SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • Jamie’s Italian คือร้านอาหารของเชฟชาวอังกฤษ เจมี โอลิเวอร์ ที่มีสาขาทั่วโลกกว่า 50 สาขา เปิดให้บริการที่กรุงเทพฯ แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ณ Siam Discovery
  • เจมีคือเชฟชาวอังกฤษที่มีความรักในอาหารอิตาเลียน และรักการนำเสนอรสชาติแบบโฮมเมด เหมือนกินอาหารที่บ้าน


    หลังจากที่เหล่าฟู้ดดี้ทั้งหลายได้ตื่นเต้นกันไปแล้วกับการเปิดตัวของ Jamie’s Italain ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด ของเซเลบริตี้เชฟชาวอังกฤษ เจมี โอลิเวอร์ (Jamie Oliver) ก็ได้เวลาที่ The Momentum จะไปทัวร์ชิมจานต่างๆ มาแนะนำให้ทุกคนได้ไปลิ้มลองกัน



WHAT YOU SHOULD KNOW
    มารู้จักร้านอาหารกันก่อนสักหน่อย Jamie’s Italian คือร้านอาหารอิตาเลียนที่เกิดจากแพสชันที่เจมีมีต่อตำรับอาหารนี้ ซึ่งเขาได้เปิดร่วมกับอาจารย์และพาร์ตเนอร์ของเขา เจนนาโร คอนทัลโด (Gennaro Contaldo) โดยเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2008 ที่ประเทศอังกฤษ ก่อนจะขยับขยายจนปัจจุบันมีมากกว่า 50 สาขา และในปี 2016 นี้เปิดเพิ่มในเอเชียอีกถึง 2 สาขา นั่นก็คือที่ประเทศไต้หวัน และประเทศไทยของเรานี่เอง




    ร้านตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของ Siam Discovery ภายในร้านตกแต่งเรียบง่ายด้วยวัสดุไม้และเหล็กเป็นหลัก ประดับด้วยกรอบรูปที่เล่าถึงประวัติที่ผ่านมาของเจมี และวัตถุดิบต่างๆ อย่างผักสด เส้นพาสต้า และขาแฮม เป็นของตกแต่งชั้นดีที่เพิ่มความเป็นบ้านให้กับสถานที่ ชุดโต๊ะกินข้าวไม้ถูกวางสลับกับโซฟา เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้เลือกบรรยากาศที่แตกต่างตามที่ตัวเองชื่นชอบ  



EAT THIS
    เมนูที่เดินทางมาเมืองไทยหลักๆ ประมาณ 80% เป็นจานซิกเนเจอร์ของร้าน Jamie’s Italian ทุกสาขาทั่วโลก พร้อมเตรียมเปิดพื้นที่ให้สำหรับเมนูอีกส่วนที่จะเป็นสูตรเฉพาะของประเทศไทยเท่านั้น พาสต้า และพิซซ่า คือพระเอกของงาน ตามมาด้วยอาหารจานหลักต่างๆ บวกกับความพิเศษของวิธีการปรุงแบบโฮมเมด และวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในร้านล้วนเกิดมาจากการเตรียมและทำเองภายในร้าน อย่างเส้นพาสต้า ที่ทำสดใหม่ทุกวัน



    - เมื่อเดินเข้ามานั่งในร้าน พนักงานจะเสิร์ฟขนมปังประจำวันที่อบสดๆ ในร้านเป็นคอมพลิเมนทารีก่อนที่เราจะเริ่มด้วยจานเรียกน้ำย่อยอย่าง The Meat Plank (590 และ 1,180 บาท) จานเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟบนเขียงไม้ขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี ทั้งแฮม Prosciutto และ Wagyu Bresaola ชีสมอสซาเรลลา ชีสเปโคริโน มะกอก และพริกดอง วางข้างมาด้วยสลัดหลากสี



    - เราเริ่มจานหลักด้วย Prawn Linquine (300-390 บาท) จานนี้ทางร้านบอกเราว่าเป็นเมนูแรกๆ ที่เจมีคิดขึ้นมาเพื่อร้านอาหารแห่งนี้ ประกอบด้วย พาสต้าเส้นลิงกวินีผัดกับซอสเบสด้วยมะเขือเทศ หญ้าฝรั่น พริก เข้ากับกุ้งตัวโต เสิร์ฟพร้อมผักร็อกเก็ตสดด้านบน
    - Funghi Pizza (340 บาท) เป็นจานโฮมเมดพิซซ่าเบสด้วยซอสครีมเห็ด เห็ดต่างๆ ย่าง และชีสมอสซาเรลลา หรือใครที่ชอบพิซซ่าที่เบสด้วยซอสมะเขือเทศ เราแนะนำให้สั่งเมนูคลาสสิกอย่าง Margherita (310 บาท) ด้วยส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ ใบโหรพา กระเทียม ชีสมอสซาเรลลา และน้ำมันมะกอก เรียบง่ายแต่คลาสสิก


 
  - สำหรับจานเนื้อๆ เราแนะนำ Chicken Al Mattone (520 บาท) ไก่ย่างด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Mattone หรือการใช้น้ำหนักจากอิฐกดลงบนเตาย่างเพื่อให้ได้ความนุ่มและสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น จานนี้เสิร์ฟพร้อมซอสครีมเห็ด และชีสพาเมซาน



    - ของหวานที่นี่รสชาติเข้มข้นไม่แพ้จานหลัก หลังจานกินอาหารเสร็จแล้วอย่างลืมจบด้วยของหวานจานอร่อยอย่าง Amalfi Lemon Meringe Cheesecake (240 บาท) ชีสเค้กที่ใช้เลมอนจากเมืองอามาลฟี ประเทศอิตาลี กับเมอแรงก์ไข่ขาว เพิ่มรสชาติที่หลากหลาย




DRINK THIS
    เช่นเดียวกับ Jamie’s Italian สาขาอื่นๆ ภายในร้านอาหารจะแยกบาร์น้ำอยู่บริเวณฝั่งขวามือของร้าน เสิร์ฟกาแฟ สมูทตี้ และเครื่องดื่มผลไม้สดชื่นต่างๆ ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า เหมาะสำหรับใครที่มองหากาแฟสำหรับมื้อเช้าง่ายๆ ก่อนที่ครัวหลักจะเปิดให้บริการตอนเที่ยง



    - สำหรับแก้วสดชื่นไร้แอลกอฮอล์ เราแนะนำ Ginger Mojito (140 บาท) โมฮิโตแบบเวอร์จิ้น หอมใบมินต์ และเพิ่มความสดชื่นด้วย Ginger Ale แต่ถ้าต้องการแอลกอฮอล์ด้วยอยากให้ลอง Jamie’s Mojito (300 บาท) แก้วนี้เป็นซิกเนเจอร์ของเจมีที่ปรับโมฮิโตแก้วเดิมให้มีมิติขึ้นด้วย เวอร์มุท และโปรเซกโก     


JAMIE’S ITALIAN
Open: เปิดให้บริการทุกวัน 10:00-22:00 น.
Address: ชั้น G, Siam Discovery, ถนนพระราม 1
Tel: 0 2255 5222
Budget: 500-1,000 บาท  
Parking: ในอาคารจอดรถสยามดิสคัฟเวอรี  
Map: