นอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ ความเรียบง่าย (Simplicity) ง่ายตั้งแต่การลงทะเบียนรับซิม การทำความเข้าใจการใช้งานผ่านแอป และชัดเจนในเรื่องของโปรโมชันต่างๆ มีความยืดหยุ่น (Flexibility) ในเรื่องของแพ็กเกจการใช้งาน นึกอยากจะเปลี่ยนตอนนี้ หรือตอนไหนก็ได้หมด และความสะดวก (Convenience) ในแง่การชำระค่าบริการ ไม่ต้องไปที่ช็อปให้ยุ่งยากเสียเวลา
          นอกจากนี้ Line Mobile (Beta) ก็มีของฟรีให้ใช้เพียบ เช่น LINE Call, LINE Video Call, LINE Messenger และดู LINE TV ได้แบบไม่อั้น แถมไม่เสียอินเทอร์เน็ตในแพ็กเกจอีกต่างหาก 
          ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ทดลองใช้งาน Line Mobile (Beta) สำหรับการเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อาจมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของราคาแพ็กเกจและบริการเสริมอื่นๆ แต่เราจะได้ใช้ Line Mobile ภายในปลายปีนี้อย่างแน่นอน