HIGHLIGHTS:

  • นอกจาก ​‘เบอร์ 5’ บน​ฉลากประหยัดไฟที่เราเห็นกันจนชินตา รู้หรือไม่ว่าข้อมูลอื่นๆ บนฉลากก็มีความสำคัญเช่นกัน
  • หากสังเกตดีๆ จะพบว่าตัวเลข ‘ค่าไฟฟ้า’ ‘ค่าการใช้พลังงาน’ และ ‘ค่าประสิทธิภาพ’ ของแต่ละฉลากจะไม่เท่ากัน (เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเดียวกัน) ซึ่งตัวเลขพวกนี้นี่แหละที่บ่งบอกว่าเครื่องไฟฟ้าชิ้นใดที่ ‘ประหยัดและมีประสิทธิภาพ’ ที่สุด
  • ก่อนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นต่อไป เปรียบเทียบข้อมูลบนฉลากเสียก่อน จะช่วยประหยัดได้ทั้งเงินในกระเป๋าและทรัพยากรของประเทศ

          เมื่อเอ่ยถึง ‘ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5’ เชื่อว่าหลายคนคงบอกว่ารู้จักและคุ้นเคยกับมันดี 
          “ถ้าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ต้องดูว่ามีฉลากเบอร์ 5 หรือเปล่า ถ้ามีก็จบ”
          เราอาจได้ยินคนจำนวนหนึ่งพูดแบบนี้ แต่ถ้าเราถามคนเหล่านั้นต่อไปว่า แล้วนอกจากเบอร์ 5 คุณรู้หรือไม่ว่าบนฉลากมีข้อมูลอะไรอีกบ้าง
          เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงบอกว่าไม่รู้ กระทั่งหลายคนอาจถามกลับว่าแล้วทำไมต้องสนใจด้วยว่ามันมีข้อมูลอะไรอีกบ้าง ในเมื่อถ้าเป็นเบอร์ 5 ก็หมายความว่ามันประหยัดไฟได้มากที่สุดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
 
          ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นสิ่งที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะโครงการ ‘ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5’ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวสู่สังคมไทยตั้งแต่ปี 2538 เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เครื่องใช้ไฟฟ้าจะเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกครัวเรือน กระทั่งหากขาดมันไป ชีวิตของเราก็คงลำบากแสนสาหัส แต่เอาเข้าจริง นอกจากสัญลักษณ์เบอร์ 5 ก็คงมีไม่กี่คนที่ให้ความสนใจข้อมูลอื่นๆ ในฉลากประหยัดไฟ ทั้งที่มันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ
          ดังนั้น เรามาเรียนรู้วิธีการดูฉลากและประโยชน์ของมันกันดีกว่า
 
ยิ่งอ่าน ยิ่งประหยัด
          หากเดินเข้าไปในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ติดฉลากเบอร์ 5 ตั้งวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งมันหมายความว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นผ่านมาตรฐานประหยัดพลังงาน และมั่นใจได้ว่าเราจะได้ใช้เครื่องไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน
          แต่รู้หรือไม่ว่า หากสังเกตดีๆ เราจะพบว่าตัวเลข ‘ค่าไฟฟ้า’ ‘ค่าการใช้พลังงาน’ และ ‘ค่าประสิทธิภาพ’ ของแต่ละฉลากจะไม่เท่ากัน (เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเดียวกัน) ซึ่งตัวเลขพวกนี้นี่แหละที่คนทั่วไปมักจะมองผ่าน ทำให้พลาดโอกาสในการใช้เครื่องไฟฟ้าที่ ‘ประหยัดและมีประสิทธิภาพ’ ได้มากที่สุด เห็นไหมว่าเพียงแค่ดูตัวเลขแล้วเปรียบเทียบระหว่างสินค้าแต่ละยี่ห้อ คุณก็จะได้ใช้สินค้าที่จะช่วยให้คุณประหยัดได้มากที่สุด


 
          ยิ่งอ่าน ยิ่งประหยัด แถมประเทศก็ยิ่งได้ประโยชน์
          จะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นต่อไป อย่าลืมเปรียบเทียบตัวเลขบนฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ก่อนนะ